PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : พิธีพระศพ พระพี่นาง "ในหลวง" เสด็จฯ



*8q*
11-15-2008, 12:45 PM
http://www.phrathai.net/files/u469/p0101141151p2.jpg


สมพระเกียรติ- บรรยากาศบริเวณ"พระเมรุ"ท้องสนามหลวง เมื่อค่ำวันที่ 13 พ.ย. สวยงามยิ่งใหญ่อลังการ ก่อนเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ วันที่ 14-19 พ.ย.นี้

ทรงทำบุญออกพระเมรุ "พระเทพ"เสด็จแทงหยวก จัดนิทรรศการ-ตามหา 7คน-ในภาพเฝ้าใกล้ชิด

เริ่มต้นพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ"สมเด็จพระพี่นางฯ"แล้ว "ในหลวง-พระราชินี"เสด็จฯทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระราชทานถวายพัดรองและย่ามที่ระลึกแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์อย่างละ 84 เท่ากับพระชันษาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ด้านกรมศิลปากรแถลงช่อดอกไม้จันทน์ลายกนกสำหรับทูลเกล้าฯถวายแด่ในหลวง-พระ ราชินี รวมทั้งพระทองคำลงยาสำหรับทรงพระอัฐิ ด้านสำนักพระราชวังจัดนิทรรศการตามหาบุคคลใน 6 ภาพ รวม 7 คนที่ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เผย"สมเด็จพระเทพฯ"เสด็จฯทอดพระเนตรแทงหยวกและเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน

-เสด็จฯพระราชพิธีออกพระเมรุวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันที่ 14 พ.ย.นั้น เป็นพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เข้าสู่พระบรมมหา ราชวัง ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรร เสริญพระบารมี

จากนั้น เวลา 17.30 น. เสด็จฯขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และเครื่องทองน้อยสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชาวพนักงานประโคม สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ และกลองชนะ ทหารกองเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระแท่นราชบัลลังก์นพปฎลมหาเศวตฉัตรแล้ว

-ทรงถวายพัดรองแด่พระสงฆ์ 84 รูป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพัดรองที่ระลึกงานออกพระเมรุพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา และพระราชาคณะสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 84 รูป เท่าพระชันษา บรรพชิตจีนและญวน 20 รูปแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 แล้ว พระสงฆ์ 30 รูป สวดศราทธพรต จบ

-ทรงถวายย่ามที่ระลึก-เท่าพระชันษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร ถวายพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดศราทธพรต 30 รูป สดับปกรณ์ พระสงฆ์ทั้งนั้นถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 84 รูป เท่าพระชันษา ขึ้นนั่งยังอาสนสงฆ์ สวดมาติกา จบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร ย่ามที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระสงฆ์ 84 รูปสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วบรรพชิตจีนและญวน 20 รูป ขึ้นนั่งยังอาสนสงฆ์ สวดมาติกา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร และย่ามที่ระลึกงาน พระราชทานเพลิงพระศพ บรรพชิตจีนและญวนสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายพระพรลา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียน เครื่องบูชากระบะมุกที่แท่นมณฑลสวดพระอภิธรรม พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจนถึงเวลา 24.00 น. รุ่งขึ้นรับพระราชทานฉัน และชาวพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประจำยามตามราชประเพณี และเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรร เสริญพระบารมี

-ปิดถนนรอบสนามหลวงเย็นวันนี้

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.จร. กล่าวถึงการปิดการจราจรวันพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่ นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯว่า ในวันศุกร์ที่ 14 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ไปจนถึงเวลา 05.00 น.ของวันที่ 15 พ.ย. ห้ามจอดหรือหยุดรถทุกชนิด ในบริเวณท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนิน ใน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนหน้าพระลาน ถนนโค้งสนามหลวงด้านทิศเหนือ ถนนสนามไชย ถนนมหาราช ถนนราชินี ถนนหับเผย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ถนนสราญรมย์ ถนนเจริญกรุงตั้งแต่แยกสนามไชยถึงแยกถนนราชินี ถนนพระพิพิธ ถนนท้ายวัง และถนนพระจันทร์ ยกเว้นรถของสำนักพระราชวังและเจ้าหน้าที่มาร่วมงานในงานพระราชพิธี

