"อานนท์ ชนทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่งได้เที่ยวไปยังเจดีย์สังเวชนียสถานเหล่านี้ด้วยความเลื่อมใส
ชนเหล่านั้น ครั้นทำกาลกิริยาลงจักเข้าถึงสุดคติโลกสวรรค์"

 

 



รายการแสวงบุญในดินแดนพุทธภูมิระยะ 7 วัน 6 คืน
Program India for 7 days 6 Night 

นำเสนอโดย  หจก.สังคม ทัวร 583 ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง  จ.นครศรีฯ 80000

รายการโดยย่อ
สุวรรณภูมิ – คยา – พาราณสี – ลุมพินี(เนปาล)- กุสินารา – ปาวา – เวสาลี
ราชคฤห์ – นาลันทา – ดงคสิริ- คยา - สุวรรณภูมิ

ค่าทัวร์ ท่านละไม่เกิน  35,000 บาท


.....................................................

1) วันแรกของการเดินทาง 8 มกราคม 2551

04.00 น. ถึงสนามบิน พร้อมเช็คอินที่เคาน์เตอร์ เช็คอิน ชั้น 4 ประตู 10 แถว w 1-5 โดยสายการบินดรุกแอร์
KB 123
05.00 น. เครื่องออกจากสุวรรณภูมิ สู่สนามบินคยา ทานอาหารเช้าบนเครื่องบิน
08.25 น. ถึงสนามบินคยา เช็คเอาท์ขึ้นสู่รถไปที่พัก พักที่โรงแรมใกล้ ๆ โพธิมณฑล ทำธุระส่วนตัวเล็กน้อย
ขึ้นรถไปชมอนุสรณ์สถานบ้านนางสุชาดาผู้ถวายข้าวมธุปายาสมื้อก่อนตรัสรู้พร้อมทั้งแวะชม
สถานที่ลอยถาดอธิษฐาน
11.00 น. กลับที่พักเพื่อฉันภัตตาหารเพล และพักผ่อนตามอัธยาศัย ที่โรงแรม TAJDARBAR
14.00 น. ไปชมวัดนานาชาติมี
1) วัดภูฐาน เป็นวัดที่สวยงามมาก ศิลปะฝาผนังเป็นภาพปั้นนูน แสดงพุทธประวัติ ตั้งแต่ พระ
มารดาทรงสุบินว่า มีพระยาช้างเผือกนำดอกบัวมาและเข้าสู่พระครรภ์ของพระนาง จนกระทั่ง
พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน
2) วัดทิเบต อีกวัดหนึ่งที่มีภาพฝาผนังสวยงามแต่เป็นภาพวาดเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ไม่เป็น
ภาพนูน

