PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : ไม่ต้องสงสัยหละ



*8q*
02-14-2009, 04:59 PM
กาลครั้งหนึ่ง มีเศรษฐี 2 คน เป็นเพื่อนกัน คนหนึ่งเป็นเศรษฐีขี้เหนียว และมีความโลภมาก

อีกคนหนึ่งเป็นเศรษฐีเจ้าเล่ห์ ครั้งหนึ่ง เศรษฐีเจ้าเล่ห์ได้ไปค้าขายต่างแดน ได้ผ่านป่าแห่งหนึ่ง และจับนกแขกเต้าได้ตัวหนึ่ง จึงได้ขังกรงไว้ และสอนมันให้พูดอยู่ประโยคหนึ่ง

เวลาผ่านไปได้ปีเศษ ไม่ว่าเศรษฐีจะทำอะไร นกแขกเต้าก็จะพูดประโยคนั้นทุกครั้งไปวันหนึ่งเศรษฐีเจ้าเล่ห์ก็ไปเยี่ยมเพื่อนเศรษฐีขี้เหนียว และได้ถามไถ่ถึงความสุขความทุกข์ของเพื่อน เมื่อเพื่อนเศรษฐีขี้เหนียวเล่าความทุกข์ให้เพื่อนฟัง

เพื่อนก็บอกว่า "แต่ผมนี้ โชคดี ที่บรรพบุรุษได้ทิ้งนกวิเศษให้ไว้ตัวหนึ่ง เมื่อสมบัติของผมใกล้จะหมด ก็จะให้นกตัวนี้หาสมบัติเพิ่มให้อีกทุกครั้งไป ผมจึงสบาย ไม่ต้องทำมาหากินอะไร มีความสุขไปตลอดชีวิต"

เศรษฐีขี้เหนียวได้ยินเพื่อนพูดเช่นนั้น ก็บอกเพื่อนว่า"คุณอย่ามาโกหกให้ผมฟังเลย มันเป็นเรื่องโกหก เพ้อเจ้อที่สุดเท่าที่ไดยินได้ฟังมา มันเหลือเชื่อ เป็นไปไม่ได้ มีที่ไหนที่นกตัวเล็กๆ จะหาสมบิให้ได้ ไปหลอกเด็กอมมือเถอะ"

เศรษฐีเจ้าเล่ห์จึงบอกเพื่อนว่า "ถ้าคุณไปเชื่อ พรุ่งนี้ให้คุณไปที่บ้านผม ผมจะให้นกวิเศษหาสมบัติให้ดู"

คืนนั้น เศรษฐีเจ้าเล่ห์ให้บริวารขุดหลุมขนาดใหญ่ และได้ขนสมบัติของตัวเองที่มีอยู่ ใส่ลงไปในหลุม และได้กลบเอาไว้ รุ่งเช้าเศรษฐีขี้เหนียวก็ได้มาเยี่ยมเพื่อนเศรษฐีเจ้าเล่ห์ และขอให้เพื่อนแสดงฝีมือบอกให้นกแสดงการหาสมบัติให้ดู

เพื่อนเศรษฐีเจ้าเล่ห์จึงบอกว่า “นก..นก..ที่นี่มีสมบัติมั้ย”นกก็บอกว่า............

“ไม่ต้องสงสัยหละ”เศรษฐีจึงให้บริวารขุดลงไป ก็พบสมบัติมากมายขนกันอย่างไม่หวั่นไหว
เศรษฐีขี้เหนียว เมื่อได้เห็นเช่นนั้น ก็ตาโต ความโลภก็เข้าครอบงำจิตใจทันที ในใจคิดว่า ถ้าเราเป็นเจ้าของนกวิเศษตัวนี้ก็ดี จะได้ให้นกตัวนี้บอกที่ซ่อนสมบัติทั้งหมดให้เรารู้ จะได้เป็นเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลก

เมื่อคิดได้เช่นนั้น จึงได้ขอซื้อนกวิเศษตัวนี้จากเพื่อนเศรษฐี เพื่อนก็บอกปัดไม่ยอมขาย เศรษฐีเจ้าเล่ห์ก็บอกว่า ถ้าขายนกวิเศษตัวนี้ให้แล้ว เมื่อสมบัติที่ใช้หมดแล้ว จะไปหาได้ที่ไหนอีก จึงทำเป็นอิดออดไม่ยอมขาย

เมื่อหมดหนทางแล้ว เศรษฐีขี้เหนียวจึงเสนอสมบัติของตัวเองทั้งหมดแลกกับนกวิเศษตัวนี้ และก็บอกเพื่อนว่า ขอให้ผมได้มีความสุขอย่างเพื่อนบ้างเถิด ขอให้เพื่อนได้เห็นใจด้วยเถิด

เราคบกันมาก็นานแล้ว ผมไม่เคยขอร้องใครๆ เลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ขอให้เพื่อเห็นแก่ความเป็นเพื่อนเถิดนะ เศรษฐีเจ้าเล่ห์จึงตกลงขาย เมื่อเศรษฐีขี้เหนียวได้สมบัติของเศรษฐีขี้เหนียวแล้ว จึงยกนกวิเศษตัวนี้ให้เพื่อนไป

ตัวเองก็รีบขนของหนีไปต่างเมืองทันทีครั้นเศรษฐีขี้เหนียวได้นกวิเศษตัวนี้มา จึงเริ่มให้นกหาสมบัติให้ทันที โดยถามว่า “นกๆ ที่นี่มีสมบัติไหม” นกก็บอกว่า “ไม่ต้องสงสัยหละ”

เศรษฐีก็ให้บริวารขุดลงไป จนลึก 1 โยชน์แต่ก็ไม่มีอะไร (1 โยชน์ = 16 กิโลเมตร) จึงคิดว่า ต้องมีอะไรผิดไปแน่ จึงถามใหม่ “นกๆ ที่นี่มีสมบัติไหม” นกก็บอกว่า “ไม่ต้องสงสัยหละ”

เศรษฐีจึงให้บริวารขุดลงไปใหม่ แต่ก็ไม่พบอะไร จึงปลอบใจตนเองว่า ไม่เป็นไรคนเราก็ต้องทำอะไรผิดไปได้บ้าง สัตว์ก็เหมือนกัน จึงถามใหม่ “นกๆ ที่นี่มีสมบัติไหม” นกก็บอกว่า “ไม่ต้องสงสัยหละ”

เศรษฐีก็ให้บริวารขุดลงไปใหม่ คราวนี้ขุดลึกและกว้างกว่าเก่า แต่ก็ไม่พบอะไร จึงรู้สึกโมโหมาก และคิดว่า ตนเองคงจะถูกเพื่อนหลอกเข้าแล้ว จึงถามนกว่า “นกๆ มึงหลอกกูหรือ” นกก็บอกว่า “ไม่ต้องสงสัยหละ”

เศรษฐีรู้สึกเจ็บใจ และแค้นสุดขีด จึงจับนกตัวนี้ทอดกินด้วยความแค้นใจมาก คนเราถ้าไม่มีความโลภ อยากได้ของของคนอื่นที่ไม่ใช่ของเรานี้ ก็จะไม่พบเหตุการณ์แบบนี้ เพราะความโลภแท้ๆ จึงต้องหมดเนื้อหมดตัว

พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า “ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” และก็ให้มีความสันโดษ มีความพออกพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ และให้มีความขยันขันแข็ง ไม่เกียจคร้านในหน้าที่ทั้งทางโลกและทางธรรม ให้ช่วยเหลือตนเอง และผู้อื่น ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเพียงฝ่ายเดียว ขอจบเพียงแค่นี้ก่อน

“ขอให้ทุกๆท่าน ได้ดวงตาเห็นธรรม ละความโลภ โกรธ หลง ได้ในภพชาตินี้เถิด”

http://board.agalico.com/showthread.php?t=26965