พล.ต.ต.วีระพัฒน์กล่าวว่า สำหรับวันที่ 15 พ.ย. ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไปให้จัดรถเดินทางเดียวในถนนอัษฎางค์ตั้งแต่แยก ราชดำเนินกลางถึงแยกถนนบำรุงเมืองเข้าจากทางแยกถนนราชดำเนินกลางออกทางแยก ถนนบำรุงเมือง ถนนบำรุงเมืองตั้งแต่ทางแยกถนนอัษฎางค์ถึงทางแยกถนนเฟื่องนคร ถนนพระอาทิตย์เข้าจากทางแยกถนนเจ้าฟ้าออกทางแยกถนนพระสุเมรุ และถนนพระสุเมรุเข้าจากถนนพระอาทิตย์ออกทางแยกถนนจักรพงศ์(แยกบางลำพู)

-แนะใช้รถขสมก.เดินทางสนามหลวง

ผบก.จร.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 05.00 น.เป็น ต้นไปจนกว่าจะเสร็จพระราชพิธี ห้ามจอดรถทุกชนิดในบริเวณ ถนนอัษฎางค์ตลอดสาย ถนนพระพิทักษ์ ถนนบ้านหม้อ ถนนเฟื่องนคร ถนนตะนาว ถนนเจริญกรุงตั้งแต่แยกถนนอัษฎางค์ถึงแยกถนนตรีเพชร ถนนบำรุงเมืองตั้งแต่ถนนราชดำเนินกลางถึงแยกถนนหลวง ถนนพระสุเมรุ ถนนจักรพงศ์ ถนนสามเสนตั้งแต่แยกถนนพระสุเมรุถึงแยกถนนวิสุทธิกษัตริย์ ถนนประชา ธิปไตย ถนนบวรนิเวศ ถนนสิบสามห้าง ถนนนคร สวรรค์ ตั้งแต่แยกผ่านฟ้าถึงแยกถนนกรุงเกษม ถนนหลานหลวง ตั้งแต่แยกผ่านฟ้าถึงแยกถนนกรุงเกษม ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ถนนจักรพรรดิพงษ์ ถนนวรจักร และถนนตีทอง

*8q*
11-15-2008, 12:47 PM
http://www.phrathai.net/files/u469/p0101141151p1.jpg



หัวข้อ: พิธีพระศพ พระพี่นาง "ในหลวง" เสด็จฯ
โพสต์ : 14 พฤศจิกา 1465 เวลา 19:43




สมพระเกียรติ- บรรยากาศบริเวณ"พระเมรุ"ท้องสนามหลวง เมื่อค่ำวันที่ 13 พ.ย. สวยงามยิ่งใหญ่อลังการ ก่อนเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ วันที่ 14-19 พ.ย.นี้

ทรงทำบุญออกพระเมรุ "พระเทพ"เสด็จแทงหยวก จัดนิทรรศการ-ตามหา 7คน-ในภาพเฝ้าใกล้ชิด

เริ่มต้นพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ"สมเด็จพระพี่นางฯ"แล้ว "ในหลวง-พระราชินี"เสด็จฯทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระราชทานถวายพัดรองและย่ามที่ระลึกแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์อย่างละ 84 เท่ากับพระชันษาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ด้านกรมศิลปากรแถลงช่อดอกไม้จันทน์ลายกนกสำหรับทูลเกล้าฯถวายแด่ในหลวง-พระ ราชินี รวมทั้งพระทองคำลงยาสำหรับทรงพระอัฐิ ด้านสำนักพระราชวังจัดนิทรรศการตามหาบุคคลใน 6 ภาพ รวม 7 คนที่ได้เข้าเฝ้าใกล้ชิดสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เผย"สมเด็จพระเทพฯ"เสด็จฯทอดพระเนตรแทงหยวกและเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน

-เสด็จฯพระราชพิธีออกพระเมรุวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันที่ 14 พ.ย.นั้น เป็นพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เข้าสู่พระบรมมหา ราชวัง ผ่านหน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรร เสริญพระบารมี

จากนั้น เวลา 17.30 น. เสด็จฯขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และเครื่องทองน้อยสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชาวพนักงานประโคม สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ และกลองชนะ ทหารกองเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงมหาชัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระแท่นราชบัลลังก์นพปฎลมหาเศวตฉัตรแล้ว

-ทรงถวายพัดรองแด่พระสงฆ์ 84 รูป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพัดรองที่ระลึกงานออกพระเมรุพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา และพระราชาคณะสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 84 รูป เท่าพระชันษา บรรพชิตจีนและญวน 20 รูปแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 แล้ว พระสงฆ์ 30 รูป สวดศราทธพรต จบ

