PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : ...เราเกิดมาเพื่ออาไร



DAO
02-10-2009, 01:28 PM
มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งเค้าเล่าว่า
มียักษ์ตนหนึ่งมีถามมนุษย์ว่าเกิดมาทำไม? ถ้ามนุษย์คนไหนตอบว่าเกิดมาเพื่อแสวงหาความสุข ยักษย์ตนนั้นจะทุบถองเอากระบองฟาดตีเอา ถ้ามนุษย์คนไหนตอบว่าเกิดมาเพื่อแสวงหาความหมดทุกข์ และดับทุกข์ได้ ยักษย์ตนนั้นก็จะปล่อยไปให้ศีลให้พร
อันนี้เป็นนิทานอุปมัยทางพุทธศาสนาว่า สาเหตุที่ยักษ์ทุบตีมนุษย์ที่เกิดมาแสวงหาความสุขคือ ในโลกนี้ไม่มีอะโลกที่มนุษย์หลวาดกลัวเท่ากับความทุกข์ ความทุกข์เป็นภัยอันใหญ่หลวงที่เบียดเบียนมุนษย์ตั้งแต่เกิด ถ้าภัยธรรมชาตินานนานไหนก็เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง แต่ความทุกข์ในใจของมนุษย์เกิดขึ้นแทบทุกเสี่ยววินาที การที่มนุษย์ถูกความทุกช์เบียดเบียนจิตใจนี่แหละ ทำให้มนุษย์แสวงหาความสุขในทางที่ผิด คิดว่าสิ่งนี้ให้ความสุขกับเราได้ จริงอยู่มันให้ความสุข แต่มันไม่สามารถดับทุกข์ในใจได้ ในขณะที่เรามีความสุขจากการที่เราแสวงหาแล้วนั้น เราไม่เป็นทุกข์ แต่ความจริงทุกข์หาได้ดับไปด้วยไม่ เพราะขณะนั้นมีมีความสุขจากสิ่งที่เราแสวงหา พอความสุขที่เราแสวงหาดับไปความทุกข์ก็โผล่มาแทนที่ หาได้ดับทุกข์ เป็นอย่างนี่แล้วๆเล่าตั้งแต่มนุษย์เกิดออกครั้งแรกของโลก แต่วิถีการแสวงหาความสุขเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและสังคมในยุคสมัยนั้นๆ บางคนแสวงหาความสุขโดยการเบียดเบียนผู้อื่น แต่ตนเองก็ต้องมาทุข์ทรมานหลังจากที่ความสุขหมดไปมนษุษย์จึงวิ่งตามความสุขไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า ความสุขที่แท้จริงมันอยู่ตรงใหน แต่มนุษย์คนแรกที่รู้ คือ เจ้าชายสิทธัตถะ หรือทั่วโลกเรียกว่าพระพุทธเจ้านั่นเอง ความสุขที่แท้จริงคือการดับทุข์นั่นเอง แต่ไม่มีมนุษย์คนไหนรู้จัก ถ้าเราเกิดมาแล้วดับทุกข์ได้เราไม่ต้องไปแสงวหาความสุขไม่ต้องไปวิ่งหาความสุข เราก็สุขได้และสุขแบบสงบเยือกเย็น นี่เราวิ่งหาความสุขใช้เงินซื้อความสุข แต่เราไม่ดับทุกข์ อย่างนี้แล้วเราจะเจอความสุขได้อย่างไร เหมือนกับไฟลุกผ้าติดน้ำมัน เราได้แต่เอาน้ำมาดับไป ไฟดับเฉพาะที่เอาน้ำมาสาด แต่หารู้ไม่ว่า มันมีโอกาสจะลุกไหม้มาทีหลังอีกถ้ามีเหตุมีปัจจัย แต่ถ้าเราทำลลายซื้อเพลิง ที่เป็นเหตุแห่งการลุกไหม้ อันนี้รับรองว่าจะไม่มีไฟลุกคนเป็นอันขาดเหมือนกัน เพระฉะนั้นทุกวันนี้จึงมีมนุษย์แทยทุกคนได้รับควมสุขจากความสุขที่ตัวเองแสวงหาดิ้นรนต่อสู้ยื้อแย่งชิงดีชิงเด่นกัน พอเราได้มาแล้ว เราก็มีความสุขกับมันชั่วครู่ไม่ว่าอะไรก็ช่างมักไม่ยั่งยืน ความสุขหมดไป ก็ปรากฎความทุกข์โผล่มาให้เห็น หลายคนโง่เค้าใจผิดคิดว่าเรามีความสุขอย่างนี้แล้วสามารถดับทุกข์ได้ที่จริงเข้าใจผิดคือเราเพลินอยู่กับความสุข จนกลบความสุขไป แต่พอความสุขจางหายไปก็ปรากฎความทุกเข้ามาแทนที่
อันนี้ นิทานเรื่องนี้คือ ยักษ์ เป็นวิบาก คือผลของการกระทำ มนุษย์เป็นตัวทำกรรม ทั้งกรรมดี และกรรมชั่ว ส่วนคนที่ที่แสวงหาความดับทุกข์นั้น คือคนที่ดับทุกข์ในใจเราโดยวิธีตามที่พระพุทธเจ้าค้นพบมา เพราะถ้าเราดับทุกข์ในใจซะอย่างเดียว เราจะไม่มีการวิ่งหาความสุขอีกเลย จะดำรงชีวิตไปตามสภาพที่เป็นอยู่เป็นนายยกก็ทำหน้าที่นายกบริหารประเทศอย่าเต็มที่ เป็นหัวหน้าก็เป็นหัวหน้างานอย่างเป็นที่เป็นลูกจ้างก็เป็นลูกจ้างอย่างเต็มที่ กลับมาอยู่ในบ้านก็ทำหน้าที่พ่อแม่ลูกอย่างดี อย่างนี้ก็ถือเป็นการใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ที่สุดที่เกิดมาบนโลก
ไม่ใช่หมายความว่าจะดับทุกข์ได้คือเอาไม่เป็นอะไรเลยไม่มีการดำรงชีวิตไม่มีการสืบเผ่าพันธ์มนุษย์ไม่ใช่ แต่ให้ทำไปตามเหตุที่จะเป็นในการดำรงชีวิตอยู่ เสพกามก็เพื่อสืบพันธ์สืบทายาสเท่านั้น อย่าเสพด้วยความสนุกสาน ถ้าเสพด้วยความสนุกสนานมันจะมีของแมตามด้วยนั่นคือเอดส์ และโรคต่างๆที่สังคมรังเกียจ เหมือนกับเรากินปลา ถ้าเราเพื่อความอร่อยมักจะถูกก้างปลาติดคอแต่ถ้าเรากินเพื่อเอาสารอาหารมาบำรุงร่างกายให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกนี้เพื่อทำความดีเราจะไม่ถูกก้างปลาติดคอ
สรุปว่าเรากิดมาเพื่อดับทุกข์โดยถ้าเกิดมาเพื่อแสวงหาควาสุข เรามักจะถูกความทุกข์บี้ตามมาภายหลังเหมือนกับที่เป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์


ขอขอบคุณที่มาคะ http://www.pantown.com/board.php?id=3320&area=1&name=board1&topic=215&action=view