หน้า 3 จากทั้งหมด 4 หน้า หน้าแรกหน้าแรก 1234 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
สรุปผลการค้นหา 21 ถึง 30 จากทั้งหมด 36

กระทู้: ปิตามาตาอัญชลี & คีตะมาตา

  1. #21

    Re: ปิตามาตาอัญชลี & คีตะมาตา

    เข้าห้องสนทนา (คลิก)



    เพลง อิ่มอุ่น
    ศิลปิน ด.ญ.กชกร สมบูรณานนท์
    http://www.imeem.com/naynaepurikuz/music/eDjapvYs//

    อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม

    อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง
    รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
    ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน

    ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา

    ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน

    อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม อิ่มอกอิ่มใจ

    อิ่มรักลูกหลับนอนน้ำนมจากอก
    อาหารของความอาทร แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง

    ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง

    ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป
    ใช่เพียงอิ่มท้อง ที่ลูกร่ำร้อง

    เพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรัก อุ่นละมุน
    ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน

    ให้กายเราใกล้กัน.. ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจ..

    เราสองเชื่อมโยงผูกพันธ์ ให้เจ้าเป็น.. เด็กดี
    ให้เจ้ามี...พลัง ให้เจ้าเป็น.. ความหวังของแม่ต่อไป..

    กราบแม่ด้วยใจของลูกค่ะ

  2. #22

    คำสอน..ของ.." แม่ "

    คำสอน..ของ.." แม่ "

    ขอให้ลูกมีน้ำใจต่อทุกๆ คน ดังนี้.!

    ๑. โอบอ้อมอารี
    ๒. วจีไพเราะ
    ๓. สงเคราะห์ผู้อื่น
    ๔. วางตนให้เหมาะสม


    การมีน้ำใจต่อทุกคนเป็นเสน่ห์สำหรับมนุษย์ในยุคนี้..
    ลูกมีน้ำใจต่อเพื่อน เพื่อนก็จักมีน้ำใจต่อเรา
    แต่ถ้าเพื่อนไม่มีน้ำใจต่อเราอย่าไปโกรธเขา
    คิดเสียว่า ไม่เป็นไร...เราทำเองได้


    คนโบราณกล่าวว่า
    “รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”
    การให้อภัยเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ตลอดกาล
    การแก้แค้น เป็นชัยชนะที่ไม่ยั่งยืน
    การแก้แค้นเป็นชัยชนะเพียงชั่วคราวเท่านั้น


    ถ้าลูกต้องการชนะตลอดไปจงให้อภัยเป็นดีที่สุด.
    ลูกลองสังเกต คนโง่...มักอวดตัวว่าฉลาด หรือ
    อยากให้คนอื่นรู้ว่าเราฉลาด จึงโอ้อวด คุยเบ่ง
    ทับถมคนอื่นจงระวังไว้ให้ดี
    ส่วนคนฉลาด มักไม่อวดตัว
    จักเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตนไม่หยิ่งยะโส ไม่โอหัง


    โกรธ คือ โง่ โมโห คือ บ้า ไม่โกรธดีกว่า จะได้ไม่บ้า ไม่โง่

    การทำผิด...เป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุง แก้ไข
    การทำถูก...เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป

    ลูกอย่ากังวล ว่าเราทำผิด แล้วอย่าเสียใจเกินไป
    เรายังเล็ก ถ้าผิดแล้ว เราก็แก้ไขให้ดีขึ้น
    จงจำไว้ว่า ทุกอย่างแก้ไขได้
    ลูกจงเคารพ คำสั่ง วินัย และเคารพผู้อื่น
    ลูกจงอย่าทำให้ใคร โกรธง่ายๆ
    ลูกจงอย่าโกรธใครง่ายๆ
    ลูกจงขอบคุณ และขอบใจใครบ่อยๆ จนเคยชิน
    และขอโทษเมื่อทำพลาดหรือพลั้งเผลอไป

    “น้ำใจดีเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาของคนทั้งโลก”

    ลูกรัก...การที่จักทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้สำเร็จ
    สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย
    เพราะฉะนั้นลูกต้องร่วมมือกับผู้อื่นด้วย
    เมื่อลูกต้องการทำสิ่งใด ก็จะได้รับความร่วมมือเช่นกัน


    โบราณท่านว่า...
    “ฆ่าคนได้รับโทษ ฆ่าความโกรธได้รับบุญ”
    “ดูคนดีที่การกระทำ ดูผู้นำดูที่การเสียสละ”
    “อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่กับญาติมิตรระวั
    คำพูด..