-ทรงถวายย่ามที่ระลึก-เท่าพระชันษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร ถวายพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดศราทธพรต 30 รูป สดับปกรณ์ พระสงฆ์ทั้งนั้นถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วเจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 84 รูป เท่าพระชันษา ขึ้นนั่งยังอาสนสงฆ์ สวดมาติกา จบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร ย่ามที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระสงฆ์ 84 รูปสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา แล้วบรรพชิตจีนและญวน 20 รูป ขึ้นนั่งยังอาสนสงฆ์ สวดมาติกา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตร และย่ามที่ระลึกงาน พระราชทานเพลิงพระศพ บรรพชิตจีนและญวนสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายพระพรลา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียน เครื่องบูชากระบะมุกที่แท่นมณฑลสวดพระอภิธรรม พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจนถึงเวลา 24.00 น. รุ่งขึ้นรับพระราชทานฉัน และชาวพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประจำยามตามราชประเพณี และเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรร เสริญพระบารมี

-ปิดถนนรอบสนามหลวงเย็นวันนี้

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.จร. กล่าวถึงการปิดการจราจรวันพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่ นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯว่า ในวันศุกร์ที่ 14 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ไปจนถึงเวลา 05.00 น.ของวันที่ 15 พ.ย. ห้ามจอดหรือหยุดรถทุกชนิด ในบริเวณท้องสนามหลวง ถนนราชดำเนิน ใน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนหน้าพระลาน ถนนโค้งสนามหลวงด้านทิศเหนือ ถนนสนามไชย ถนนมหาราช ถนนราชินี ถนนหับเผย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ถนนสราญรมย์ ถนนเจริญกรุงตั้งแต่แยกสนามไชยถึงแยกถนนราชินี ถนนพระพิพิธ ถนนท้ายวัง และถนนพระจันทร์ ยกเว้นรถของสำนักพระราชวังและเจ้าหน้าที่มาร่วมงานในงานพระราชพิธี

พล.ต.ต.วีระพัฒน์กล่าวว่า สำหรับวันที่ 15 พ.ย. ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไปให้จัดรถเดินทางเดียวในถนนอัษฎางค์ตั้งแต่แยก ราชดำเนินกลางถึงแยกถนนบำรุงเมืองเข้าจากทางแยกถนนราชดำเนินกลางออกทางแยก ถนนบำรุงเมือง ถนนบำรุงเมืองตั้งแต่ทางแยกถนนอัษฎางค์ถึงทางแยกถนนเฟื่องนคร ถนนพระอาทิตย์เข้าจากทางแยกถนนเจ้าฟ้าออกทางแยกถนนพระสุเมรุ และถนนพระสุเมรุเข้าจากถนนพระอาทิตย์ออกทางแยกถนนจักรพงศ์(แยกบางลำพู)

-แนะใช้รถขสมก.เดินทางสนามหลวง

ผบก.จร.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตั้งแต่เวลา 05.00 น.เป็น ต้นไปจนกว่าจะเสร็จพระราชพิธี ห้ามจอดรถทุกชนิดในบริเวณ ถนนอัษฎางค์ตลอดสาย ถนนพระพิทักษ์ ถนนบ้านหม้อ ถนนเฟื่องนคร ถนนตะนาว ถนนเจริญกรุงตั้งแต่แยกถนนอัษฎางค์ถึงแยกถนนตรีเพชร ถนนบำรุงเมืองตั้งแต่ถนนราชดำเนินกลางถึงแยกถนนหลวง ถนนพระสุเมรุ ถนนจักรพงศ์ ถนนสามเสนตั้งแต่แยกถนนพระสุเมรุถึงแยกถนนวิสุทธิกษัตริย์ ถนนประชา ธิปไตย ถนนบวรนิเวศ ถนนสิบสามห้าง ถนนนคร สวรรค์ ตั้งแต่แยกผ่านฟ้าถึงแยกถนนกรุงเกษม ถนนหลานหลวง ตั้งแต่แยกผ่านฟ้าถึงแยกถนนกรุงเกษม ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ถนนจักรพรรดิพงษ์ ถนนวรจักร และถนนตีทอง


อลังการ- บรรยากาศบริเวณ "พระเมรุท้องสนามหลวง" เมื่อค่ำวันที่ 13 พ.ย.
สวยงามยิ่งใหญ่อลังการ ก่อนเข้าสู่ช่วงพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
วันที่ 14-19 พ.ย.นี้

"ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธีขอให้ใช้บริการรถยนต์ของ ขสมก. ที่จัดบริการรับ-ส่งฟรี ตั้งแต่เวลา 04.00 นวันที่ 14 พ.ย..-เที่ยงคืน วันที่ 15 พ.ย. ตามจุดบริการ 6 จุดคืออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วงเวียนใหญ่ สนามศุภชลาศัย สนามม้านางเลิ้ง ถนนราช พฤกษ์ และสถานีรถไฟหัวลำโพง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางและข้อมูลจราจรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ควบ คุมและสั่งการจราจร(บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 หรือ www.trafficpolice.co.th " ผบก.จร. กล่าว

