PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : มองปัญหาด้วยปัญญา:วิธีแก้โรคเครียด



*8q*
02-10-2009, 08:23 PM
http://img183.imageshack.us/img183/6236/leaf0071wo5.jpg


ปุจฉา

เรื่องของจิต

ผมมีปัญหาอยากขอคำแนะนำจากหลวงปู่พุทธะอิสระ

1. จะแก้อาการของโรคเครียด วิตก กังวล ได้อย่างไร?

2. จิตระดับมหาเทพเป็นอย่างไร ครับ? คนธรรมดาจะพัฒนาจิตถึงระดับนั้นได้อย่างไร?

3. มีผู้รู้บอกผมว่าจิตของผมมีปฏิสัมพันธ์กับจิตเทพ ให้ผมทำพิธียกขันธ์ห้า อยากขอคำแนะนำจากหลวงปู่ว่า ควรทำหรือไม่?

4. ผมเริ่มฝึกสมาธิทางด้านพลัง ฝึกไปฝึกมาเกิดมีอาการมือขยับได้เองโดยมิได้สั่งการ แล้วก็มีคำพูดเกิดขึ้นในสมองโดยที่ผมยังไม่ได้คิด คือ เหมือนมีหลายคนในร่างเดียว ผมมีอาการอย่างนี้จะแก้ไขอย่างไรดีครับ?

วิสัชนา

1. ก่อนอื่น คุณต้องหาสาเหตุของอาการเครียดเหล่านั้นก่อนว่า เครียดเพราะเหตุใด แล้วค้นหาวิธีแก้ที่เหตุนั้นๆ ตัวอย่างเช่น เครียดเพราะมีความคิดสับสน จับจด ฟุ้งซ่าน ก็ลองแก้ด้วยการฝึกสติ แต่ถ้าเครียดเพราะหน้าที่การงาน ก็ต้องแก้ที่หน้าที่การงาน อย่าทำให้ การงานนั้นตกค้าง ทำให้เสร็จด้วยความเรียบร้อย แต่ถ้าเครียดเพราะอยู่เปล่าๆ แล้วไม่รู้จะทำอะไร คุณก็ต้องจัดหางานทำ งานอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้คุณอยู่เฉย

2. คุณนี่ช่างว่างเสียจริงๆ นะ สู้อุตส่าห์ไปหาเรื่องของคนอื่นมาถาม แต่เรื่องของตัวเอง กลับไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วทำไม อยากไปรู้เรื่องจิตของเทพ ของพรหม ทำไมคุณไม่ถามว่า จิตมนุษย์ที่วิเศษ หมดกิเลสเขาทำอย่างไร

เอาเหอะ...เมื่อคุณอยากถามฉันก็จะตอบ จิตที่เจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คือพรหมวิหารธรรม จิตนั้นถือได้ว่าเป็นจิตของมหาเทพ เรียกว่า เป็นเทพเป็นพรหมโดยสมมติ เมื่อตายไปแล้วก็จะไปบังเกิดเป็นมหาเทพ มหาพรหม โดยอุบัติ

3. ฉันว่าผู้รู้ท่านนั้นของคุณ ช่างเป็นคนแสนรู้เสียจริงๆ การจะมีสัมพันธ์กับเทพและพรหม ลงทุนแค่ยกขันธ์ห้าก็ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้น มหาโจร ขี้ยา ก็น่าจะมีสัมพันธ์อันดีต่อเทพต่อพรหมได้ แหมอย่างนี้เล่นไม่ยาก (แต่ขออภัย ฉันไม่อยากเล่น กลัวโง่)

แสดงว่าคุณกำลังจะเพี้ยนแล้ว น่าจะต้องมาทบทวนวิชาที่ฝึกกันใหม่เสียแล้วล่ะ เพราะถ้าเป็นวิถีแห่งพุทธ คงไม่เป็นอาการอย่างที่คุณกล่าวมานี้ มีแต่ว่าจะทำให้ผู้ศึกษาเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

