Warning: preg_replace(): The /e modifier is deprecated, use preg_replace_callback instead in ..../includes/class_bootstrap.php(430) : eval()'d code on line 127
นิยายแห่ง..ชีวิต..ธรรม..คำเตี่ยสอน..ตามรอยพ่อหลวง

สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

กระทู้: นิยายแห่ง..ชีวิต..ธรรม..คำเตี่ยสอน..ตามรอยพ่อหลวง

  1. #1

    นิยายแห่ง..ชีวิต..ธรรม..คำเตี่ยสอน..ตามรอยพ่อหลวง

    เข้าห้องสนทนา (คลิก)
    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

    สาเหตุที่จัดทำ นิยายแห่ง..ชีวิต..ธรรม.คำสอนเตี่ย..ตามรอยพ่อหลวง..


    ความพอเพียงของคนแต่ละคนนั้นต่างกัน บางคนความพอเพียงคือฟุ่งเฟือยได้ตามปารถนา แต่บางคนพอเพียงคือมีอยู่กินที่ดี มีข้าวกินครบ 3 มื้อ ได้กินอาหารที่สะอาดมีคุณค่า ได้อิ่มท้อง มีเงินเก็บ สามรารถเลี้ยงดูให้ความรักและความรู้แก่ลูก หลาน ที่เกิดแต่ความรักของตนได้ รวมไปถึง ญาติ พี่ น้อง และ คนรอบข้าง


    นิยายเรื่องนี้ผมเขียนขึ้นเล่าบทชีวิตๆของคนที่แม้ยากจนไม่่ไม่อัปจนหนทาง เพื่อหวังให้เป็นแรงบรรดาลใจแก่ใครหลายๆคนที่มีความทุกข์ ท้อแท้ สิ้นหวัง เกลียดชัง กับชะตาชีวิตที่ทำให้ตนทุกข์ยากลำบากหรือฉิบหาย ได้เข้ามาอ่านแล้วเห็นทางดำเนินชีวิตให้ยืนหยัดต่อไปได้ของตน


    นิยายเรื่องนี้ จะประะกอบไปด้วย คำสอนของเตี่ย พระธรรมคำสอนจากครูบา่อาจารย์ และขอพระราชททานอันเชิญเอาพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชมาชี้นำทางประกอบไปด้วย ซึ่งคนไทยทุกคนทั่วประเทศย่อมได้น้อมนำเอาพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาใช้บริหาร ส่งเสริมทักษะ สั่งสอนต่อกัน ทั้งในระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ครอบครัว หรือภายในองค์กรต่างๆทั่วประเทศ
    เตี่ยผมนี้ท่านได้นำเอาประสบการณ์ชีวิต พระธรรมของพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ทั้งหลาย และพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบางช่วงบางตอน มาชี้นำสั่งสอนผมตั้งแต่เมื่อผมยังเด็ก ปัจจุบันเตี่ยผมท่านถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ อายุรวม ๙๐ ปี แต่กระนั้นถึงร่างกาย ซุ่มเสียงทุกอย่างของท่านไม่มีอยู่แล้ว เลือนหายไปแล้ว แต่คำสอนของท่านนั้นยังคงอยู่ให้ผมได้เจริญปฏิบัติเอาตัวรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ แล้วการต่อสู้ไม่ย่อท้อแก้ไขปัญหาของผมนั้นก็เป็นอีกคำสอนบทหนึ่งที่จะใช้สอนลูกหลานผมสืบไป
    ซึ่งผมยินดีอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันคำสอนดีๆจาก พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ ๙ และ คำสั่งสอนของเตี่ยผม...แก่ท่านทั้งหลายทั้งที่รู้เพื่อเป็นแนวทาง ทั้งท่านที่ประสบปัญหาชีวิตเลวร้าย และ ท่านผู้แวะเวียนเยี่ยมชมทุกๆท่านครับ



    --------------------------------------------------------------------------------------



    เกริ่นนำ..

    ณ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๔ มีครอบครัวๆหนึ่ง มีพ่อกับแม่และลูก 8 คน มีลูกสาว 6 คน ลูกชาย 2 คน ผู้เป็นพ่อเป็นคนจีน ลูกๆเรียกท่านว่าเตี่ย ท่านทำงานเป็นเสมียนอยู่โรงน้ำปลามีรถจักรยานปั่นไปกลับที่ทำงานซึ่งห่างกันประมาณ 3.5 กม. รวมไปกลับ 7 กม. ส่วนผู้เป็นแม่เป็นคนไทยจังหวัดสกลนคร ลูกๆเรียกท่านว่าแม่ ท่านเปิดร้านขายส้มตำไก่ย่าง สมัยนั้นส้มตำถุงละ 3 บาท ไก่ไม้ใหญ่ ไม่ละ 10 บาท เช่าบ้านเป็นห้องแถวของคนจีนอยู่หลังหนึ่งเดือนละ 500 บ. มีฐานะไม่ได้ร่ำรวยเช้าชามเย็นชาม แต่เพราะความไม่ร่ำรวยนี้แหละ ทำให้เข้าใจความพอเพียง และ ฝึกฝนตนเองให้ครอบครัวนี้เป็นคนต่อสู้ปัญญา ไม่หนีปัญหา มีความ เอื้อเฟื้อ ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน แล้วกค่อยๆก่อร่างสร้างเนื้อสร้างตัวถึงความพอเพียงได้