-ใช้"ถนนหลานหลวง"เส้นทางเสด็จฯ

เวลา 15.00 น. ที่บช.น. พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.จร. กล่าวว่า ภารกิจด้านการจราจรเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จฯทรงประกอบพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ณ พระเมรุมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 14-19 พ.ย.จะใช้เส้นทางหลักคือ ถนนหลานหลวง ราชดำเนินกลาง ราชดำเนินใน ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนรับเสด็จ ตามเส้นทางที่เสด็จฯ ผ่าน

พล.ต.ต.ภาณุกล่าวต่อว่า หมายกำหนดการเส้นทางเสด็จฯ ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.ออกโดยสำนักพระราชวังเมื่อวันที่ 6 พ.ย. เส้นทางเสด็จฯ คงไม่ได้ใช้ถนนราชดำเนินนอก เนื่องจากยังไม่มีความมั่นคง ยังต้องตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย และสมพระเกียรติอยู่ คงต้องปฏิบัติตามหมายกำหนดการที่สำนักพระราช วังอยู่ คือใช้เส้นถนนหลานหลวงแทน พี่น้องประชาชนสามารถเฝ้าฯรับเสด็จ ในเส้นทางผ่าน คือถนนหลานหลวง ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนิน ใน โดยสามารถเฝ้าได้ 2 ฝั่งถนนตลอดรายทาง ระหว่างวันที่ 14 พ.ย. ถึง 19 พ.ย.

-เชิญชวนประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จ

พล.ต.ต.ภาณุกล่าวต่อว่าด้านการจัดการจราจรระหว่างงานพระราชพิธี จะมีการปิดการจราจรถนน 16 สาย ในเกาะรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 14 พ.ย. ถึงประมาณ 24.00 น. ของวันที่ 15 พ.ย. จึงแนะนำให้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งขสมก. ได้จัดรถรับ-ส่งฟรีให้สำหรับพี่น้องประชาชนทุกสารทิศ เข้ามายังจุดใกล้ที่สุดของบริเวณงานพระราชพิธีฯ ตั้งแต่เวลา 04.30- 24.00 น. ของวันที่ 15 พ.ย. ตามจุดจอดรถที่กำหนดไว้ 6 จุด และบริการฟรีเรือข้ามฟาก ตั้งแต่เวลา 05.00- 21.00 น. ของวันที่ 15 พ.ย.

บช.น. และบก.จร. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่จะมาร่วมงานควรวางแผนการเดินทางให้พร้อม และควรเดินทางมาตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนการรับเสด็จ ให้แต่งกายสุภาพ เหมาะสม ขณะเฝ้าฯรับเสด็จ บริเวณแถวหน้าขอให้นั่งด้วยความเป็นระเบียบ และเมื่อขบวนเสด็จฯ ผ่านให้ถวายความเคารพ ไม่เปล่งเสียง"ทรงพระเจริญ" สำหรับการร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ สามารถรับดอกไม้จันทน์ได้ 4 จุดคือ 1.บริเวณท้องสนามหลวง จำนวน 4 ซุ้ม 2.หลักเมือง 3.พระแม่ธรณีบีบมวยผม และ 4.หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และฝั่งตรงข้าม และที่วัดทั่ว กทม.อีก 46 วัด

-กรมศิลป์เผยพระโกศทองคำพระอัฐิ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ที่กรมศิลปากร น.อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น ประธานคณะทำงานออกแบบและจัดสร้างพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ พร้อมด้วยนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร และผู้บริหารกรมศิลปากร ร่วมแถลงข่าวการจัดสร้างพระโกศทองคำลงยาสีประดับพลอยทรงพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และช่อดอกไม้จันทน์สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรม วงศานุวงศ์ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

น.อ.อาวุธกล่าวว่า กรมศิลปากร ได้จัดทำพระโกศทองคำลงยาสีประดับพลอย ทรงพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชวินิจฉัยแบบของพระโกศทองคำ ตามที่กรมศิลปากร ทูลฯถวาย โดยมีนายนิยม กลิ่นบุบผา นายช่างศิลป กรรม 9 ชช. สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร และคณะเป็นผู้ออกแบบ ซึ่งคณะช่างผู้จัดทำใช้ระยะเวลาในการจัดทำประมาณ 4 เดือน สำหรับรายละเอียดของรูปแบบพระโกศทองคำและฉัตรนั้น มีน้ำหนักรวม 2,419 กรัม มีทองคำเป็นส่วนประกอบ 2,000 กรัม พระโกศมีความสูง 65.5 ซ.ม. องค์พระโกศพร้อมฝา ทำด้วยทองคำลงยาสีประดับพลอย มีดอกไม้ไหว ดอกไม้เอว พุ่มข้าวบิณฑ์ เฟื่องพู่ระย้าปากพระโกศเรือนเงินประ ดับพลอย