ปุจฉา
พระเทวทัต

กราบนมัสการหลวงปู่ที่เคารพ อยากทราบว่าพระเทวทัต นั้นสะสมบารมีอะไรจึงสามารถได้เกิดร่วมสมัยกับองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าและเกิดในตระกูลกษัตริย์เป็นพระญาติ ทั้งที่ในสมัยที่องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์มหาเวสสันดรและพระเทวทัตในสมัยนั้นก็เกิดเป็นชูชก และในอีกหลายๆ ชาติก็เป็นศัตรูกับพระพุทธองค์เสมอมาครับ

วิสัชนา

'เหตุเพราะปฐมชาติของพระเทวทัตผูกใจเจ็บต่อพระมหาโพธิสัตว์ถึงขนาดใช้มือทั้งสองข้างกอบทรายขึ้นมา แล้วกล่าววาจาผูกอาฆาต ตามจองเวรทุกภพทุกชาติ เท่าจำนวนเม็ดทรายในกอบมือ ด้วยเหตุนี้แหละ ทำให้พระเทวทัตได้ตามจองล้างจองผลาญพระมหาโพธิสัตว์ตลอดมา ต้องขอบอกคุณว่า การที่คนเราจักมีโอกาสเกิดร่วมชาติภพกันและได้ใกล้ชิดกัน หาได้เกิดเพราะทำแต่ความดีไม่ ทำผิดชั่วบาปต่อกันก็ทำให้ได้เกิดร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ร่วมกันโดยสถานใด มิตรหรือศัตรู ขึ้นอยู่ที่ว่าการกระทำที่ทำมาแต่อดีต

ปุจฉา
ฉีดยาฆ่าแมลงบาปมั้ย

การฉีดพ่นยาฆ่าแมลงบริเวณบ้าน เพื่อป้องกันแมลงสาบ แล้วปรากฏว่ามีแมลงสาบต้องตายหลายๆ ตัว ถือว่าเป็นการทำบาปหรือไม่? (เพราะไม่ได้มีเจตนาจะฆ่ามันโดยตรง)

วิสัชนา

ยังไงก็บาปแหละคุณ เพราะการกระทำของคุณทำให้ชีวิตสัตว์ตกล่วง วิธีที่น่าจะดี ลองเปิดประตู ช่องลม หน้าต่าง เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นได้มีโอกาสหนีได้ แล้วจึงฉีดยา เช่นนี้ก็น่าจะพอบรรเทา แต่ถึงยังไงก็ยังได้ชื่อว่าเบียดเบียนชีวิตสัตว์อยู่ดี

http://board.agalico.com/showthread.php?t=26818

*8q*
02-10-2009, 08:25 PM
มองปัญหาด้วยปัญญา:อยากให้คนใกล้ตัวมีธรรมะ
[HR]<!-- / icon and title --><!-- message -->
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/300/9300/images/footprint1.jpg

ปุจฉา
อยากรู้เรื่องนิพพาน

การนิพพานคือการเข้าสู่ความว่างเปล่าใช่หรือไม่? หากใช่พระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์ต่างกันอย่างไร(เพราะล้วนแล้วแต่เป็นความว่างเปล่า) ช่วยกรุณาตอบกระผมด้วยครับ ขอบพระคุณมาก

วิสัชนา

นิพพาน หมายถึง ความดับและเย็น ของกิเลส ตัณหา อุปาทาน ความทุกข์ยากเดือด-ร้อน รวมถึงชาติ ชรา มรณะ พยาธิ เหล่านี้จักเรียกว่า ความว่างเปล่า ก็มิน่าจะผิดอะไร

ปุจฉา
ธรรมจากยอดเจดีย์

กราบนมัสการหลวงปู่ ลูกได้ดูสารคดีประเทศเนปาล และมีเจดีย์ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ และการก่อสร้างเจดีย์นี้ บนยอดจะเป็นชั้นๆ 13 ชั้น เขาบอกว่าสร้างเพื่อเป็นตัวแทนธรรมะ 13 ขั้นก่อนที่จะบรรลุนิพพาน ลูกอยากกราบเมตตาปุจฉาว่า ธรรมดังกล่าวหมายถึงธรรมใด