    อย่าเมินเฉยต่อการช่วยเหลือผู้อื่น ลูกต้องเป็นคนมีน้ำใจต่อผู้อื่นเสมอ
    ลูกควรจักช่วยเหลือผู้อื่นทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่พึงระวังว่า...

    "การช่วยเหลือนั้นจักสำเร็จประโยชน์เมื่อช่วยอย่างถูกวิธี.."

    ลูกรัก...ต้องช่วยเหลือผู้อื่นสม่ำเสมอ การช่วยเหลือผู้อื่น
    จักทำให้ลูกสุขใจเมื่องานสำเร็จ
    ช่วยโดยการพูดการจา...ให้คำปรึกษา
    ช่วยด้วยการกระทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ.
    ช่วยด้วยการคิดให้ อย่าไปคิดเอาของเพื่อน
    ช่วยด้วยเงิน (ให้อย่างพอควร แต่อย่าให้ยืม)


    เรามิได้เกิดมาเพื่อที่จะเป็นทุกข์
    แต่เกิดมาเพื่อที่จักทำให้ผู้อื่นเป็นสุข...
    ลูกช่วยตัวเองไม่ได้...ผู้ผิดคือพ่อและแม่
    ลูกช่วยตัวเองได้เมื่อใด...ผู้เป็นสุขใจคือพ่อ - แม่ - ลูก

    ถ้าลูกอยากเป็นคนที่มีความสุขใจ
    ลูกต้อง...มองส่วนดีของเขา
    ...มองส่วนเสียของเรา
    แล้วปรับปรุงให้ดีขึ้น ความสุข. อยู่ที่การทำความดี..
    มีเมตตา .มี น้ำใจ ช่วยเหลือ เกื้อ กูลต่อบุคคลที่พึง
    จะช่วยได้ขอให้ลูกมีความสุข กับการทำดี มีน้ำใจ
    บุญรักษาลูกตลอดไป

    ด้วย ..ความปราถนาดี ..ของแม่..


  3. #23

    ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่แมวเหมียว

    เรื่องของสการ์เลต..ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่แมวเหมียว

    วันนี้ทั่นยายได้รับ fwd mail จากกัลยาณมิตรที่แสนดีท่านหนึ่ง
    อ่านแล้วประทับใจสุดๆเลยค่ะ จึงขออนุญาตินำความรักอันยิ่งใหญ่
    อย่างหาสิ่งใดมาเปรียบมิได้นี้ มาแบ่งปันให้ญาจิธรรมได้ประทับใจด้วยกันค่ะ
    เป็นเรื่องราวที่สุดแสนจะประทับใจของแม่แมวที่ชื่อ "สการ์เลต"
    เรื่องราวจะประทับขนาดไหนลองติดตามอ่านกันดูเองนะคะ


































    ความรักของแม่ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันค่ะ วันนี้แม่แมวเหมียวสการ์เลต
    ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ที่หาใดเปรียบมิได้

    ตั้งจิตอธิฐานขอส่งผลบุญทั้งหลายให้แม่แมว สการ์เลตและลูกๆขอให้อยู่ดีมีความสุขตลอดไป
    ขอผลบุญในครั้งนี้ส่งผลให้แม่แมวสการ์เลตเกิดเป็น มนุษย์ผู้ประเสริฐ ในทุกๆชาติไปเทอญ

  4. #24

    แม่แมวเหมียวในดวงใจ

    เรื่องของสการ์เลต..ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่แมวเหมียว
    น่ายกย่องชื่นชมความรักของแม่แมวสการ์เลตอย่างยิ่งค่ะ
    ทั่นยายจึงขอนำภาพของสการ์เลตมาลงอีกครั้งนะคะ

    หลังจากได้รับการรักษาจนหายดี สการ์เลตก็กลับมา
    สง่างาม สวยสมกับเป็นแม่เหมียวฮีโร่อย่างนี้ค่ะ



    ภาพล่างนี้เป็นภาพของสการ์เล็ตที่โดนไฟลวงจนบาดเจ็บสาหัส
    จากการที่เธอพยายามเข้าไปช่วยลูกๆของเธอจากกองเพลิงค่ะ



    www.geocities.com/mitchumgirl4/SCARLETT.html ดูภาพครอบครัวของสการ์เล็ตเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ


  5. #25

    Re: ปิตามาตาอัญชลี & คีตะมาตา

    บทเพลงแม่นกกาเหว่าเอ๋ย เวอร์ชั่น 1
    http://www.dekorlaku.com/index.phpoption=com_content&task=view&id=108&Itemid=176

    (ญ) แม่นกกาเหว่าเอ๋ย..ไฉนเลยทอดทิ้งลูกน้อย

    ปล่อยไข่ไว้ให้แม่กาฟัก ใจร้ายนัก บินจรจากไป
    ไม่มีความห่วงหาอาลัย เร้นกายหายไป

    ไม่เหลียวหลังมามอง แม่กาคาบเอาข้าวมาเผื่อ
    แม่กาเอื้อเฟื้อหาเหยื่อมาป้อน ทะนุถนอมขับกล่อมจอมใจ
    ด้วยความห่วงใยในรักผูกพัน แม่มิใช่ผู้ให้กำเนิด ไม่ได้เกิดลูกน้อยกลอยใจ
    แม่จริงๆทิ้งเจ้าไปไหน หมดความห่วงใย ไร้รักและผูกพัน

    (ช) แม้มิใช่ผู้ให้กำเนิด ไม่ได้เกิดเด็กน้อยกลอยใจ
    แต่ความรักที่เธอมีให้ ไม่มีผู้ใดจะมาเทียบเปรียบปาน

    (ญ) เด็กน้อยเอย หนูจงเป็นคนดี จงรักศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน
    เอาความอดทนนี้เป็นที่ตั้ง จงมีความหวังอย่าคิดท้อแท้
    ซื่อสัตย์พากเพียรพยายาม อย่าคบคนทรามจำคำแม่สอน

    อ่อนน้อมถ่อมตนนะเราเกิดมาเป็นคน อย่าหลงลืมตัวตน จงเป็นคนกตัญญู..
    (ช) แม้มิใช่ผู้ให้กำเนิด ไม่ได้เกิดเด็กน้อยกลอยใจ
    (ญ) แต่ความรักที่แม่มีให้ ไม่มีผู้ใดจะมาเทียบเปรียบปาน
    (ช) สังคมยุคโลกาภิวัฒน์ ถึงจุดวิบัติ ศีลธรรมเสื่อมสิ้น
    แม่นกน้อย ทิ้งลูกน้อยโบยบิน คือข่าวคาวเกิดขึ้นเป็นอาจินต์
    เรื่องราวชาชิน ของสังคมไทย

    (ญ) แม่นกน้อย ทิ้งลูกน้อยโบยบิน
    (ช) คือข่าวคาวที่เกิดขึ้นเป็นอาจินต์
    (ญ) เรื่องราวชาชิน ของสังคมไทย
    (ช)คือข่าวคาวที่เกิดขึ้นเป็นอาจินต์
    (ช,ญ) คือเรื่องราวชาชิน ของสังคมไทย


    เขียนเนื้อร้อง ใส่ทำนอง ดีฆอลาฆู (ฉัตรชัย ศิริพันธุ์)
    นักร้องนำ น้องหยา(บุปผาชาติ ปานสม)
    นักร้องประสาน นาย"ฉาย สร้างสรรค์ดนตรีที่"

    ฉาย สร้างสรรค์ดนตรีที่ ภัทราภรณ์สตูดิโอ

    โดย เต๊ะ เจษฎาและนายฉาย
    บันทึกเสียงร้อง ณ ไดม่อนสตูดิโอ
    ควบคุมการร้องโดย อ.วิเชียร
    ผมเขียน - แก้ไข มาเรื่อยๆ จาก 23 มีนาคม 2549 ถึง 12 กุมภาพันธ์ 2551
    บันทึกเสียงเสร็จเมื่อ25 มิถุนายน 2551

  6. #26

    ลูกชายคนหนึ่ง.......เขียนถึงแม่

    " ลูกชายคนหนึ่ง.......เขียนถึงแม่ "

































    ขอขอบคุณ คุณชูชาติ ครุฑใจกล้า ที่ได้นำเสนอบทกลอนอันไพเราะ
    พร้อมด้วยเรื่องราวของบุพการี ที่สร้างความประทับใจ ซึ้งใจเหลือเกินค่ะ
    และขอขอบคุณเวปไซด์ตากล้องมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ

  7. #27

    แม่ของฉัน กับเจ้านายของฉันใครสำคัญกว่ากัน

    สวัสดีค่ะญาติธรรมทุกๆๆท่านค่ะ

    วันนี้ทั่นยายมีเรื่องราวความรักความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูกๆมาฝากค่ะ
    เมื่ออ่านแล้วลองทบทวนดูนะคะว่า เราคยเป็นแบบนี้หรือเปล่า...