3) วัดไทยพุทธคยาซึ่งเป็นวัดแรกของไทยที่สร้างไว้ในอินเดีย เริ่มแต่ปี พ.ศ.2500 มีอุโบสถเด่น
สง่าจำลองรูปแบบจากวัดเบญจมฯ กรุงเทพฯ ภาพภายในวัดเป็นภาพประวัติพระมหาชนกทรง
บำเพ็ญวิริยบารมีพร้อมทั้งภาพสังเวชนียสถานทั้ง 4 ตำบล ซึ่งสามารถดูแบบทายาเทวีวิหารของ
เก่าได้ที่นี่ คณะของเราอาจจะร่วมบุญกุศลตามสมควรแก่กำลังศรัทธา เพื่อช่วยกิจสงฆ์ที่นี่ได้
เวลาพอสมควรนำคณะไปสู่บริเวณตรัสรู้ ณ บริเวณนี้ มีสิ่งต่างๆ น่าศึกษากราบไหว้ บูชา ดังนี้
ก) องค์พระมหาโพธิ์เจดีย์
ข) ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ค) พระแท่นวัชรอาสน์ บังลังก์หญ้าคาที่ทรงอธิษฐานประทับนั่งก่อนตรัสรู้และทรงเสวยวิมุตติสุขในสัปดาห์แรก
ง) รัตนจงกรมเจดีย์ ด้านทิศเหนือขององค์พระเจดีย์มีรัตนจงกรมเจดีย์ อนุสรณ์พระพุทธองค์ทรงเสวยวิมุติสุขในสัปดาห์ที่ 2 โดยเสด็จจงกรมที่นี่
จ) อนิมิสสเจดีย์ อนุสรณ์สถานที่พระพุทธองค์ทรงเสวยวิมตติสุขสัปดาห์ที่ 3 โดยประทับยืนทอดพระเนตรต้นพระศรีมหาโพธิ์โดยไม่กระพริบพระเนตรตลอด 7 วันซึ่งตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ(นิดๆ) ของพระศรีมหาโพธิ์
ฉ) สระมุจจลินทร์จำลอง ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของพระเจดีย์(สระมุจจลินทร์จริง อยู่ห่างจากพระศรีมหาโพธิ์ไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กม. และต้นเกตุก็อยู่ทางทิศใต้ห่างไปอีก ประมาณ 1 กม. คณะของเราไม่นำไป)
คณะนำกล่าวบูชาองค์พระเจดีย์ ต้นศรีมหาโพธิ์ ตลอดจนไหว้พระ สมาธิภาวนาอธิษฐานจิต ฟังปรารภธรรม พอสมควรแก่เวลา ลุกขึ้นทำประทักษิณรอบองค์พระเจดีย์และพระศรีมหาโพธิ์ 3 รอบ ได้เวลาสมควรกลับโรงแรม พระฉันน้ำปานะ ฆราวาสทานอาหารเห็น พักผ่อนตามอัธยาศัยหรือจะช็อปปิ้ง บริเวณโรงแรมก็ได้เพราะโรงแรมอยู่บริเวณเดียวกันกับย่านการค้าและโพธิมณฑลสามารถไปเองได้โดยสะดวก

2) วันที่ 2 ของการเดินทาง 9 มกราคม 2551

06.00 น. หลังจากภัตาหารเช้าแล้วเดินทางต่อไปแคว้นกาสีเมืองพาราณสี มุ่งสู่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันหรือที่
เรียกว่าสารนาถในปัจจุบัน โดยเข้าพักที่วัดไทยสารนาถ ใกล้กับสถูปมากที่สุด และใกล้ป่าอิสิฯ
ด้วย ณ เมืองนี้มีสิ่งที่น่าดูชมและนมัสการดังนี้.-
1) เจาคัณทีสถูป สถานที่พระพุทธองค์พบกับปัญจวัคคีย์ครั้งแรกก่อนจะทรงแสดงปฐมเทศนา
2) พิพิธภัณฑ์สารนาถ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาปางปฐมเทศนาที่สวยที่สุดในโลก
3) นิวมูลคันธกุฎี วิหารที่ชาวศรีลังกาสร้างไว้รูปทรงภายนอกคล้าย ๆ เจดีย์พุทธคยา ภายในวิหาร
โถงประดิษฐานพระพุทธรูปปฐมเทศนาพระนิพพานจำลองซึ่งสวยงามมากเช่นกัน

