ข้อมูลสำหรับคนที่อยากมาเรียนอินเดีย: มหาวิทยาลัยที่คนไทยนิยมมาเรียน
 

ส่งหน้านี้ถึงเพื่อนคุณ.

มหาวิทยาลัยที่คนไทยนิยมมาเรียน

ช่วงนี้อาจจะเป็นฤดูการโยกย้ายหาที่เรียนหรือกำลังมองหาที่เรียนอยู่ บางคนอาจจะมีเป้าหมายที่อินเดีย อยากจะมาเรียนคอมหรือภาษา แต่ไม่รู้จะติดต่อใคร ที่ไหน อย่างไรดี ผมมีข้อมูลเล็กๆน้อยๆ เอามาฝาก ถือว่าเป็นประสบการณ์ ที่อยากมาเล่าให้ฟังนะครับ แค่อยากให้คนที่มาเรียนและอยากจะมาหาความรู้ที่อินเดียได้รับรู้เอาไว้(ตามความเป็นจริง) อย่างน้อยๆ การให้แสงสว่างแก่คนที่ไม่รู้ ย่อมได้บุญ ผมไม่รู้ว่าบุญคืออะไร แต่ที่ได้รับการสั่งสอนมา คือความสุขใจ ถึงแม้สิ่งที่ผมได้ให้ อาจจะไม่ใช่สิ่งมีค่าแก่คนทั้งโลก แต่หากมีใครเพียงแค่ 2-3 คน เข้าใจในสิ่งที่ผมอยากจะบอก นั่นแหละคือสิ่งสุขใจของผม บุญอาจจะกินไม่ได้ แต่มันให้ความสุขใจแก่ผมได้ หากชาติหน้ามีจริง ขอให้ผมเกิดมาหล่อกว่านี้ มีปัญญากว่านี้ หากขี้เกียจอ่านก็ปริ๊นเอาไปอ่านได้เลยนะครับ เพราะอยากให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด (เท่าที่จะบอกได้) เลยเยอะไปหน่อย

สิ่งที่ต้องเตรียมอันดับแรกๆเลยนั่นก็คือ(1.เตรียมสตางค์ 2.เตรียมใจ) ก่อนที่จะมา บางครั้งในความรู้สึกของผมเองนะ การมาอินเดียก็ได้ความรู้อีกอย่างหนึ่ง แต่จะให้เหมือนเมืองไทยย่อมจะเป็นไม่ได้ การมาอินเดียผ่านเอเยนซี่ อยากให้นึกถึงเป็นอันดับสุดท้ายเลยนะ หากคิดอะไรไม่ออกแล้วค่อยนึกถึงเอเยนซี่ เพราะปัจจุบันว่าก็ว่าเถอะ เอเยนซี่หลายบริษัทชอบหากินกับคนไม่รู้ บางครั้งก็เอาลูกหลานเขามาปล่อย ทิ้งๆขว้างๆ เพียงแค่ให้สักว่า ให้ได้เรียนที่อินเดียหรือให้ได้มาถึงอินเดีย โรงเรียนบางแห่งเด็กไทยกองกันอยู่เป็นโขยง แทนที่จะได้ภาษาอังกฤษ ได้ภาษาไทยแทน บางบริษัทก็ดีนะ ต้องเลือกให้ดีนะครับ แต่อยากได้ข้อมูลที่จริงๆ ต้องไม่พ้นสถานทูตอินเดีย ซอย 23 สุขุมวิท หลัง มศว ประสานมิตร หรือถ้าอยากให้ชัวร์และแน่นอนกว่า ลองไปสอบถามรายละเอียดมหาวิทยาลัยสงฆ์ดูนะครับ จะช่วยได้มากๆๆๆ (ถ้าหากกลัววัดกลัววาก็ไม่ต้องไป)