วิสัชนา

ธรรมอันเป็นกำลังเรียกว่า พละ 5 ทางแห่งการตรัสรู้เรียกว่า อริยมรรค มี 8 ทั้งสองหมวดธรรมรวมกันได้ 13 ข้อพอดี

พละ 5 มี

1. ศรัทธา ความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เช่นเชื่อเรื่องกฎของกรรม
2. วิริยะ ความเพียรในทางที่ชอบ
3. สติ ความระลึกได้
4. สมาธิ ความตั้งใจมั่น
5. ปัญญา ความรอบรู้

มรรค 8 มีดังนี้คือ

1. ความเห็นชอบ
2. ดำริชอบ เช่นดำริที่จะออกจากกามคุณ
3. เจรจาชอบ
4. การงานชอบ
5. เลี้ยงชีพชอบ
6. เพียรชอบ
7. ระลึกชอบ
8. ตั้งใจชอบ

ปุจฉา
อยากให้คนใกล้ตัวมีธรรมะ

ทำอย่างไรจึงจะทำให้คนใกล้ตัวเรามีธรรมะ เข้าใจธรรมะ เชื่อในหลักของพุทธศาสนาได้บ้าง เพราะเขาจะโต้แย้งการทำบุญอยู่เสมอ

วิสัชนา

ทำให้เขาเชื่อในสิ่งที่ดีๆ ที่มีอยู่ในตัวเขา และยอมรับความ ดีของผู้อื่น นั่นก็เป็นธรรมแล้ว

ปุจฉา
หนีปัญหา

ข้าพเจ้าเป็นคนใจร้อน คนตรง ไม่ยอมคน ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก หลังจากไปฝึกกรรมฐาน แลดูเหมือนใจเย็น แต่จริงแล้วหนีปัญหาคือมีปัญหากับใครจะเงียบนิ่ง ไม่พูดไม่จา ใครอยากว่าอะไรก็ตามใจ มีปัญญาพูดก็พูดไป ดูเหมือนตัดได้ แต่เหมือน ภูเขาไฟรอวันระเบิดมากกว่า ทำอย่างไรจะสงบได้จริงโดยยังมีลมหายใจและสติที่สมบูรณ์ นมัสการ

วิสัชนา

สิ่งที่คุณทำ ภาษาพระท่านเรียกว่า &#39;ขันติ&#39; คือ ความอดกลั้น พูดเป็นภาษานักสมถะเรียกว่า &#39;วิขัมภนปหาน&#39; คือ การข่มเอาไว้ ด้วยกำลังสมาธิ กำลังสติ ย่อมแน่นอนล่ะ ถ้าวันใด ขันติ กลายเป็นขันแตก สมาธิ กลายเป็นกะทิ สติ กลายเป็นสตัง สิ่งที่คุณข่ม สะกด อดกลั้นเอาไว้ มันย่อมพังออกมา

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เจริญปัญญา เรียกว่า วิปัสสนา จึงจะมีวิธีทำลาย สกัดกั้นศัตรูที่เข้ามาได้อย่างเด็ดขาด ปราศจาก มลพิษ คุณควรจะต้องทำทุกวิธีให้มีปัญญา รู้เท่าทันตามความเป็นจริง