    แม่ของฉัน กับเจ้านายของฉันใครสำคัญกว่ากัน

    ทุกวัน ฉันต้องตื่นเช้า เข้างานแปดโมง วันนี้..ก็เหมือนเคย แต่เมื่อคืนฉันทำงานจนดึก
    ตื่นสาย.. อารมณ์ตอนนั้น โมโหตัวเองมาก ที่ลืมตั้งนาฟิกาปลุก (โดนเจ้านายด่าแน่ๆ )
    แม่มาเคาะประตูห้อง .... “ ตื่นหรือยังลูก หกโมงแล้ว “
    ฉันหงุดหงิดมาก ... แล้วทำไมแม่ไม่ปลุกหนูให้เร็วกว่านี้ เนี่ย..หนูไปทำงานไม่ทันแล้ว
    วันนี้..มีประชุมด้วย “ แม่ทำข้าวต้มให้หนูอยู่ เมื่อคืนเห็นนอนดึก อยากให้กินอะไรร้อนๆหน่อย “ ...
    แม่ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่กง ไม่กินมันแล้ว .....แม่จับแขนฉันเบาๆก่อนเดินออกจากห้อง
    อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ ลงมาข้างล่าง แม่นั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว
    “ กินข้าวต้มกับแม่ก่อนนะลูกนะ แม่รอหนูอยู่ “
    หนูไม่กิน พูดโดยไม่มองหน้าแม่ เดินออกมาจากบ้านทันที ถึงที่ทำงาน
    “ ไม่รู้หรืองัย ว่าวันนี้มีประชุม แล้วรายงานอยู่ไหน “
    ยกมือไหว้ .. ขอโทษค่ะพี่ ....รีบส่งรายงานให้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน
    “ พี่เลื่อนประชุมไปเป็น 10 โมงนะ เดี๋ยวช่วยไปหาอะไรให้พี่กินหน่อยสิ “ ...
    ได้ค่ะพี่ ... วิ่งเข้าห้องครัว หยิบโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป รีบ รีบ รีบ เติมน้ำร้อน ...
    ว๊า !! น้ำร้อนลวกมือ .. . มาแล้วค่ะพี่ โจ๊กร้อนๆเลยค่ะ....
    ออกจากห้องประชุมเกือบเที่ยง แม่โทรมาจากบ้าน
    “ เมื่อเช้า.. หนูวางผ้าเช็ดหน้าไว้ตรงไหนลูก แม่หาในตะกร้าไม่เจอ จะเอาไปซักน่ะ “
    หาไม่เจอก็ไม่ต้องซักหรอก หนูจำไม่ได้ คงโยนไว้ที่ไหนน่ะแหละ เมื่อเช้าหนูรีบ ...
    “ ไม่เป็นไรลูก แล้วเย็นนี้..กลับกี่โมง มากินข้าวกับแม่นะ”
    ยังไม่รู้หรอกแม่ ว่างานเสร็จเมื่อไหร่ ยังงัย..แม่กินไปก่อนเลยแล้วกัน ไม่ต้องรอ .....
    วางหูโทรศัพท์ ก้มหน้า ก้มตาทำงาน เอาใจเจ้านาย ....
    “เอ!! พี่วางบัญชีรายชื่อลูกค้าทิ้งไว้แถวนี้มั่งรึเปล่า ไม่รู้ไปลืมไว้ที่ไหน หาไม่เจอ..