อาจจะมีข้อสงสัยว่า

ทำไมต้องไปรบกวนมหาวิทยาลัยสงฆ์ เป็นเพราะว่า สมัยก่อนโน้นนะครับ มหาวิทยาลัยสงฆ์นี่แหละ ที่ส่งพระเณรมาเรียนอินเดียเยอะ ปัจจุบันก็ว่าเยอะอยู่นะครับ (ทั่วราชอาณาจักรอินเดียมีพระเรียนเกือบทุกมหาวิทยาลัย ส่วนมากในระดับ ปริญญาโทและปริญญาเอก) เจ้าหน้าที่ตลอดจนครูอาจารย์เกือบทุกมหาวิทยาลัยตลอดจนวิทยาลัย ผมเชื่อแน่ว่าพระอาจารย์ที่เรียนอยู่ที่อินเดียมีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ตลอดจนครูอาจารย์มาก สามารถวิ่งเอกสารให้เราได้ โดยไม่ต้องเสียค่านายหน้าสักบาท (เฉพาะบางมหาวิทยาลัย เพราะบางมหาวิทยาลัยรุ่นพี่ทำเอาไว้ดีมาก..คือความไม่ดี ชอบโชว์ความรวย รุ่นน้องก็เลยต้องลำบาก) และได้เรียนอย่างแน่นอน ลองไปสอบถามรายละเอียดได้นะครับ อย่างน้อยๆก็ไม่เสียหลาย มหาวิทยาลัยในอินเดียบางแห่งประธานนักศึกษาเป็นพระอาจารย์ แต่ส่วนมากจะเรียนในระดับปริญญาเอก และเป็นผู้ที่อยู่อินเดียมานมนาน แสนนาน (เรียนยังไม่จบ)

1.วัดบวรนิเวศ บางลำพู สอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย

2.มหาวิทยาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ สอบถามการเรียนต่ออินเดีย มีการจัดอบรมให้พร้อมครับ ทุกวันนะครับ แต่ยกเว้นวันพระและวันอาทิตย์ รายละเอียดอยู่ด้านล่างนะครับ

ผมบอกตามตรงนะ บางมหาวิทยาลัยนักศึกษาไทยเองก็ไม่อยากรับนักศึกษาไทยด้วยกันเอง เพราะ.....มีปัญหาเยอะ เพราะรับเยอะแล้ว มีปัญหามาก คือ พออยู่นานเริ่มเก๋า บอกอะไรก็ไม่ค่อยเชื่อ เรียนก็ไม่ค่อยไปเรียน มารกที่รกทางเปล่าๆ ดังนั้นหลายสมาคมนักศึกษาไทย จึงไม่ค่อยอยากรับ (บอกกันแบบตรงๆ) เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะมีสมาคมนักศึกษาแต่ละแห่ง ซึ่งเอาไว้คอยเชื่อมความสัมพันธ์นักศึกษาไทยด้วยกันเอง

ส่วนท่านใดที่จะเอาลูกหลานที่นิสัยแย่ ๆ เรียนที่มหาวิทยาลัยไหนก็ไม่จบที่เมืองไทย มาดัดสันดานที่อินเดีย เลิกคิดไปได้เลยครับ เอาอยู่ในความดูแลของท่านที่เมืองไทยนั่นแหละดีที่สุดแล้ว บางคนผมเห็นนะผลาญเงินพ่อแม่ บางคนก็โกหกพ่อแม่ว่ามาเรียน คนที่จะมาเรียนอินเดียได้ต้องเป็นคนที่รักพ่อแม่และรักอนาคตของตัวเองอย่างมาก มหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ เด็กที่มาเรียน โอกาสจะจบปริญญาตรีนับหัวได้เลย เพราะบางคนจับกลุ่มกันไปในทางไม่ดี และอีกอย่างหนึ่งกัญชาหาง่ายมากในอินเดีย อย่างที่ผมบอก โอกาสที่จะทำความเลวก็มีเยอะ พ่อแม่ก็ไม่รู้หรอก นึกว่าแขกจะเป็นเทวดาสอนให้ลูกตัวเองเป็นคนดีศรีสังคมได้ ขนาดพ่อแม่ยังสอนไม่ได้ แล้วจะหวังพึ่งใครได้อีกครับ หากจะมีคนแย้งว่าเด็กไทยไม่ได้เลวทุกคน ผมก็ไม่ได้เถียง เพราะคำพูดนี้เป็นคำพูดสากลทั่วไปอยู่แล้ว "คนชั่วมีทุกประเทศ แขกก็เหมือนกัน คนไทยก็เหมือนกัน ฝรั่งก็เหมือนกัน" ดังนั้นอย่าพูดประโยคนี้เลยครับ ได้ยินจนชินหู