ปุจฉา
อยากสงบ

บ้านที่อาศัยปัจจุบันสังคมแวดล้อมมีแต่คนพาล ไม่มีใครมีวาจาสัตย์ เพิ่งรู้ว่าตำบลนี้ไม่เจริญ เพราะที่นี่มีแต่คนแบบนี้ มงคลอันวิเศษสุดแห่ง พระศาสดากล่าวว่าอย่าคบ คนพาล อยากจะบอกว่าแค่อยู่ใกล้ก็มีแต่เรื่องเดือดร้อน ทุกคนเข้ากันเหมือนผีกับโลง คนหนึ่งใช้เงินจ้างอีกคนรับเงินไปยืนสาบานแช่งโคตรเหง้าและ ตัวเองให้วิบัติ เวลานี้คนเลวและขโมยชุมยิ่งกว่ายุง เป็นพุทธแต่ปากใจไม่มีธรรมะ นกไม่มีขนคนไม่มีศีลบินสู่ที่สูงไม่ได้ ขอคำแนะนำเพื่อให้ดำรงชีวิตได้อย่างสงบที่นี่

วิสัชนา

คุณพูดยังกับรอบๆ ตัวคุณ ไม่มีคนดีเหลืออยู่เลย ฉันว่าคงมิได้รวมถึงตัวคุณด้วยหรอกนะ คนฉลาดเขารู้จักนำน้ำครำมา กลั่นเป็นน้ำใส ใช้ดื่มกินได้ คนไร้ปัญญาแม้อยู่กับน้ำใส ก็ทำให้ กลายเป็นน้ำครำได้ คุณก็เลือกเอาแล้วกันจะเป็นแบบไหน ฉันเชื่อว่าทุกคนอยากได้ดี แต่ไม่รู้วิธี คุณก็ควรเมตตา ชี้แจงแสดงดี ให้เขาดูเป็นตัวอย่างบ้าง อย่างน้อยๆ เขาจะได้เห็นข้อแตกต่าง เขาจะได้มีหนทางที่จะเลือกเดิน ลองใช้ความพยายามความจริงใจ ความเมตตา นำวิถีที่ดีๆ ให้เขาได้ดูด้วย นึกว่าช่วยเขาเอาบุญ

*8q*
02-10-2009, 08:26 PM
มองปัญหาด้วยปัญญา : ธรรมะชนะจิตตก
[HR]<!-- / icon and title --><!-- message -->
http://sl.glitter-graphics.net/pub/389/389236pktm4ayjk1.jpg


ปุจฉา
จิตตกอยู่เสมอ

ขอความเมตตาหลวงปู่ให้คำชี้แนะด้วยเจ้าค่ะ ลูกมีสภาวะจิตตกอยู่เสมอ มีอารมณ์ซึมเศร้าเป็นอนุสัย เป็นสันดาน เป็นกรรมอันใดหรือไม่ หลวงปู่เคยสอนว่าน้ำจะไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ เราต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการดึงมันขึ้นมา แต่ด้วยสติที่มีอยู่น้อยนิด คงไม่อาจสู้กับการฉุดกระชากลากถูของพญามารได้จะทำอย่างไรดีเจ้าคะ

วิสัชนา

แน่นอน น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำอยู่เสมอ เมื่อคุณรู้อย่างนี้ก็อย่าให้น้ำมันไหลไวเกินไป และสมควรอย่างยิ่งที่ต้องหาภาชนะหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดมารองน้ำหรือกั้นน้ำนั้นไว้บ้าง อย่างน้อยจะได้ เอาไว้ใช้ในยามจำเป็น เช่นเดียวกัน คนเรามักจะมีอารมณ์ใฝ่ต่ำเสมอ ต้องหาเครื่องกรอง เครื่องกั้นอารมณ์เอาไว้บ้าง และเครื่องกรองเครื่องกั้นนั้นก็คือ สติ สมาธิ ปัญญา ที่เกิดจากการฝึกหัดศึกษาปฏิบัติธรรม

ปุจฉา
ซึมเศร้า หมดหวัง

กราบนมัสการหลวงปู่ หลวงปู่ครับ...