น.อ.อาวุธกล่าวต่อว่า สำหรับฉัตรพระโกศทองคำ เป็นสุวรรณฉัตร 7 ชั้น ทองคำประดับพลอย เสารับฝาพระโกศทองคำทำด้วยไม้กลึงแกะสลักปิดทอง ส่วนดอกไม้ไหว แบ่งเป็น 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นบน ชั้นกลาง และชั้นล่าง ชั้นละ 8 ดอก ดอกไม้เอวมี 16 ดอก ขณะที่ เฟื่องพู่ระย้าปากพระโกศ มี 8 ชุด ส่วนถ้ำศิลาที่จะทรงพระโกศภายในพระโกศทองคำ ทำด้วยหินอ่อน สีขาวนวล กลางพระโกศประดับอักษรพระนามาภิไธย กว

-ดอกไม้จันทน์ลายกนกของ"ในหลวง"

น.อ.อาวุธ กล่าวต่อว่านอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้จัดทำช่อดอกไม้จันทน์ จำนวน 10 ช่อ แบ่งเป็น 2 ขนาด โดยช่อขนาดใหญ่ 2 ช่อ สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และช่อเล็ก 8 ช่อ สำหรับ พระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระจ้าพี่นางเธอฯ

"ไม้จันทน์ที่นำมาใช้ในการจัดทำช่อดอกไม้จันทน์นั้น ส่วนหนึ่งได้นำมาจากไม้จันทน์ที่เหลือจากการสร้างพระโกศของสมเด็จพระนางเจ้า รำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 และอีกส่วนหนึ่งนำมาจากการจัดสร้างพระโกศจันทน์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยช่อดอกไม้จันทน์ สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นลายกนก ส่วนช่อเล็ก สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นลายใบเทศ ดอกไม้จันทน์ทั้ง 8 ช่อ จะไม่เหมือนกับดอกไม้จันทน์ทั่วไปที่ใช้ในการเผาศพ เพราะเวลาเผาจะมีกลิ่นหอม นอกจากนี้กรมศิลปากรยังได้จัดทำฟืน จำนวน 16 ท่อน สำหรับวางบนพระจิตกาธาน โดยใช้ไม้จันทน์ จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกรมศิลปากรจะส่งมอบการดำเนินงานจัดสร้างพระเมรุ และอาคารประกอบ พระโกศทองคำ ช่อดอกไม้จันทน์ ให้กับสำนักพระราชวังต่อไป" ประธานคณะทำงานออกแบบและจัดสร้างพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กล่าว

บนคนในภาพ- สำนักพระราชวังเปิดเผยภาพถ่าย 6 ภาพ ในโครงการตามหาบุคคลในภาพ ซึ่งเคยเข้าเฝ้าฯใกล้ชิดสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ระหว่างเสด็จยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเชิญมาถ่ายทอดถึงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่ประทับใจ

*8q*
11-15-2008, 12:49 PM
http://www.phrathai.net/files/u469/p0101141151p3.jpg

http://www.phrathai.net/files/u469/p0101141151p3.jpg

ล่างพระโกศ- กรมศิลปากรจัดสร้างพระโกศทองคำลงยาสีประดับพลอยทรงพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และช่อดอกไม้จันทน์ช่อใหญ่ลายกนก สำหรับทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง-พระราชินี ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ

-ตามหา7บุคคลในภาพเฝ้าพระพี่นางฯ

เวลา 13.00 น วันเดียวกัน พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นายรัตนาวุธ วัชโรทัย ที่ปรึกษากิจกรรมพิเศษ สำนักพระราชวัง ในฐานะคณะอนุกรรมการ จัดนิทรรศการ "สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์" แถลงข่าวการจัดนิทรรศการ "สมเด็จเจ้าฟ้าในใจประชา" ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษ โดนการตามหาบุคคลทั้ง 6 ในภาพ ในแต่ละช่วงเหตุการณ์และช่วงเวลา ที่เคยเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อเชิญบุคคลในภาพมาถ่ายทอดถึงช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่ประทับใจในการได้ ใกล้ชิด ได้รับใช้ และสัมผัสพระจริยวัตรและน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์มอบให้ โดยจะนำความทรงจำนี้ถ่ายทอดสู่สาธารณชนและคนรุ่นหลังได้ซาบซึ้งในพระ กรุณาธิคุณสืบต่อไป

