PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : อานิสงส์สร้างส้วม



Butsaya
08-03-2010, 09:56 PM
อานิสงส์สร้างส้วม
พระครูภาวนาวิสุทธิ์

ผู้ที่เคยไปวัดอัมพวันมาแล้ว จะต้องรู้สึกตรงกันว่าได้รับความประทับใจอันเกิดจากความสะดวกสบายเรื่องห้องน้ำห้องส้วมเป็นพิเศษ เพราะความเมตตาของหลวงพ่อพระครูภาวนาวิสุทธิ์ มีผู้สำรวจแล้วพบว่าวัดอัมพวันในปัจจุบันมีห้องส้วมถึง ๒๐๐ ห้อง

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ที่ประเทศศรีลังกา อาตมาได้ร่วมไปกับคณะผู้แทนจากประเทศไทย องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกจัดการประชุมที่นั่น มีผู้แทนชาวพุทธมาประชุมจากทั่วโลกมากมาย เขาพาไปชมอุทยานของประเทศศรีลังกาให้ชมฟรี มีช้างเล่นกล มีช้างกินอาหาร กินโต๊ะ เหมือนคนร้องรำทำเพลงได้ และก็มีลิงค่างบ่างชะนี วิหก นกร้อง กึกก้องวนาไพร ในสวนอุทยานของประเทศศรีลังกา

อาตมาก่อนนี้ก็ตั้งมูลนิธิให้คณะสงฆ์ทั้งสองนิกาย ทั้งธรรมยุตและมหานิกายช่วยในการศึกษา มีท่านเจ้าอาวาสปัจจุบัน วัดหัวลำโพงองค์หนึ่ง และวัดอัมพวัน ในกรุงเทพฯองค์หนึ่งอยู่ประเทศศรีลังกา ก็ตั้งมูลนิธิเอาดอกเบี้ยช่วยเหลือพระสงฆ์ทั้งสองนิกายในการศึกษาปริญญาโทเอก ที่มหาวิทยาลัยเมืองแคนดี แล้วแต่จะไปต่ออินเดีย ต่อศรีลังกาตามอัธยาศัย
การไปชมอุทยานในนามของรัฐบาลศรีลังกาครั้งนี้ เอกอัครราชทูตพาไป ไม่ต้องเสียอะไร อาตมาก็ไปกับพระ ๔-๕ องค์ พระที่เป็นนักศึกษาอยู่ประเทศศรีลังกา และคณะของเราก็เดินเข้าไปถึงอุทยานแล้ว

ตอนเช้าอาจารย์ศรัทธาติสสะมหาเถระผู้มีฝีปากในการเทศน์เยี่ยม เหมือนท่านปัญญานันทะแห่งประเทศไทย จบพระไตรปิฎกจบหลักสูตรในการปาฐกถาธรรมเทศนาพาทีในประเทศศรีลังกาเก่งมาก ตอนเช้าท่านก็เลี้ยงอาหารเราเสียอิ่มแปร้ ไม่มีข้าว มีแต่โรตีเนย เราไม่เคยฉันก็ฉันเสียเรียบเลยท้องเสีย

ท้องเสียนะ มันจะคลอดแล้ว ปวดอุจจาระ นี่เล่าตรงไปตรงมา ก็บอกกับพระที่ไปด้วยกัน บอก “หาส้วมให้ทีเถอะ”
“ไม่ได้หลวงพ่อ ผมจะต้องรีบพาโยมไป เดี๋ยวเขาจะเลิก”

ตายจริงแล้วเราจะไปเข้าที่ไหนล่ะ เหลียวซ้ายแลขวาไม่มีส้วมเลย แหมประเทศศรีลังกาไม่สร้างส้วมที่อุทยาน และเราก็พูดภาษาไม่เก่ง จะไปถามใครเขาละ พระหนีเลย ๔ องค์หนีไปเลย “บอกไปละ เดี๋ยวพาโยมไป”
เราจะไปหาที่ไหน โอยจะคลอดแล้วซิ หมอผดุงครรภ์ก็ไม่มี เอาอย่างไรดี พวกหนีไปเลย แล้วเราเคยไปเหรอ แวบเดียวไม่รู้ไปไหนแล้ว เราก็เดินไปเดินมาหาส้วมไม่เจอทำอย่างไร