    ไม่เป็นไรค่ะพี่ เดี๋ยวหนูช่วยหา พี่ลงไปทานข้าวเถอะค่ะเที่ยงกว่าแล้วนะคะ ....
    หา หา หา หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ โธ่..พี่ขา ก็พี่มาทำหล่นไว้ใต้เก้าอี้ในห้องประชุมนี่นา
    โ อย !! เที่ยงครึ่งแล้ว ลงไปกินข้าวไม่ทันแน่ๆ ไม่เป็นไร..บะหมี่ซักห่อพออิ่มก็แล้วกัน
    ....พี่คะ เจอแล้วนะคะ พี่ทำหล่นไว้ที่ห้องประชุมค่ะ
    “ อ้าว..เหรอ “ รับเอกสารคืน ไม่มีแม้แต่ขอบใจสักคำ แต่ฉันกลับปลื้ม ที่ทำให้เจ้านายพอใจได้
    ใกล้เลิกงานแล้ว.. รีบกลับบ้านไปนอนดีกว่า
    “ ช่วยแก้งานตรงนี้ให้พี่หน่อยนะ เสร็จแล้ววางไว้บนโต๊ะพี่เลย พี่กลับก่อนล่ะ
    ว่าแต่ว่า เราน่ะมีธุระอะไรรึเปล่า คงต้องกลับช้านิดนึงนะวันนี้ “
    ... ยิ้มรับ.. ไม่มีธุระอะไรค่ะพี่ เดี๋ยวหนูพิมพ์ให้เลยค่ะ
    โทรหาเจ้านายตอนเกือบทุ่ม .. พี่ขา หนูแก้ไข และตรวจทานเรียบร้อยแล้วค่ะ หนูวางไว้บนโต๊ะนะคะ
    “ กลับดึกจังลูก จะอาบน้ำก่อน หรือ กินข้าวก่อนล่ะ ?? “
    ....เงียบไม่มีเสียงตอบ ไม่มีรอยยิ้ม . ..
    “ มา มา แม่ช่วย “ แม่ รวบของจากมือฉันไปวางบนโต๊ะ ...
    หนูเหนื่อยมากเลยแม่ หนูอยากพักผ่อน กำลังจะเดินขึ้นห้อง ...
    ฮัลโหล..สวัสดีค่ะ..เจ้านายเหรอคะมีอะไรรึเปล่าคะ ...
    อ๋อ !! ไม่ยุ่งค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการให้เลยค่ะ
    กุลี กุจอ เปิดคอมพิวเตอร์ ... เจ้านายคะ เรียบร้อยแล้วค่ะ
    แม่..หายไปไหน ในครัวไม่มี ห้องนอนไม่มี
    . . . แม่นั่งอยู่หลังบ้านเหงา ๆ คนเดียว . . .
    แม่แอบร้องไห้ ... เพราะฉันสินะ ฉันทำให้แม่ต้องร้องไห้
    แม่..ดูแลฉันมาทั้งชีวิต เป็นห่วงฉัน รักฉันมากกว่าใครๆ แต่..ฉันตอบแทนได้สาสมเหลือเกิน
    ฉันเริ่มทบทวน... เจ้านายคนที่ให้เงินเดือนฉัน กับ แม่คนที่ให้ความเป็นคนแก่ฉัน
    เพื่อประจบสอพลอเจ้านาย ฉันทำร้ายผู้ให้กำเนิดได้เพียงนี้เลยหรือ..
    แม่ ่ ... หนูขอโทษ
    ใคร เคยเป็นแบบฉันบ้าง .......
    ..............................................................................