นายรัตนาวุธกล่าวต่อว่า กิจกรรมตามหา 7 บุคคลใน 6 ภาพได้จัดขึ้นที่โซน 4 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 โซนนิทรรศการ ประกอบด้วย ตามรอยพระบาทแก้วกัลยา, สมเพระเกียรติยศ พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ, กัลยาณีวัฒนาแห่งราชสกุลมหิดล, พระอุปถัมภ์ ค้ำจุนประชา, องค์อุทิศ เพื่อปวงชน, พระโกศจันทน์, ราชรถน้อย, ริ้วขบวนพระอิสริยยศ, พระเมรุ, มูลนิธิในพระอุปถัมภ์, จำหน่ายของที่ระลึก โดยการแสดงนิทรรศการได้จัดขึ้นที่บริเวณศาลาลูกขุน ด้านขวาของพระเมรุ ระหว่างวันที่ 18-30 พ.ย.นี้ นอกจากนี้ยังได้เปิดรับภาพแห่งความทรงจำ จากประชาชนทั่วประเทศ พร้อมเขียนถ้อยคำระลึกถึงพระองค์ท่าน ส่งมาที่ตู้ ปณ 2466 ลาดพร้าว กทม. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อนำมาแสดงร่วมกันบนกำแพงแก้วกัลยา

"สำหรับบุคคลที่อยู่ในภาพ หรือญาติพี่น้องที่รู้จักบุคคลในภาพ สามารถมาแสดงตนได้ โดยการนำหลักฐานทางเอกสาร เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ภาพถ่าย ที่ระบุถึงภูมิลำเนาที่นั้นๆ พร้อมพยานบุคคลอย่างน้อย 3 คน สอบถามข้อมูลได้ที่ 02-559-2364 ต่อ 321-323 โดยบุคคลใน 6 ภาพที่มาแสดงตัว จะได้รับของที่ระลึกในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ" นายรัตนาวุธกล่าว

-ทีวีพูลถ่ายทอดสดตลอดพระราชพิธี

ด้านนายกฤษณพร เสริมพานิช รองอธิบดี กรมประชาสัมพันธ์ แนะนำประชาชนที่ไม่สะดวกมาร่วมงานในพระราชพิธีทั้งผู้ที่อยู่ในเขตกรุงเทพ มหานคร และต่างจังหวัดว่า ในช่วงเช้าสามารถชมผ่านโทรทัศน์ โดยจะมีการถ่ายทอดสดจากสื่อโทรทัศน์ที่ร่วมกันทำทีวีพูลทั้ง 18 จุด และอีก 3 จุด จากภาพมุมบน จากพิธีกร 13 คน ที่ได้รับการฝึกอบรมเรื่องการใช้ภาษาและการส่งต่อการถ่ายทอด โดยมีจุดส่งออกที่กองสลาก ในส่วนของต่างประเทศจะมีการถ่ายทอดงานพระราชพิธีฯ ผ่านดาวเทียมทางช่อง 5 โดยมีขอบเขตที่กำหนด 172 แห่ง ทั้งนี้ภาษาที่ออกไปจะเป็น 2 ภาษา ทั้งไทยและภาษาอังกฤษ โดยในช่วงบ่ายแนะนำว่า ให้ไปที่วัดใกล้บ้าน ซึ่งทางวัดจะแจกดอกไม้จันทน์ 16.00 น. พอเริ่มพระราชพิธีในบริเวณมณฑลพิธีเวลา 16.30 น. ทางวัดจะทำพิธีพร้อมกัน ส่วนทางโทรทัศน์จะมีการถ่ายทอดเช่นเดียวกัน

นายกฤษณพรกล่าวว่า สำหรับสื่อมวลชนต่างประเทศที่เข้ามาร่วมงานพระราชพิธีฯ มีมากกว่า 120 แห่ง และมีจำนวนสื่อมวลชนกว่า 1,200 คน โดยรวมประเทศไทยจะมีประมาณ 2,000 คน โดยอัฒจันทร์ที่จัดเอาไว้ สำหรับช่างภาพสื่อมวลชนที่ได้ลงทะเบียนกับกรมประชาสัมพันธ์ไว้ล่วงหน้าเท่า นั้น โดยจะต้องมาลงทะเบียนรับปลอกแขนตามจุด สำหรับสื่อมวลชนอื่นๆ สามารถอยู่ได้ที่ศูนย์สื่อมวลชนที่หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยจะมีโทรทัศน์วงจรปิดให้ชม