4) โพธิ์ลังกา บริเวณโพธิ์ลังกานี้มีสิ่งสำคัญคือ
4.1 ระฆังยักษ์ ซึ่งชาวทิเบตสร้างไว้
4.2 พระธัมมจักกัปวัตตนสูตรที่จารึกไว้ในหินอ่อน ซึ่งถูกจารึกไว้อักษรชาติต่าง ๆ เช่น
อักษรไทย จีน ญี่ปุ่น พม่า ศรีลังกา เป็นต้น
4.3 พระพุทธรูปของพระพุทธเจ้า 28 พระองค์
4.4 พระพุทธรูปพระพุทธเจ้ากำลังแสดงพระธรรมแก่พระปัญจวัคคีย์
5) รูปเหมือนของอนาคาริกธัมมปาล บุรุษผู้กู้พระพุทธศาสนาในอินเดีย ทำให้เราชาวพุทธได้
กราบไหว้สังเวชนียสถานได้อีกในเวลานี้
6) วัดไทยสารนาถ เป็นวัดไทยที่สวยงามมีห้องพักที่สะอาด ห้องน้ำภายในห้องพักมีน้ำร้อน
น้ำเย็นให้อาบ คณะเราเข้าดูอุโบสถที่สวยงาม ทั้งพระประธานศิลาในโบสถ์และนอกโบสถ์
พร้อมทั้งพระพุทธรูปยืนที่กำลังสร้างอยู่ในขณะนี้ด้วย
7) ป่าอิสิตปตนมฤคทายวัน ในภายในป่าอิสิตปตนมฤคทายวันมีสิ่งที่น่าดูชมอีกหลายอย่าง พอ
สรุปได้ดังนี้.-
7.1) ธัมเมกฃสถูป พระสถูปสำคัญที่ทรงแสดงปฐมเทศนา
7.2) ธัมมสาราชิกาสถูป พระสถูปที่ทรงแสดงอนันตลักขนสูตร
7.3) ปัญจายตนเจดีย์ สถานที่พระยสะพบพระพุทธองค์
7.4) มูลคันธกุฎี สถานที่พระพุทธองค์ประทับขณะเสด็จอยู่ป่าอิสิฯ
7.5) เสาศิลาพระเจ้าอโศก
7.6) เจดีย์ราย
7.7) ซากอาคารกุฎิพระสงฆ์
7.8) สวนกวาง
คณะของเราจะเข้าชมและนมัสการสิ่งต่างๆ เหล่านี้ตามสมควรแก่เวลาที่มีพร้อมทั้งสวด
พระธัมมจักกัปวัตตสูตร สมาธิภาวนา เวียนเทียนรอบองค์ธัมเมกขสถูปจบแล้วกลับที่พัก ทาน
น้ำปานะ อาหรเย็นตามแต่กรณี พักผ่อนตามอัธยาศัย


3) วันที่ 3 ของการเดินทาง 10 มกราคม 2551

05.00 น. เดินทางไปลงเรือล่องแม่น้ำคงคง เพื่อชมวัฒนธรรมประเพณีชาวอฮินดู เช่น วิธีการอาบน้ำล้างบาป วิธีการล้างบาป การเผาศพข้างแม่น้ำ อาคารท่าน้ำต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นโดยพระราชา มหากษัตริย์ และพราหมณ์มหาศาลของแต่ละแคว้น สร้างไว้ ได้เวลาสมควรกลับที่พักทานอาหารเช้า
08.30 น. เดินทางต่อไปประเทศเนปาลผ่านด่านโสโนลีฝั่งอินเดีย หรือด่านไพราวาฝั่งเนปาลเพื่อไปนมัสการ
สถานที่ประสูติที่ลุมพินีวัน ณ ที่นี่มีสิ่งสำคัญ น่าดูชมดังนี้.-
1)มายาเทวีวิหาร
2)รอยฝ่าพระบาทพระกุมาร
3)เสาศิลาจารึก พระเจ้าอโศก
4)สระโบกขรณี
5)วัดไทยลุมพินี(หากมีเวลา)

คณะของเรากล่าวคำบูชา ไหว้พระสมาธิภาวนา เวียนเทียนตามสมควรแก่การและเวลากลบเข้าสู่
ที่พัก คณะพักที่โรงแรมนิวคริสตัล ซึ่งเป็นโรงแรมที่ติดกับลุมพินีวันและเป็นโรงแรมอันดับหนึ่งของที่นี้
หรือเทียบเท่า