    --------------------------------------------------------------------------------------



    บทเรียนเริ่มเรื่อง...ความทรงจำหลักในคำสอนเตี่ย

    ก่อนอื่นผมขอแจ้งรายละเอียดตัวละครก่อนนะครับ ผมจะเป็นลูกคนสุดท้อง ชื่อ ก๊กเฮง เพื่อดำเนืนเรื่องราวในบท..นิยายแห่ง..ชีวิต..ธรรม..คำเตี่ยสอน..ตามรอยพ่อหลวง.. นี้ครับ

    "ผมชื่อก๊กเฮง แซ่โง้ว ..ก๊กเฮง แปลว่า ดาวประจำเมือง หรือ ความเจริญของบ้านเมือง เตี่ยตั้งเป็นชื่อจีนให้" มีพี่น้องอยู่ด้วยกันรวมผมเป็น 8 คน มี พี่สาว 6 คน พี่ชาย 1 คน คือ
    1. เจ้ตุ๋ย
    2. เจ้ต๋อย
    3. เจ้จิน
    4. เจ้นุช
    5. เจ้โม
    6. เจ้นิด
    7. เฮียตี๋
    8. ผมเป็นน้องคนสุดท้อง

    เตี่ยผมอายุมากกว่าแม่ 20 ปี ผมเกิดขึ้นมาต้อนเตี่ยอายุประมาณจะเกือบ 60 ปีแล้ว แม้ผมก็อายุประมาณเกือบจะ 40 ปีแล้ว ผมอายุห่างจากพี่คนที่ 7 ประมาณ 10 ปี ตอนผมเกิดมาทางบ้านก็ก็เริ่มจะพยุงครอบครัวให้มีอยู่พอกินพอใช้กันได้แล้ว เพราะทุกคนรู้ประหยัด ขยันทำงาน อดออมเงิน หารายได้เสริมอยู่เสมอๆ
    เตี่ยผมมักจะสั่งสอนผมอยู่เสมอๆว่า..บ้านเราไม่ใช่คนรวยเมื่อก่อนแทบจะไม่มีอยู่ไม่มีกิน ใช้เวลาอยู่นานจนวันนี้เริ่มอยู่กินแบบพอเพียง ที่เป็นแบบนี้ได้เพราะทุกข์คน มีความรู้จัก "เอื้อเฟื้อแบ่งปัน, ซื่อสัตย์, ขยัน, อดทน" จึงทำให้บ้านเรามีฐานะดีขึ้นอยู่กินดีขึ้น เราเป็นลูกคนจีนต้องยึดข้อนี้ไว้ให้มั่น ดังนั้นก๊กเฮงก็ต้องปฏิบัติเจริญรอยตามเพื่อตัวก๊กเฮงเองไม่ใช่ใครอื่น ก๊กเฮงเกิดมาในช่วงที่บ้านมีกินที่ดีขึ้นแล้วเป็นลูกคนสุดท้องที่เจ้ๆและอาเฮียรัก แต่ก๊กเฮง "อย่าลืมตัว จะต้องรู้จัก กตัญญูกตเวทีรู้บุญคุณคน, มีปกติอ่อนน้อมมถ่อมตัว, รู้จักใช้จ่ายอย่างประหยัดพอเพียง, อดออม" เพราะวันหนึ่งต้องเป็นที่พึ่งของทุกคนในบ้านจำไว้ให้ดีนะลูกวันหนึ่งเมื่อก๊กเฮงมีครอบครัว มีลูก สิ่งที่ก๊กเฮงปฏิบัติประสบการณ์ที่ควรค่ายิ่งของก๊กเฮงนั้นแหละจะเป็นคำสอนของลูกสืบไป

    ผมก็เจริญปฏิบัติตามคำสอนที่เตี่ยสอนนี้เสมอมาเรื่องนี้สืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ผมจะหาเช้ากินค่ำ มีพอกินบ้าง ไม่พอกินบ้าง กินได้อิ่มบ้าง ทำพลาดพลั้งบ้างแต่ด้วยคำเตี่ยสอนที่ผมจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ได้ประครองให้ชีวิตผมไม่อับจนตกอับ...