เมื่อก่อนเป็นเด็กอยู่เรือข้าวอาแปะเขาบอก ไม่เป็นไรอาตี๋เอ๋ยกระบังไม่มีก็ไม่เป็นไร กระบุงมีสวมหัวเลย แล้วถ่ายข้างเรือได้เลย หากระบุงโกยก็ไม่มี จะได้สวมหัดหน่อย ไอ้พรรค์นี้มันอายหน้า กันไม่อายแน่ อันนี้เรื่องจริงนะ
เดินไป ถ้าไม่มีจริง ๆ ก็ที่โคนต้นไม้นี่ โคนต้นไม่ก็ไม่ได้ทางเดินของเขา คนเป็นฝูงเลย คนไปเที่ยวสวนอุทยาน ญี่ปุ่น ฝรั่ง เยอะแยะ แล้วเราเป็นภิกษุไทย ทำอย่างนั้นเสี่ยชื่อประเทศไทยแย่ ในนามประเทศไทย เอายังไง แล้วก็ ๔ โมงกว่า จะใกล้เพลแล้ว เลยหมดโอกาส ยังมีปัญญาอยู่ อาตมาก็เอาเลย โยมฟังนะ จะเชื่อหรือไม่เชื่อ เลยก็ร่ายเวทย์พระคาถา
มีคาถาไหม คาถาหาส้วมมีไหม ไม่มี จำนะ เดี๋ยวจะบอกคาถาให้ อาตมาก็ร่ายเวทย์พระคาถา

นะโมตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมา สมฺพุทฺธสฺส สคฺเคกาเมจรูเป....
ร้อนถึงสักกรินทร์เทวราช ขอให้พระอินทร์ส่งทิพยเนตรทิพยกรรณ ดูข้าพเจ้า ณ บัดนี้ นั่นแน่อภินิหารสำคัญไหม
“ข้าพเจ้าสร้างส้วมสร้างห้องน้ำไว้มาก เท่าที่เป็นเจ้าภาพ มานี่สองพันกว่าส้วมแล้วนะ วัดอื่นด้วยนะ ไปเป็นประธานที่ไหน ต้องสร้างวัดละยี่สิบส้วม-อย่างน้อย อานิสงส์สร้างส้วมของข้าพเจ้ามีแล้ว หากว่าข้าพเจ้าจะคลอดบุตรครั้งนี้ ขอให้ร้อนถึงสักกรินทร์เทวราช จงส่งมาตุลีเทพบุตร ให้เทพเทวาอารักษ์ทั้งหลาย หย่อนส้วมมาให้ข้าพเจ้า ณ บัดนี้ ถ้าไม่หย่อนมา ข้าพเจ้าคลอดเปื้อนผ้าเมื่อใด ข้าพเจ้ากลับไปวัดอัมพวันจะทุบส้วมทิ้งให้หมด ไม่เอา ไม่ได้อานิสงส์เลยนี่ ทุบทิ้งหมดแน่นอน ถ้าหากว่าไม่หย่อนมาจริง ๆ นะ โยมมาวัดอัมพวันจะไม่เห็นส้วมเลย จะทุบทิ้งนะ”

แล้วโยมตอบปัญหาซิ เทวดาหย่อนส้วมมาจริงไหม ถ้าไม่หย่อนมา จะคลอดบุตรยังไง วิธีหย่อนของเทวดาหย่อนอย่างไร ฟังต่อไป