1. เราจะมีวิธีสร้างแรงจูงใจ ให้ รัก เพียรพยายาม เอาใจใส่ ตรวจสอบใคร่ครวญในการงาน ไปตลอดได้อย่างไรครับ

2. ในการฝึกสตินั้น สำหรับคนที่มีกิเลสมากนั้นต้องใช้เวลา เท่าไรจึงจะได้ผลครับ และมีวิธีใดบ้างที่ฝึกง่ายๆ (ถึงแม้ต้องใช้เวลามากๆ)สำหรับคนที่ไม่ชอบการฝึกแบบเป็นพิธีการ

3.เราจะใช้ธรรมะข้อใด ที่ช่วยให้เรารอดพ้นจากความโกรธ หงุดหงิด รำคาญ ได้บ้างครับ

4. อาการซึมเศร้า ท้อแท้ หมดหวัง ในความสามารถของตัวเองนั้น เราจะทำอย่างไรให้เรา และคนอื่นๆ ไม่มีอาการอย่างนี้

วิสัชนา

1. มีสติคอยเตือนตนให้สนใจใส่ใจ รักที่จะทำอะไรให้สำเร็จลุล่วง ด้วยความจดจ่อ จับจ้อง จริงจัง ตั้งใจ เพียรพยายาม พร้อมกับใช้ปัญญาใคร่ครวญพิจารณาในการงานที่ลงมือกระทำ คำที่พูด สูตรที่คิด เมื่อกิจกรรมที่ทำแล้วมีผลสำเร็จ เรายิ่งรู้สึกภาคภูมิ ยินดี เหล่านี้ก็เป็น วิธีสร้างแรงจูงใจให้เรามีกำลังที่ จะทำงานต่อไปอย่างไม่เบื่อหน่าย

2. ฝึกทุกลมหายใจที่เข้าออกจนกว่าชีวิตคุณจะหาไม่ มีสติรู้ลมหายใจเข้า มีสติรู้ลมหายใจออก นี่เป็นวิธีที่ง่ายและไม่ต้องอาศัยพิธีการใดๆ

3. สติ เมตตา ปัญญา

4. เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะคุณไม่มีสติรู้เท่าทันอารมณ์ที่ปรากฏ แก่คุณ เมื่อไม่รู้เท่าทันก็ระงับอารมณ์นั้นๆ ไม่ได้ ผลก็จะเป็นอย่างที่คุณกล่าว อีกอย่าง การซึมเศร้า ท้อแท้ และหมดหวัง อาจจะเกิดจากความทะยานอยาก ตัณหา และอุปาทาน คือความยึดถือ เกิดการแปรเปลี่ยน เหล่านี้เป็นเหตุให้เกิดอาการซึม เศร้า ท้อแท้ และความหมดหวังทั้งนั้น สิ่งที่แก้ได้ดีที่สุดคือ สติ สมาธิ ปัญญา

ปุจฉา
วินัยในตัวเอง

ผมขอเรียนถามหลวงปู่ว่า วินัยในตัวเองคืออะไร

วิสัชนา

วินัยในตัวเองมันเริ่มต้นด้วยคุณคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น พูดอย่างไร ก็ทำอย่างเดียวกัน ด้วยความไม่ขัด ไม่เขิน ไม่ทำให้ตน และคนอื่นเดือดร้อน วินัยในตนเองนี้ต้องรวมไปถึงการมีสัมพันธภาพอันดีต่อกันและแม้แต่ในตนและคนอื่น

ปุจฉา
โลกของพุทธะ

กราบนมัสการองค์หลวงปู่พุทธอิสระที่เคารพอย่างสูง ในโลกของพุทธะจะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างไร ลูกขอความ เมตตาด้วยครับ

วิสัชนา

เริ่มต้นจากการมีน้ำใจ รู้จักให้ เมตตา อาทรต่อเพื่อนผู้ร่วม เกิดแก่เจ็บตาย เพียรพยายามรักษากาย วาจา ให้เป็นปกติ รักษาใจให้สงบ ปลอดจากอารมณ์และมลพิษทั้งปวง