4) วันที่ 4 ของการเดินทาง 11 มกราคม 2551

06.00 น. หลังอาหารเข้าแล้วคณะเดินทางต่อไปเมืองกุสินาราโดยกลับเข้าอินเดียทางด่านเดิม
11.00 น. คณะถึงเมืองกุสินารา เข้าทานอาหรเที่ยงพักที่วัดไทยกุสินาราหรือเทียบเท่า
14.00 น. หลังจากอาหารเที่ยงและพักผ่อนพอสมควรคณะออกเดินทางไปสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์
ณ ที่นี้มีสิ่งสำคัญ คือ
1. พระพุทธรูปปางอนุฎฐานไสยาสน์(ปางปรินิพพาน)
2. ปรินิพพานเจดีย์ ตั้งอยู่ถัดจากอาคารพระพุทธรูปปางปรินิพพาน
3. ฐานเจดีย์ สถานที่ตั้งพระศพขณะสมโภชพระพุทธสรีระ
4. ต้นสาละหรือต้นรัง
5. ซากวิหารและกุฎิสงฆ์
คณะนำบูชาพระพุทธรูป พระเจดีย์ ไหว้พระ เวียนเทียนตามสมควรแก่เวลาพอสมควรเดินทาง
ต่อไปที่มกุฎพันธนเจดีย์ เพื่อนมัสการพระเจดีย์ที่ถวายพระเพลิงพระศพของพระพุทธเจ้า
ณ ที่นี้ นำไหว้พระสวดมนต์ สมาธิภาวนาตามสมควรแก่เวลา และนำคณะไปดูแม่น้ำหิรัญญวดี
แม่น้ำสายสำคัญที่เลี่ยงเมืองกุสินารา และพระพุทธองค์เสด็จข้ามยังสาลวโนทยานตอนเสด็จจากปาวามา
เพื่อปรินิพพาน ณ สาลวโนทยาน ได้เวลาพอสมควรคณะเดินทางต่อไปชมวัดไทยกุสินาราฯ
ณ วัดนี้(สร้างปี 2537)มีสิ่งสำคัญน่าดูชมหลายอย่างเช่น
6. พระเจดีย์ใหม่ ซึ่งในหลวงของเราได้พระราชทานทั้งพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เส้นพระ
เจ้า(เกศา) พระธาตุของพระพุทธเจ้า พระพุทธรูปจำลองประจำ 9 รัชกาล มาประดิษฐานไว้ที่เจดีย์ด้วย
สวยงามมาก
7. อาคารกุฎิที่พัก ซึ่งออกแบบโดย ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี
8. โรงอุโบสถ
9. ลานวัด ซึ่งจัดระเบียบไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงามและอื่น ๆ อีกมากมาย
คณะของเราอาจรวบรมปัจจัยถวายช่วยกิจสงฆ์ที่นี้ด้วย ได้เวลาพอสมควรกลับห้องพัก ฉัน
น้ำปานะ ทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย


5) วันที่ 5 ของการเดินทาง 12 มกราคม 2551

06.00 น. หลังอาหารเช้าเดินทางต่อไปเมืองปาวาซึ่งห่างจากกุสินารา 16 กม. เพื่อชมเจตยานุสรณ์บ้าน
นายจุนทะผู้ถวายสุกรมัททวะ อาหารมื้อสุดท้ายแด่พระพุทธองค์ คณะแวะชมเมืองไพศาลี หรือ
ไวสาลี ตามแต่จะเรียก ซึ่งอยู่ในแคว้นวัชชี โดยจะนำเข้าไปชม
1. เจดีย์กูฎาคารศาลา และเสาพระเจ้าอโศกที่สมบูรณ์ที่สุด
2. ไวสาลีเจดีย์ที่เก็บรวบรวมอัฐิธาตุของพระพุทธเจ้า
3.วัดวาลุการาม
4.วัดไทยเวลาลี

และเดินทางต่อไปเมืองราชคฤห์ โดยพักที่โรแงรมราชคฤห์ริซิเด้นซี่ ซึ่งเป็นโรงแรมอันดับ 1
ของเมืองราชคฤห์ หรือเทียบเท่า