"การที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจ จะเป็นการบอกต่อไปว่าประเทศไทยมีพระราชประเพณี ประชาชนมีความจงรักภักดี เหมือนเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยที่รักษาเอาไว้จนถึงปัจจุบันนี้ อีกทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ว่างานพระราชพิธีจะดำเนินไปด้วยความสงบสุข" นายกฤษณพร

-หลั่งไหลสักการะพระศพวันสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ มีประชาชนเข้าสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างหนาแน่นกว่าทุกวัน เนื่อง จากเป็นวันสุดท้ายในการเปิดให้เข้าสักการะ หลายคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด บางส่วนจะอยู่รอดูการเคลื่อนขบวนพระอิสริยยศ จึงจะเดินทางกลับบ้าน

นางปราณี ช่างกลึง อายุ 55 ปี นำ ด.ญ.ตรีรัตน์ ช่างกลึง วัย 5 ขวบ มาสักการะพระศพฯ กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่านจนถึงวันนี้ โดยได้มาสักการะพระศพเป็นครั้งที่ 5 ส่วนหลานได้พามา 3 ครั้ง หลานจะคอยปลอบว่าคุณย่าอย่าร้องไห้ เพราะหนูจะร้องไห้ด้วย และหลานยังไปบอกเพื่อนๆว่า "พวกเธอได้ไปสักการะพระศพ มาหรือเปล่า ย่าเราพาไป 3 ครั้งแล้ว" ซึ่งเพื่อนๆส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้มีโอกาสมา ถึงแม้หลานยังเด็ก แต่อยากให้หลานเก็บความทรงจำตรงนี้ไว้ว่าเคยได้มีโอกาสมาสักการะพระศพ พระองค์ท่าน

นางปราณีกล่าวว่า ในคืนวันที่ 14 พ.ย.จะมานอนรอบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อรอดูขบวนพระอิสริยยศที่จะเคลื่อนผ่านไปยังท้องสนามหลวงในเช้าวันที่ 15 พ.ย. เพราะอยากจะเห็นเป็นบุญตา โดยจะนำอาหารใส่ถุงมาจากบ้านด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องลุกไปไหน

สำหรับการถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 13 พ.ย. สำนักพระราชวังสรุปจำนวนประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระศพตั้งแต่เวลา 07.30-16.00 น. มีทั้งสิ้น 9,612 คน มียอดบริจาค 708,757.50 บาท รวมยอดบริจาคทั้งสิ้น 162,033,927.42 บาท

-วธ.จัดซ้อมจริงมหรสพสมโภช

เวลา 16.00 น. ที่เวทีกลางแจ้ง มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ด้านทิศเหนือ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายเกรียงไกร สัปปชลิต อธิบดีกรมศิลปากร เดินทางตรวจเยี่ยมความพร้อมการซ้อมใหญ่การแสดงมหรสพสมโภชงานพระราชพิธีพระ ราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

นายเกรียงไกรกล่าวว่า การซ้อมใหญ่มหรสพในพื้นที่จริงมีการซ้อมทั้ง 3 เวที เวทีที่ 1 ซ้อมการแสดงหนังใหญ่และการแสดงโขน การแสดงหนังใหญ่เบิกหน้าพระชุดพากย์สามตระ และเบิกโรงจับลิงหัวค่ำใน การแสดงโขนชุดรามาวตาร การแสดงโขนชุดพระรามคืนนคร และกำหนดตำแหน่งผู้แสดงในแต่ละชุด เวทีที่ 2 เป็นการบรรเลงดนตรีสากล วงดุริยางค์ผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร รวมทั้งฝึกซ้อมขับร้องประสานเสียงบทเพลงน้อมรำลึกและถวายอาลัยประกอบด้วย เพลงพระกรุณาธิคุณ และเพลงแก้วกัลยา โดยมีนักร้องหมู่ประสานเสียงจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ โรงเรียนราชินี โรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ คอนแวนต์ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโรงเรียนโพธิสารพิทยากร

นายเกรียงไกรกล่าวว่า เวทีที่ 3 เป็นการซ้อมการแสดงหุ่นกระบอก เรื่องพระอภัยมณี ตอนรักจำพราก จากนั้นต่อด้วยการแสดงละครนอก เรื่องสุวรรณหงส์ และการแสดงหุ่นละครเล็กนาฎยศาลา เรื่อง กูรมาตาร ตำนานพระราม สำหรับจำนวนนักแสดงมหรสพทั้ง 3 เวที ใช้นักแสดงกว่า 2,000 คน ขณะเดียวทางกรมศิลปากรจะประสานทางกรุงเทพฯ มาช่วยปรับพื้นที่หน้าเวทีการแสดงให้เรียบด้วย เพราะขณะนี้เป็นหลุมเป็นบ่อ เกรงว่าประชาชนที่มารับชมจะไม่สะดวกในการเข้าชม ส่วนพื้นที่ชมมหรสพสามารถรองรับประชาชนที่มาชมมหรสพได้ 50,000 คน