ทำทุกวิถีเพื่อให้เข้าถึงความรู้เห็นตามความเป็นจริงของสรรพสิ่ง สรรพสัตว์ สรรพชีวิต มีความขยันหมั่นเพียรที่จะประกอบคุณงามความดีรู้ และละชั่ว

ทำการทุกอย่างดังกล่าวมาแล้ว ด้วยความอดทน อดกลั้น มีความจริงใจต่อเรื่องที่เราทำ คำที่เราพูด สูตรที่เราคิด ทั้งกับตนและคนอื่น

มีความตั้งมั่นในการกระทำคุณงามความดีอย่างไม่ย่นย่อ ไม่ท้อถอย รู้จักวางเฉยในอารมณ์ที่มากระทบ จากตาเห็นรูป หูฟัง จมูกดมกลิ่น ลิ้นรับรส กายถูกต้องสัมผัส อย่าให้เกิดอารมณ์ใดๆ กับใจ ทุกอย่างนี้ทำด้วยสติตั้งมั่น

*8q*
02-10-2009, 08:27 PM
มองปัญหาด้วยปัญญา : ทุกคนที่จะเข้าไปสู่พระนิพพาน ต้องมีบารมีสั่งสม
[HR]<!-- / icon and title --><!-- message -->
http://www.webboard.mahamodo.com/webboard_others/wb/dharma/images_upload_question/dharma_Qid_001948_Q25511105_1123.jpg



ทุกคนที่จะเข้าไปสู่พระนิพพาน ต้องมีบารมีสั่งสม
ทุกอย่างมีเหตุปัจจัย อยู่ดีๆจะขอทางลัดไปนิพพานไม่ได้

ปุจฉา
เรื่องทุกข์กับสุข

นมัสการหลวงปู่ที่เคารพ ผมชอบอ่านที่หลวงปู่ตอบ และผมก็มีเรื่องที่อยากถามด้วย ผมจะไม่รบกวนมากหรอกครับ ผมขอถามเป็นข้อๆ นะครับ

1. ชีวิตคนเราทำไมต้องมีความทุกข์ และจะมีวิธีแก้อย่างไร

2. ความสุขที่แท้จริงคืออะไร

3. คุณค่าของชีวิตคืออะไร และจะต้องทำอะไรบ้างให้เกิดคุณค่าที่แท้จริง

วิสัชนา

1. มีชีวิตก็ต้องมีทุกข์ คุณไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นทำให้คุณมีทุกข์ ตัวคุณเองก็มีทุกข์อยู่แล้ว ปวดท้องก็เป็นทุกข์ หิวก็เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นความทุกข์มันมีทั้งทุกข์ในและทุกข์นอก ทุกข์ของเราและทุกข์ของเขา มันไม่จำเป็นว่าคนอื่นต้องให้ทุกข์แก่เรา บางครั้งเราก็เป็นคนสร้างความทุกข์ให้แก่ตัวเอง เราเป็นคนรับเอง และเราก็ไปบ่นว่าคนอื่นเอง สุดท้ายเราก็เป็นคนที่ทรมานเอง

วิธีแก้ทำอย่างไร ทุกข์เกิดจากการมีชีวิต ทุกข์เกิดจาก การมีอวิชชา ถ้าจะแก้ทุกข์ดับทุกข์ก็ต้องสร้างวิชชา เช่น ถ้าคุณรู้ว่าปากจะเป็นเหตุให้เกิดนรก คุณก็อย่าไปทำให้ปากเป็น เหตุให้เกิดนรก คือหยุดวจีทุจริต ได้แก่ ไม่พูดเท็จ ไม่พูด ส่อเสียด นินทาว่าร้าย ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดคำหยาบ แค่นี้สวรรค์ก็เกิดขึ้นจากปากคุณแล้ว