6) วันที่ 6 ของการเดินทาง 13 มกราคม 2551

06.00 น. หลังอาหารเช้าแล้ว เดินทางไปขึ้นภูเขาคิชฌกูฎ ณ ภูเขาคิชฌกูฎ มีสิ่งน่าดูชมและนมัสการดังนี้.-
1. มัตถกุจฉิ สถานที่พระมารดาของพระเจ้าอชาตศัตรูจะทำแท้ง สถานที่พระเทวทัต กลิ้งหินหมาย
ปลงประชนม์พระพุทธองค์
2. ถ้ำพระมหาโมคคัลลาน
3. ถ้ำพระสารีบุตร หรือเรียกว่า ถ้ำสุกรชาดา
4. ลานหิน สถานที่ทรงแสดงธรรมแก่พระภิกษุสงฆ์เมื่อประทับ ณ คิชฌกูฎ
5. อานันทกุฎี กุฎิที่พระอานนท์ซึ่งตั้งอยู่หน้าพระคันธกุฎี
6. พระคันธกุฎี กุฎิที่ประทับของพระพุทธเจ้าบนยอดเขาคิชฌกูฎ
7. สระสรงสนาน เมื่อขึ้นบนยอดเขาคิชฌกูฎ มองลงล่างจะเห็นสระน้ำที่พระพุทธองค์เคยทรงใช้
สอย
8. ภูเขารอบ ๆ เมืองราชคฤห์ ซึ่งมีภูเขาปาณฑวะ(อุทัยคีรี)อิสิคิลิ-รัตนคีรี เวภาระ-เวปุลละ ยอด
เขาคิชฌกูฎ
9. โรงพยาบาลหมอชีวก หรือชีวกัมพวัน
10. คุกพระเจ้าพิมพิสาร
11. วัดเวฬุวัน วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
12. ตโปทา บ่อน้ำร้อนบนเชิงเขาเวภาระ
13. ปีปผลิคูหา บนยอดเวภาวะ ที่อยู่ของ พระมหากัสสปะ
14. วัดไทยสิริราชคฤห์ ซึ่งเป็นวัดไทยที่กำลังสร้างใหม่ คณะใช้เวลาพอสมควรกลับเข้ามาทาน
อาหารเที่ยงที่โรงแรมเดิม 13.00 น. หลังอาหารเที่ยงแล้ว คณะของเราเดินทางต่อไปเมืองนาลนทา
ซึ่งห่างออกไปอีก 16 กม. ณ เมืองนี้มีสิ่งน่าดูชมและนมัสการดังนี้.-
ก) พระพุทธเจ้าองค์ดำ ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นแม้ต่างศาสนาก็เคารพมากเพราะเป็นพระพุทธรูป
ศักดิ์สิทธิ์มากองค์หนึ่ง
15. พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยนาลันทาง ณ ภายในนี้มีสิ่งน่าดูชม คือ
ก. สารีปุตตเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแก่พระสารีบุตร
ข. อาคารเรียนมหาวิทยาลัยนาลันทา อาคารอื่น ๆ อีกมากมาย ได้เวลาพอสมควรเดินทางกลับโดยอาจจะแวะให้ชมรอยเกวียนโบราณเมืองราชคฤห์ และเจดีย์อนุสรณ์สถานที่พระโพธิสัตว์สิทธัตถะ พบพระเจ้าพิมพิสารเป็นครั้งแรกหลังจากเสด็จออกมหาภิเนษกรม


7) วันที่ 7 ของการเดินทาง 14 มกราคม 2551

04.00 น. ประตูเจดีย์มหาโพธิ์เปิดใครประสงค์จะไปนมัสการอีกครั้งในตอนเช้าก็เชิญได้ตามสบาย
06.00 น. ทานอาหารเช้า
08.00 น. เดินทางไปสนามบินคยาเพื่อขึ้นเครื่องกลับประเทศไทย พร้อมเช็คอิน
11.15 น. เครื่องออกจากประเทศอินเดีย โดย KB 122
17.25 น. เครื่องถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เช็คเอาท์

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. เตรียมเพื่อเป็นผู้เดินทาง
- Passport หรือหนังสือเดินทาง
- เอกสารสำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
- เอกสารสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาสุทธิสงฆ์ 1 ชุด
- ภาพถ่าย 1 นิ้ว เพื่อทำวิซ่า 5 ภาพ
2. เตรียมเมื่อยามจะเดินทาง(นำไปเมื่อเดินทาง)
- ยาประจำตัวและติดยาพาราเซตามอนไปบ้าง
- ร่ม เผื่อกันแดด กันฝน
- ในฤดูหนาว เตรียมชุดกันหนาว

................................................................................

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรงได้ที่
1. ดร.สังคม  แชเชือน  โทร.  081-890-2009,086-909-2109  ( จ.นครศรีธรรมราช )

2. คุณสุรศักดิ์  สัสสินทร  lek132@hotmail.com โทร. 087 6853475 , 08 19985158
( จ.เชียงราย )