-ประชาชนแห่เข้าชมแน่นทั้ง 3 เวที

ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒน ธรรม กล่าวว่า การจัดมหรสพสมโภช ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯในครั้งนี้มี ความพิเศษกว่าครั้งอื่นๆ เพราะมีเวทีของดนตรีคลาสสิกเพิ่มเติมขึ้นมาจากเวทีการแสดงโขน และการแสดงหุ่นกระบอก โดยกรมศิลปากรได้ทำการบันทึกการแสดงทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อเก็บไว้เป็นองค์ความรู้ให้แก่คนรุ่นต่อไปได้ศึกษา ดังนั้น วธ.จะนำแฟ้มภาพการแสดงดังกล่าว มาตัดต่อบันทึกลงเป็นวีซีดี จำนวน 100,000 แผ่น เพื่อแจกไปตามสถานศึกษา ห้องสมุด ทั่วประเทศ ในการให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้การแสดงอันทรงคุณค่าซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรม ประจำชาติ นอกจากนี้วธ.จะนำการแสดงดังกล่าวไปเผยแพร่ตามรายการของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ด้วย ให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับชมได้ชมอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการซ้อมมหรสพครั้งนี้ มีประชาชนจำนวนมากเข้าชมการซ้อมมหรสพอย่างใกล้ชิดทั้ง 3 เวที ในขณะเดียวกัน บริเวณถนนกลางท้องสนามหลวงมีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาถ่ายภาพความงดงามของพระเมรุ เนื่องจากในวันที่ 14 พ.ย. เป็นวันเริ่มพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นอกจากนี้ภายในบริเวณดังกล่าว มีพ่อค้าแม่ค้า นำภาพของที่ระลึก อาทิ ภาพถ่ายพระเมรุ พระฉายาลักษณ์ เข็มกลัด แสตมป์ชุด สร้อย มาจำหน่าย ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

-"พระเทพฯ"ทอดพระเนตรแทงหยวก

เมื่อเวลา 20.50 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง มายังศาลามหามงคล สโมสรข้าราชบริพาร เพื่อทอดพระเนตรการแกะสลักเครื่องสด และหยวกกล้วยที่ใช้ประดับพระจิตกาธาน โดยมีนายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม เจ้าหน้าที่บริหารงานในพระองค์ ระดับ 5 ฝ่ายพัฒนาบุคลากรด้านศิลปะ กองศิลปกรรม สำนักพระ ราชวัง ผู้ควบคุมเครื่องสด และดูแลช่างเครื่องสด ประ กอบพระจิตกาธาน ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยา ณิวัฒนาฯ และนายประสม สุสุทธิ หัวหน้าช่างแทงหยวก ชาว จ.เพชรบุรี วัย 87 ปี เฝ้าฯรับเสด็จและกราบบังคมทูลรายงาน

จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯยังเขตพระราชฐานชั้นใน ในพระ บรมมหาราชวัง เพื่อทรงกรองดอกไม้เป็นตาข่ายลาย 4 ก้าน 4 ดอก สำหรับใช้ประกอบชั้นรัดเกล้า พระจิตกาธาน 7 ชั้น โดยมีคุณเพ็ญศรี เขียวมีส่วน ผอ.วิทยาลัยในวังหญิง รับเสด็จและกราบบังคมทูลถวายรายงาน

ก่อนหน้านี้ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ พร้อมด้วยร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดา ได้เดินทางมาชมและเป็นกำลังใจแก่คณะช่างแทงหยวกตกแต่งพระจิตกาธาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักพระราชวัง ได้ปิดให้ประ ชาชนเข้าสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยณิวัฒนาฯ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 20.20 น. มีผู้เข้าถวายสักการะในวันสุดท้ยรวมทั้งสิ้น 17,096 คน ยอดเงินบริจาค 708,757.50 บาท พวงมาลา 6 พวง เมื่อรวมระยะเวลา 317 วันที่เปิดให้เข้าถวายสักการะพระศพ มีผู้เข้าถวายสักการะทั้งสิ้น 1,465,911 คน ยอดเงินบริจาค 162,033,927.50 บาท


ขอบคุนครับhttp://www.tamdee.net/db/forum_posts.asp?TID=1086&FID=36&PR=3


ด้วยเกล้าด้วยกระหมอ่มขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้าชาววัดเกาะ