สังคมของเด็กที่มาเรียนอินเดีย มักจะคิดว่าตัวเองโตแล้ว ใครบอกมักจะไม่ค่อยเชื่อ เพราะส่วนมากคิดว่า “เรื่องของตู ไม่ได้เอาเงินสูมาเรียน” และการเลือกเรียนมหาวิทยาลัยก็ต้องดูตามความเหมาะสมกำลังทรัพย์ด้วยนะครับ หากคิดว่ามีเงินเยอะ ก็สามารถไปเรียนยังมหาวิทยาลัยที่ดี และเมืองที่เจริญได้ เงินเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการศึกษาเชิงธุรกิจในสมัยนี้อย่างมาก ไม่ว่าจะเมืองไทยหรือเมืองนอก มหาวิทยาลัยในอินเดียก็เหมือนบ้านเรานั่นแหละครับ นั่นก็คือมีทั้งมหาวิทยาลัยห้องแถวและมีชื่อเสียงและชื่อเสีย มหาวิทยาลัยห้องแถว (มีแต่แขกเองบางคนยังส่ายหน้า) อย่าให้ผมออกชื่อเลย นักศึกษาไทยในอินเดียรู้ว่ามีมหาวิทยาลัยไหนบ้าง คนบ้านเราเป็นจำนวนมากมาซื้อกันเป็นว่าเล่น พบอาจารย์แค่สองสามครั้งแล้วก็จบ แล้วไปประกาศบอกเขาไปทั่วว่าจบจากอินเดีย เลยทำให้คุณภาพของคนที่เขาเรียนอยู่อินเดีย 3-5 ปีจริงๆ ดูแย่ไปด้วย

อินเดียมีความรู้ทั้งหมดที่คุณจะแสวงหา แต่อย่าลืมนะว่า อินเดียเป็นประเทศที่กว้างใหญ่มาก ภูมิประเทศแต่ละรัฐก็ไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ร้อนมาก บางพื้นที่ก็หนาว ทั้งที่อยู่ฤดูกาลเดียวกัน เดือนเดียวกัน ผู้คนแต่ละรัฐนิสัยแตกต่างกันมากเหมือนอยู่กันคนละประเทศ บางรัฐคนนิสัยแย่มาก เหมือนอย่างที่เขาว่านั่นแหละ เห็นงูกับแขกให้แตะแขกก่อน แต่บางคนผู้คนก็นิสัยดีมาก ดีจนเราต้องระแวงในความดี เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเจอแขกดีเลย

เงินทองต้องเก็บเอาไว้ให้มิดชิด อย่านับเงินเป็นจำนวนมากในที่สาธารณะ เช่นสถานีรถไฟ คนไทยเป็นจำนวนมากแขกฝากบทเรียนให้มานอนไม่หลับ มากแต่มากแล้ว หากเราเผลอ อาจจะมีแขกยืมไปใช้ได้ ผมไม่ได้บอกว่าลักนะ คิดเอาเอง สภาพบ้านเมืองตลอดจนภูมิอากาศก็ค่อนข้างแตกต่างกันไป เหมือนอยู่กันคนละประเทศจริงๆ

อาหารการกิน หากเป็นไปได้นะครับ มีอะไรที่คุณชอบขนมาให้หมด เท่าที่น้ำหนักสายการบินนั้นๆ จะเอื้ออำนวยให้กับคุณได้ น้ำปลา กะปิ น้ำพริก คะนอร์ รสดี ผงชูรส หากชอบ ขนมาได้เลย เพราะการทำกับข้าว จะช่วยเราประหยัดได้เยอะ หากคิดว่าจะมาหาประสบการณ์อันแหวกแนวแปลกใหม่ ก็มาทานกับข้าวแขกได้ หากมีมือถือก็พวกมาด้วยก็ดีเหมือนกันนะครับ แต่มาซื้อซิมการ์ดที่อินเดีย

มหาวิทยาลัยที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลางในอินเดีย
มีทั้งหมด 13 แห่งมีดังต่อไปนี้ โดยพงษ์ประภากรณ์

1. Jawaharalal Nehru University เมือง New Delhi
2. Banaras Hindu University เมือง Varanasi
3. University of Delhi เมือง Delhi
4. Aligarh Muslim University เมือง Aligarh
5. Jamia Milia Islamia เมือง New Delhi
6.Indira Gandhi Open University เมือง New Delhi
7.North-Eastern Hill University เมือง Shillong
8.Vishwabharati Santiniketan เมือง Calcutta
9. University of Hyderabad เมือง Hyderabad
10.Phondicherry University เมือง Phondicherry
11.Assam University เมือง Silchar
12.Tezpur University เมือง Tezpur
13.Nagaland University เมือง Kohima

ส่วนมหาวิทยาลัยตลอดจนวิทยาลัยนอกเหนือจากนี้มีไม่รู้เท่าไหร่


อ่านต่อหน้าที่ 2