2. ฉลาดและสงบ นั่นแหละสุข ที่แท้จริง

3. พึ่งตัวเองได้ และเป็นที่พึ่งให้แก่คนอื่นได้

ปุจฉา
จะทำอย่างไรกับคนเอาเปรียบ

นมัสการหลวงปู่ที่เคารพอย่างสูง ผมเคยอ่านหรือฟังที่หลวงปู่บอกว่าจงเอาชนะความ โลภด้วยการให้ แต่สิ่งที่ผมเจอกับตัวก็คือพวกที่โลภมาก และชอบเอาเปรียบ (หรือว่าเอาเปรียบเพราะโลภมาก) ผมจะทำอย่างไรดีครับกับคนที่ชอบทั้งเอาเปรียบทั้งโลภมาก ผมควรจะหยุดให้ดีหรือไม่ เพราะดูเหมือนให้ไปแล้วก็ไม่หยุดโลภ อ้อ...ถามอีกข้อครับ ทำบุญอย่างไรจึงจะรวยครับ (ข้อนี้เพื่อนชอบถามบ่อย ผมก็ตอบไม่ได้)

วิสัชนา

1. ถ้าเจอคนเอาเปรียบก็รู้จักให้ อภัย ให้น้ำใจ เพราะการให้ไม่จำเป็นต้องเป็นวัตถุสิ่งของเสมอไป บางครั้งให้น้ำใจก็เป็น การให้เหมือนกัน เอาเป็นว่า คุณเลือกให้ที่คุณสบายใจก็แล้วกัน

2. ทำบุญด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ทำบุญด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยการให้ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เพราะนอกจากเราจะรวยทรัพย์แล้ว เรายังรวยปัญญา รวยบริวาร เพราะเรามีน้ำใจ รู้จักให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว นั่นแหละคือความหมายของคำว่ารวยบริบูรณ์ รวยแล้วมีความสุข

ปุจฉา
ขอวิธีลัดไปนิพพาน

กราบนมัสการพระคุณเจ้า ดิฉันเพิ่งจะหันมาสนใจธรรมะเมื่ออายุขึ้นเลข 5 แล้ว ก็อาศัยฝึกปฏิบัติเองตามที่ได้อ่านมา เพราะยังไม่กล้าไปปฏิบัติธรรมที่สำนักไหน เลยมีหลายเรื่องที่ยังไม่เข้าใจ ก็ได้อ่านจากที่พระคุณเจ้าวิสัชนาใน หนังสือธรรมลีลา ก็ได้ความรู้ เข้าใจง่ายดี ครั้งนี้ดิฉันมีปุจฉา มาถามบ้างค่ะ

1. วิธีที่จะทำให้ตนเองมีสติอยู่ตลอดเวลา หรือว่ามากที่สุด ควรทำอย่างไรคะ

2. อยากทราบว่าจะมีวิธีลัดในการปฏิบัติไหมคะ ที่จะถึงความ หลุดพ้นได้เร็วที่สุด (เพราะดิฉันเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว กลัวอยู่อีกไม่นาน) กราบขอบคุณที่ท่านกรุณาวิสัชนาให้ค่ะ

วิสัชนา

1. ตั้งใจ จดจ่อ และจับจ้องกับสิ่งที่คุณกำลังเป็นอยู่หรือว่าทำอยู่ในปัจจุบัน นั่นแหละคือการฝึกให้มีสติอยู่ตลอดเวลา

2. ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัยอันพร้อมมูล ปลูกต้นไม้ ครั้งเดียวจากเมล็ด แล้วจะให้มันงอกออกต้นเป็นดอกเป็นผลเลยไม่ได้ มันต้องใช้เวลาสะสม ทุกคนที่จะเข้าไปสู่พระนิพพาน มันต้องมีคำว่าบารมี เหมือนกับต้นไม้ที่มันจะผลิดอกออกผลได้ มันก็ต้องมีสารอาหาร มีการสั่งสม ทุกอย่างมีเหตุปัจจัย อยู่ดีๆ จะบอกขอทางลัดไม่ได้

http://board.agalico.com/showthread.php?t=26821

plyfha
02-14-2009, 10:39 PM
http://catalog.pantip.com/koykonka/12764-PL001.jpg