Butsaya
08-03-2010, 09:57 PM
ปวดจะตายแล้วอย่าเพิ่งออก ไอ้เนยมันทำพิษ โรตีมันทำพิษ อาจารย์ศรัทาติสสะมหาเถระฝากความรักไว้กับเรา แล้วองค์อื่นเขาเคยฉัน เขาเคยอยู่ศรีลังกา เขาท่านทุกวัน เราไม่เคย ตอนเช้าฉันข้าวต้ม วันนั้นไปฉันโรตี อาจารย์ศรัทธาติสสะมหาเถระบอกจะเลี้ยงเต็มที่เลย เนยมั่ง นมมั่ง เลยก็ท้องเสีย อันนี้เรื่องจริง

อาตมาก็ขออธิษฐานจิตว่าหมดปัญญาแล้ว เดินไปเดินมา อย่าลืมนะจ๊ะ พรรค์นี้หน้าแดงเชียวนะ เหงื่อกาฬแตกเลย จะตาย หิวข้าวยังทนได้ ไอ้พรรค์นี้ทนได้ไหม กินข้าวกลางถนนยังได้ ไอ้พรรค์นี้กลางถนนได้ไหม ไม่ได้แน่ อาตมาก็ขออธิษฐาน
ร้อนถึงเทวดาสักกรินทร์เทวราชส่งทิพยเนตรดูเหตุการณ์ก็แจ้งใจว่า พระครูภาวนาจะคลอดบุตรแล้ว ว่าแล้วมิทันช้า ส่งมาตุลีเทพบุตร รีบเอาส้วมหย่อนไปเดี๋ยวนี้ ได้ยินก้องมาที่หูเรา สบายมากส้วมติดแอร์เสียด้วยนะ มีปูพรมเสียด้วย นี่อาตมาก็ตั้งใจจะติดแอร์ เดี๋ยวปีหน้าโยมมาใหม่ เห็นจะมีวัดเดียวในประเทศไทยที่ทำอย่างนี้น่ะ

ในที่สุดวิธีหย่อนส้วมของสักกรินทร์เทวราช ไม่ใช่หย่อนมาอย่างนี้ ถ้าหย่อนมาอย่างนี้ ประเทศศรีลังกาต้องแตกตื่น เดี๋ยวไม่มีใครดูช้างนะ แพ้เรา

กล่าวถึงบ้านเศรษฐีบ้านหนึ่งอยู่ที่หน้าอุทยาน สองสามีภรรยาคู่นี้ เป็นเศรษฐีมีตึก ๓ ชั้น แล้วบ้านเขาเป็นชาวพุทธ เราสังเกตได้ว่า มีธงไขว้ ธงอันหนึ่งคือ ฉัพพรรณรังสี ธงอันหนึ่งตราสิงห์ ถ้าบ้านนี้มีธงตราสิงห์อันเดียวไม่ใช่ชาวพุทธ ไม่คริสต์ก็อิสลาม ไม่มีอย่างอื่น คริสต์หรือซิกซ์ ถ้าบ้านไหนมีธงฉัพพรรณรังสี จะบ่งบอกให้ทราบว่าบ้านนั้นเป็นชาวพุทธ
สองสามีภรรยาเกิดสังหรณ์ในใจ เหลียวหน้าไปที่อุทยานอยากจะดูอุทยาน ก็มองไปพอดี เอ๊ะ พระองค์นั้นเดินไปเดินมาทำไม นี่มันสังหรณ์อย่างนี้ ไม่ใช่ทิ้งส้วมลงมาอย่างนี้ ก็แตกตื่นกันตาย

อาตมาอธิษฐานอย่างนี้ ขอให้ร้อนถึงเทวดา อาตมาได้สร้างส้วมขออานิสงส์ให้แก่อาตมาเถิดจะคลอดแล้วนี่จะทำอย่างไร
เลยทำให้เศรษฐีมองมาที่อุทยาน มันมีถนนผ่านกั้นไว้เท่านั้น นอกจากนั้นบ้านเขาก็ไม่ไกลนัก เขาเห็นไม่ถนัด เขาก็เรียกภรรยา เขาเอากล้องมาซิ กล้องยาว ๆ ส่องเขาก็พูดกับภรรยาเขาว่า
“เอ๊ะ พระองค์นี้เคยเห็น นั่งใกล้ ๆ กับเราที่ประชุมพุทธศาสนิกสัมพันธ์ฯ ใช่แน่ ท่านเดินไปเดินมาทำไม” ส่องไปส่องมา
“เอ๊ะ เหงื่อออกหน้าแดงนะ หน้าแดง เดินไปเดินมา ทำไมแล้วไม่อยู่ที่”

เขาก็ชวนกันสองสามีภรรยาข้ามถนนด่วนไปเลย ตรงไปหาอาตมา อาตมาก็กอดอกสะพายย่ามเสียด้วย เขาก็เดินตรงมาส่งภาษาทันที ส่งภาษาสิงหล เขาก็นึกว่าเราจะรู้หรือไม่รู้ก็ช่างเถอะ และเขาให้ตามเขาไป สบายมากเลย
เดินตามดิ่งไปเลย นี่ภาษาเดา ภาษาใบ้ เตรียมเรียนเข้าไว้บ้าง ตามดิ่งเข้าไปเลย พอไปถึงบนเรือนเขาก็ส่งภาษาเลย บอกให้เข้าห้องน้ำ เข้าท่าไหนนี่ รู้ในที เทวดาสังหรณ์สิงสถิตอยู่ในจิตใจเขาครบ ด้วยอำนาจบุญ กุศล แล้วส่งภาษาให้เข้าห้องน้ำ พออาตมาเปิดไฟปับ เขาส่งภาษาตามไปเลยให้สรงน้ำด้วย

อาตมาปิดกลอนปั๊บ โอโฮตายแล้ว ผ้าอาบก็มี ผ้าเช็ดตัวมีสบู่ ๑ ก้อน แปรงสีฟันพร้อม แหม! ทัศนาชมอยู่พัก เหลียวมาอีกที มีหนังสือพิมพ์เสียอีก มีอ่างอาบน้ำ แล้วอาตมาก็จับหนังสือดู แหมน่าอ่านจังเลย ก็วาง อ่านไม่ออก ภาษาศรีลังกา มีเก้าอี้นั่งอีกนะ เอ้ ห้องใหญ่ ติดแอร์ด้วย ปูพรม

เลยอาตมาก็ตั้งสติไว้ได้เรียบร้อย ก็คลอดลูกได้อย่างสบาย ส้วมโถเสียด้วยนะนั่งสบายเลย นึกถึงพระ ๔-๕ องค์ ป่านนี้จะไปอดเพลที่ไหนก็ไม่รู้ พอเห็นสบายเข้า นึกถึงพวกแล้ว แต่พวกไม่นึกถึงเราเลย จำไว้เชียวนะ เวลาทุกข์ไม่เคยทุกข์ด้วย หนีเราเสียได้ และทิ้งเราไป พวกนี้ไม่มีบุญ
พอถ่ายเสร็จเรียบร้อย พอประทานโทษนะ สรงน้ำ มีผ้าอาบ เสร็จมีอ่างน้ำเสร็จ น้ำร้อน น้ำเย็นมีพร้อม อานิสงส์กุศลที่เราทำไว้ ดลบันดาลอย่างนี้ พอสรงน้ำเสร็จเรียบร้อย อาตมาก็ห่มผ้า เป็นปริมณฑล ออกมามีเตียงแล้ว ปูพรม หมอนขวาน นั่นแน่ นี่ผลบุญไปไหนไม่อดอยาก ปากก็ไม่แห้ง ฝนก็ไม่แล้งน้ำใจที่เราทำมา

ออกมานั่งปั๊บ เขาก็ส่งนาฬิกาข้อมือให้ดูเหลือ ๕ นาที บอก “ขออาราธนาพระคุณเจ้า รับภัตตาหารเพลที่บ้านข้าพเจ้า ณ บัดนี้” พวกนั้นอดเพลเลย สมน้ำหน้า อยากไม่คบคนดีอย่างเรา เดินตามคนดีก็ไม่อดเพล

ทีนี้อาตมาก็นั่ง ไม่รู้ภาษากันหรอก ใช้ภาษาเดา แต่รู้บ้างภาษาอังกฤษรู้บ้าง แต่ไม่มาก พอพูดกันรู้เรื่อง กิน-อยู่-ถ่าย พอรู้แต่ลึกซึ้งไม่รู้หรอก ถ้าเขาส่งภาษามากไป เราก็ทำสมาธิซะ และเดี๋ยวเขาพูดใหม่ก็รู้ต่อไป แหมต้องวิจัย ประเมินผล และเขาก็คุยอย่างดี

Butsaya
08-03-2010, 09:57 PM
และเขาถามมาคำ ทำให้ตื้นตันในอุรา “ท่านเดินไป เดินมาทำไม ทำไมหน้าแดง”
ก็เพราะเหตุนี้ ชี้ไปที่ห้องน้ำเขารู้เลย
“อ้อ ปวดถ่ายเหรอ”
เราชี้ไปที่ห้อง ภาษาใบ้เราเรียนมาแล้ว

เขาก็บอกว่า “เอาละท่านที่เคารพ นิมนต์พักผ่อนให้สบาย บ้านผมไม่มีใคร” เลยรู้จักกันมาจนบัดนี้ ชอบพอกันมาก
“เย็น ๆ ๔ โมงครึ่ง รถมาผมจะขับรถไปส่งท่านที่พักที่วัดอาจารย์ศรัทธาติสสะมหาเถระครับ”
เขารู้เพราะเขาประชุมกับอาตมาด้วย ไปนั่งใกล้ ๆ กัน เขาจำอาตมาได้ อาตมาจำเขาไม่ได้
พอคุยกับเขาเสร็จก็เอนหลังไปนิดนึง พอถึงสี่โมงครึ่งเขาขับรถไปส่ง ตอนหลังเหลืออีกสองวันจะกลับ เขาบริการไปโน่นไปนี่ให้รู้จักกันมาจนทุกวันนี้ นี่อำนาจบุญกุศลเป็นไปได้ดังที่กล่าวแล้ว

เพราะฉะนั้นไม่ใช่อาตมาจะอธิษฐานแล้ว ส้วมจะหล่นมาแบบนั้น แต่ขอให้ได้ความสะดวกในการบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้สร้างไว้ ขอให้ร้อนถึงสักรินทร์เทวราช ถ้าบุญกุศลมีจริงแล้ว ขอให้ข้าพเจ้าได้รับความสะดวกสบายด้วยเถิด อย่างนี้ก็ทำให้เกิดความสะดวก ทำให้เกิดสังหรณ์ใจ เทพสังหรณ์เศรษฐี ทำให้หันหน้ามาดูเรา และสนใจกับเราต่อไป นี่เรียกว่าเทพสังหรณ์ เรื่องบุญกุศลมีความจริงแน่นอน

ขออำนาจบุญกุศลดลบันดาลบรรดาญาติพี่น้อง ผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน โปรดใส่ใจในการปฏิบัติพระกรรมฐาน เป็นบุญเขตอันสำคัญด้วย ทาน ศีล และภาวนา ทานสู้ศีลไม่ได้ เพราะเราบริจาคทานเหมือนไปเรือถ่อ เรือพาย แต่หากว่ามีศีลด้วย เหมือนสินค้า เราไปรถไว้ขึ้นหน่อย ถ้าเร้ามีภาวนาแล้ว เหมือนสินค้าที่เราบรรทุกเครื่องบิน ด่วนจี๋ ทันท่วงทีถึงพระนิพพานโดยพลัน......