    บทเรียกนี้แบ่งเป็น ๒ ภาคการเรียนดังนี้
    ๑. "ภาคการเรียนที่ ๑. เตี่ยสอนก๊กเฮง"
    ..เป็นเรื่องราวคำสอนสมัยที่ผมยังเด็ก จนเรียนจบ ทำงาน

    (ปัญหาและคำสอนในภาคเรียนที ๑ นี้ จะเกิดมีต่างๆนาๆซึ่งปัญหาในแต่ละช่วงอายุและวัยก็จะต่างกันไป ซึ่งเริ่มจากเด็กที่เรียบง่ายไม่ประสีประสาอะไร ไม่คิดอะไรมาก อยู่กับปัจจุบันมากกว่าความคิดอ่าน นอนหลับตื่นมาก็ลืม พูดและฟังง่ายๆตามประสาเด็ก ตลอดไปจนถึงเมื่อเจริญวัยปัญหาก็จะเริ่มหนักขึ้นๆเรื่อยๆ มัธยมต้น เรียนช่าง ที่สุดจนถึงเมื่อตอนทำงานก่อนที่จะแต่งงานซึ่งจะหนักมากขึ้นไปอีกตามช่วงเวลา)
    ๒. "ภาคการเรียนที่ ๒. ปะป๊าสอนเป๋าเป่า"
    ..เป็นเรื่องราวคำสอนของก๊กเฮงที่สอนลูกชายเพียงคน้เดียว คือ อั่งเปา จากประสบการณ์ชีวิตความผิดพลาด โชคชะตา การแก้ไขปัญญา ความตั้งมั่นริเริ่ม ความเพียรกระทำที่ยึดมั่นคำสอนของเตี่ย พระธรรมของพระพุทธเจ้า และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ ๙ ที่ทำให้พยุงตนเองผ่านจากความฉิบหายมาได้ จนสามารถเลี้ยงดูอั่งเปามาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยเงินเดือนเพียง 8,900 บาท ตั้งแต่ปี 2549 - กลางปี 2559 และ เพิ่ง ได้เงินเดือน 11,000 เมื่อประมาณกลางปี 2559 นี้เอง แต่ไม่เคยเคียดแค้นท้อใจที่ตนนั้นไม่มีโอกาสเหมือนคนอื่น ไม่ร่ำรวยเหมือนเขา ยิ่งกลับภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกเตี่ยและแม่ เป็นพ่อ เป็น สามี เป็นน้องของพี่ๆทั้ง ๗ คน เพราะมันคือปัจจัยสำคัญให้เราโตและเป็นพ่อที่น่าภาคภูมิใจในภายหน้า

    (ซึ่งปัญหาในช่วงนี้จะหนักมากๆในฐานะพ่อ-สามี-ความเป็นลูกของเตี่ยและแม่ ความเป็นน้องคนสุดท้องของพี่ๆ ต้องอาศัยองค์ประกอบมากมายก้าวข้ามผ่านพ้นไป โดยเฉพาะ สติ ปัญญา และความเพียร แต่เมื่อผ่านมาได้นี่แหละคือบทเรียนที่ดีที่เราใช้สอนลูกในภายหน้า)


    มาเริ่มบทเรียนใน ภาคการเรียนที่ ๑. จากเกับผมกันได้เลยครับ...


    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Admax : 12-13-2016 เมื่อ 07:14 PM
    ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
    ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
    รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
    การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

  2. #2


    "ภาคการเรียนที่ ๑. เตี่ยสอนก๊กเฮง" บทเรียนที่ ๑ ทาน ความอิ่มใจ แม้ยากจนแต่อย่าจนน้ำใจ


    https://my.dek-d.com/ngowlineage/wri...3752&chapter=1
    ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
    ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
    รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
    การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

  3. #3


    "ภาคการเรียนที่ ๑. เตี่ยสอนก๊กเฮง" บทเรียนที่ ๒ ขอทาน กับ ของเล่น


    https://my.dek-d.com/ngowlineage/wri...3752&chapter=2
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Admax : 12-25-2016 เมื่อ 07:22 PM
    ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
    ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
    รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
    การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

  4. #4


    "ภาคการเรียนที่ ๑. เตี่ยสอนก๊กเฮง" บทเรียนที่ ๓ ปล่อยปลา กับ ศีล

    https://writer.dek-d.com/ngowlineage/story/viewlongc.php?id=1553752&chapter=3
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Admax : 12-25-2016 เมื่อ 07:13 PM
    ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
    ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
    รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
    การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

  5. #5

    แชร์เข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์
    เพื่อเผยแผ่ธรรมะอีกทางหนึ่ง


    "ภาคการเรียนที่ ๑. เตี่ยสอนก๊กเฮง" บทเรียนที่ ๔ รถบังคับ กับ การฝึกตน


    https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1553752&chapter=4
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Admax : 12-25-2016 เมื่อ 07:53 PM
    ความติดข้องใจเสพย์อารมณ์ความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น สมุทัย
    ผลของการดำเนินไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี เป็น ทุกข์
    รู้สัจธรรมและปรมัตถ์ ดำรงอยู่ในกุศล สติ ศีล สมาธิ พรหมวิหาร๔ คิดดี พูดดี ทำดี เป็น มรรค
    การดับไปแห่งความพอใจยินดี และ ความไม่พอใจยินดี ถึง อัพยกตธรรม เป็น นิโรธ

ถ้าท่านชอบใจก็ไลค์ โลด...

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด