PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร



DAO
11-05-2008, 03:23 PM
http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic31/saket.jpg



วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
พระอารามหลวง ชั้นโท


วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดสระเกศ) อยู่ริมคลองมหานาคและคลองรอบกรุง ใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศ เป็นวัดโบราญในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดสะแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ซึ่งแปลว่า ชำระพระเกศา เนื่องจากเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนานเมื่อเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๒๕



http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket1.jpg


- ภูเขาทอง -


ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้างสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาอีก ที่สำคัญคือ พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง ซึ่งทรงกำหนดให้เป็นพระปรางค์มีฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่สร้างไม่สำเร็จในรัชกาล เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ จึงทรงให้เปลี่ยนแบบเป็นภูเขาก่อพระเจดีย์ไว้บนยอด การก่อสร้างแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระเจดีย์บนยอดพระบรมบรรพตเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาแต่ครั้งนั้น

ในส่วนของพระอาราม มีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ๆ เช่น พระอุโบสถซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเขียนในสมัย รัชกาลที่ ๓ แต่ชำรุดจึงมีการลบเขียนใหม่ใน รัชกาลที่ ๗ เป็นภาพทศชาติ ภาพมารผจญและภาพไตรภูมิ รอบพระอุโบสถมีซุ้มเสมาตั้งประจำทั้ง ๘ ทิศ ซุ้มเสมาที่วัดสระเกศเป็นทรงกูบช้างหรือซุ้มหน้านางประดับกระเบื้องงดงามถือเป็นแบบอย่างทางศิลปะ

นอกจากนี้ยังมีหอไตร สมัยรัชกาลที่ ๑ บูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๓ เดิมอยู่กลางสระน้ำ สร้างด้วยไม้เฉลียงรอบ บานประตูหน้าต่างแกะสลักอย่างสวยงาม


http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket2.jpg


http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket3.jpg


http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket4.jpg



http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket5.jpg



- พระอุโบสถ -



http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket6.jpg



- พระบรมบรรพต -


http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket8.jpg



- พระเจดีย์บนยอดพระบรมบรรพต -


http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket9.jpg



- ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ -



http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket10.jpg



- ระฆังเรียงรายระหว่างทางเดิน -



http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/watsaket12.jpg



เจ้าอาวาส : สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณ )



http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/pic/somdejkeow.jpg



" เมื่อเรามีหลักอยู่ว่า เราจะบำเพ็ญประโยชน์ให้กับคนทั่วไป คนที่มาหาเรา
ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะไหนเราก็รับได้ เพราะเราตั้งใจไว้ดี แต่ถ้าหากเราเกิด
มีอารมณ์โกรธ อารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมา เราก็พยายามเก็บมันไว้ภายในไม่ให้ใคร
รับรู้ได้ ในตอนแรก ๆ การเก็บอารมณ์นี้ มันจะกระทำได้ยากอยู่ แต่ถ้หากทำ
เป็นประจำ จนกระทั่งเกิดเป็นความเคยชินแล้ว สิ่งเหล่านั้นก็จะหายไปเอง "


เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณ ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร


ท่านมีนามเดิมว่า เกี่ยว โชคชัย พื้นเพภูมิลำเนา เป็นคนบ้านเฉวง ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือกำเนิด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2471 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 8 ค่ำ เดือน 3 ปีมะโรง โยมบิดา ชื่อ เลื่อน โชคชัย โยมมารดา ชื่อ ยี โชคชัย มีอาชีพทำสวน มีฐานะค่อนข้างมั่นคงพอสมควร มีบุตรด้วยกันทั้งสิ้น 6 คน เด็กชายเกี่ยว โชคชัย เป็นบุตรคนที่ 5 ของครอบครัว ชีวิตในวัยเยาว์ของ เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้รับการเลี้ยงดู อย่างทะนุถนอมจากบุพการี ผู้ให้กำเนิด ได้รับความผาสุกตามสภาพที่พึงจะมี พึงจะเป็น เฉกเช่นบิดามารดาที่จะมีให้แก่บุตร ด้วยความอบอุ่นร่วมกับพี่ ๆ และ น้องที่เกาะสมุย เมื่อกาลเวลาผ่านไป เด็กชายเกี่ยว เจริญวัยได้พอสมควรแล้ว จึงได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาหาความรู้ ในโรงเรียนประชาบาลประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในตำบลบ่อผุด นั่นเอง จนกระทั่งเรียนจบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 ในปี พ.ศ. 2483

ด้วยสติปัญญาและความ ตั้งใจจริง ในอันที่ จะใฝ่หาความรู้ของเด็กชายเกี่ยว โชคชัย ทำให้ผล การศึกษาเป็นที่พอใจ ของบิดา มารดา และครู อาจารย์เป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อท่านแสดงเจตนา ว่าต้องการจะศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูง ๆ ขึ้น ต่อไปอีก จึงได้รับการสนับสนุน จากบิดา มารดา โดยได้ติดต่อโรงเรียนในตัวเมือง สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีระดับความรู้ที่สูงกว่า เป็นที่ศึกษาต่อไป

แต่ทว่าคงเป็นด้วยบุญวาสนาบารมีที่เคยกระทำไว้แต่ปางก่อน แม้ว่าปัจจัยในอันที่จะทำให้เด็กชาย เกี่ยวได้ไปเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกศึกษาในตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพร้อมแล้ว แต่ท่านก็ไม่มีโอกาสที่จะใช้ ความพร้อมให้เป็นตามที่ตนตั้งในไว้ คือก่อนที่จะถึงกำหนดวันเดินทางไปศึกษาต่อ เด็กชายเกี่ยว ก็เกิดมีอาการ ป่วยไข้ขึ้นมาอย่างกระทันหัน แม้จะได้รับการเยียวยา รักษาให้ตามกำลังความสามารถ แต่อาการป่วยไข้ ก็หาได้ ทุเลาลงไม่ มิหนำซ้ำอาการกลับทรุดหนัก รุนแรงขึ้นทุกขณะ มีอาการหนาวสั่น และเพ้อเพราะพิษไข้กำเริบ อาการป่วยของเด็กชายเกี่ยว ทำให้บิดา มารดาเป็นทุกข์เป็นร้อนมาก ถึงกับได้บนบานศาลกล่าวว่า ( บนบวช ) หากเด็กชายเกี่ยวหายจากป่วยไข้ ก็จะให้บวชเป็นเณร เพื่ออุทิศกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร เป็นการ ทดแทน ภายหลังจากบนบวช อาการป่วยของเด็กชายเกี่ยวก็ค่อย ๆ ทุเลา และหายเป็นปกติในที่สุด บิดา มารดา จึงได้กำหนดวันบวชให้เด็กชายเกี่ยว โชคชัย

เด็กชายเกี่ยว บวชเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2489 ที่วัดสว่างอารมณ์ ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีอธิการพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดภูเขาทองเป็นพระอุปัชฌาย์ โดยท่าน คิดว่าจะบวชแก้บน สัก 7 วัน แล้วก็จะลาสึกไปรับการศึกษาในฝ่ายโลกต่อไป แต่เมื่อบวชแล้วจิตใจสงบ ร่างกายสบาย เป็นสุข จึงทำให้ท่านไม่คิดจะสึกตามที่กำหนดไว้ ในระยะนี้ โยมบิดา ได้พาสามเณรเกี่ยวไปฝากกับหลวงพ่อพริ้ง ( พระครูอรุณกิจโกศล ) เจ้าอาวาสวัดแจ้ง ซึ่งเป็นที่คุ้นเคย และเคารพนับถือของครอบครัวโชคชัยมาก่อน ดังนั้นสามเณรเกี่ยวจึงย้ายจากวัดสว่างอารมณ์ มาอยู่ที่วัดแจ้ง


จากการที่ได้รับการอบรมสั่งสอน จากหลวงพ่อพริ้ง ทำให้สามเณรเกี่ยว เกิดมีความอยากจะเรียนรู้ ศึกษาข้อวัตร ข้อธรรมให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก คือการศึกษานักธรรม ซึ่งท่านก็ได้ศึกษาสมความปรารถนา และ สามารถสอบผ่านนักธรรมชั้นตรีได้ในปีแรกนั่นเอง หลวงพ่อพริ้ง เห็นว่าสามเณรเกี่ยว มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีจิตใจใฝ่ในธรรม จึงคิดสนับสนุนให้ ศึกษาทางพระในระดับสูง จึงได้นำสามเณรเกี่ยวเดินทางไปกรุงเทพฯ โดยฝากฝังกับอาจารย์เกตุ คณะ 5 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพื่อจะให้ศึกษานักธรรม และบาลีควบคู่กันไป

ทว่าต่อจากนั้นไม่นาน ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานคร ถูกเครื่องบิน ทิ้งระเบิดอย่างหนัก หลวงพ่อพริ้งจึงมารับตัวกลับ และพาไปฝากท่านอาจารย์มหากลั่น ศึกษาต่อที่พุมเรียง อำเภอไชยา เมื่อสงครามสงบ หลวงพ่อพริ้งจึงพาไปฝากที่วัดสระเกศอีกครั้งหนึ่ง แต่ท่านอาจารย์เกตุ ได้ลา สิกขาบทไปเสียแล้ว ท่านจึงพาไฟฝากไว้กับ พระครูปลัดเพียบ ( ซึ่งต่อมาได้รับสมณศักดิ์เป็น พระธรรมเจดีย์ และเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ต่อจากสมเด็จพระสังฆราชอยู่ ญาโณทยมหาเถระ )

จากที่ได้กล่าวแล้วว่า การเข้ามาอยู่กรุงเทพ ฯ ของสามเณรเกี่ยว ก็ด้วยเจตนาแห่ง การศึกษาหาความรู้ เพื่อความแตกฉานในพระธรรม ให้สมกับที่ประกาศตนเป็นผู้ถือพรหมจรรย์ด้วยการบวช เป็นสมณะในพระพุทธศาสนา

ฉะนั้นการที่ได้มาอยู่ในสำนักเรียนที่อุดมพร้อมเพรียงด้วยครูบาอาจารย์ที่รอบรู้ แตกฉานใน พระธรรมวินัย ทั้งโดยฝ่ายปริยัติธรรม และปฎิบัติธรรม โดยเฉพาะมีโอกาส ได้อยู่ใกล้ชิดกับสมเด็จพระสังฆราช ( อยู่ ญาโณทยมหาเถระ ) และ ท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์ ( เพียบ ) สามเณรเกี่ยว จึงมุมานะร่ำเรียนวิชาความรู้ ด้วยความมานะพากเพียรอย่างเต็มกำลัง ความสามารถแห่งสติปัญญา




" การปฏิบัติตนของอาตมา เป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนที่เรียนหนังสือ ด้วยกันว่า
ตั้งแต่สมัยเป็นเณร จนกระทั่งเป็นพระ มีอุปนิสัยชอบในการเรียนหนังสือ จนกระทั่ง
ท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์ ท่านถึงกับเรียกว่า นางห้อง ทั้งนี้ก็เพราะว่า เวลาส่วนใหญ่
ของอาตมาจะอยู่ในห้อง เรียนหนังสือ เพราะถือการเรียนหนังสือเป็นสำคัญ แล้วก็
ช่วยงานวัด ช่วยงานของสมเด็จพระสังฆราช ช่วยงานของท่านเจ้าคุณธรรมเจดีย์ "


- กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)
- ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
- เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก
- เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร


วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (วัดสระเกศ)
อยู่ริมคลองมหานาคและคลองรอบกรุง
แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๐๐
โทรศัพท์ : ๐๒-๒๒๓-๔๕๖๑


ขอขอบคุณที่มาคะ http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/watsaket.php