    ใน ชั่วชีวิตของคุณ คุณอาจจะเปลี่ยนงานหลายๆ ครั้ง คุณอาจจะมีเจ้านายนับไม่ถ้วน
    แต่ตลอดชีวิตของคุณ.....คุณมีแม่มีเพียงคนเดียวครับ คนเดียวจริงๆ ทำดีกับท่านไว้เถอะ
    อย่าทำให้ท่านต้องร้องไห้เพราะการกระทำของคุณเลย....คุณอาจจะรักท่านน้อยลง ทุกๆ วัน
    แต่ท่านไม่เคยรักคุณลดลงเลย ตรงกันข้ามท่านกลับรักและเป็นห่วงคุณมากขึ้นทุกๆ วัน....





  8. #28

    คนขายเต้าหู้ 1

    สวัสดีค่ะ ญาติธรรมทุกๆๆท่าน

    วันนี้ทั่นยายนำเรื่องราวความรักของพ่อที่ก่อเกิดปาฎิหาริย์ได้มาให้อ่านกันค่ะ
    ลองอ่านดูนะคะแล้วจะรู้ว่า ความรักนั้นหากรักด้วยหัวใจแล้วจัเป็นรักที่ยิ่งใหญ่
    มีพลังเหนื้ออื่นใดไม่มีอะไรมาขัดขวางได้ แม้แต่พญามัจจุราชยังยอมพ่ายแพ้ให้แก่ความรักนั้น





    คนขายเต้าหู้

    เรื่องราวของคนขายเต้าหู้ เกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ ถ้าไม่ได้อ่านจะเสียดายค่ะ

    ตอนเหนือของมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน มีเมืองขนาดกลาง ชื่อว่า เทือกเหล็ก เกือบทุกเช้าตรู่หรือพลบค่ำ
    บนท้องถนนกรรมกร จะเห็นผู้เฒ่าเข็นรถขายเต้าหู้เคลื่อนไปอย่างช้าๆลำโพงที่ต่อกับแบตเตอรี่บนรถ
    กระจายเสียงใสของหญิงสาว “เต้าหู้มาแล้วจ้า เต้าหู้อ่อนสูตรโบราณเต้าหู้อร่อยจ้า"
    – เสียงนี่เป็นของฉัน คนขายคือพ่อฉัน "พ่อฉันเป็นใบ้" ตราบถึงวันนี้อายุกว่ายี่สิบแล้ว ฉันจึงใจกล้าพอ
    ที่จะบันทึกเสียงตัวเองไว้บนรถขายเต้าหู้ของพ่อ แทนกริ่งทองเหลือง ที่พ่อเขย่ามาหลายสิบปี อายุแค่ 2-3 ขวบ
    ฉันก็รู้จักว่ามีพ่อเป็นใบ้น่าอัปยศเพียงใด ดังนั้นฉันจึงเกลียดชังพ่อแต่เล็ก เมื่อฉันเห็นเด็กบางคนถูกแม่สั่ง
    ให้มาซื้อเต้าหู้ กลับหยิบเต้าหู้ไปโดยไม่จ่ายเงิน พ่อโก่งคอยาวแต่ไม่อาจตะเบ็งเสียงออกมา
    ฉันไม่อาจทำเหมือนพี่ชายที่ไล่ตามไปต่อยเด็กได้แต่เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ปริปาก
    ฉันไม่ชังเด็กคนนั้น แต่กลับชังพ่อที่เป็นใบ้ ถึงแม้ว่าทุกครั้งที่พี่ชายช่วยหวีผมให้และเจ็บจนต้องสูดปากซี๊ด
    ฉันก็แข็งใจไม่ยอมให้พ่อถักผมเปีย

    ตอนที่แม่เสียไม่ได้เก็บรูปถ่ายบานใหญ่ไว้ มีเพียงรูปขาวดำขนาด 2 นิ้วที่ถ่ายร่วมกับสาวเพื่อนบ้าน
    ก่อนแต่งงาน เมื่อพ่อถูกฉันเมินเฉย ก็มักจะหันกระจกเงากลับมาดูรูปแม่อีกด้านหนึ่ง เพ่งจนนานพอแล้ว
    ค่อยจากไปทำงาน อย่างซึมเซา น่าโมโหที่สุดคือเด็กคนอื่นเรียกฉันว่า อีใบ้สาม
    (ฉันเป็นลูกคนเล็กอยู่อันดับสาม) ฉันจะวิ่งกลับบ้านเมื่อด่าสู้พวกเด็กไม่ได้ ต่อหน้าพ่อที่กำลังโม่เต้าหู้อยู่
    ฉันเขียนวงกลมบนพื้น แล้วถ่มน้ำลายที่ตรงกลาง ถึงแม้ฉันไม่เข้าใจว่าที่ตนทำนั้นหมายความว่าอย่างไร
    แต่ก็ทำเช่นนี้เมื่อถูกเด็กด่าว่า ฉันคิดว่า นี่คงเป็นการแสดงคำด่าคนใบ้ที่ร้ายกาจที่สุดแล้ว
    ครั้งแรกที่ฉันด่าพ่อด้วยวิธีนี้ ทำให้พ่อต้องหยุดงานในมือ มองดูฉันอย่างงุนงง น้ำตาไหลนองหน้าอยู่นาน
    น้อยครั้งที่ฉันเห็นพ่อร้องไห้ แต่วันนั้นพ่อขดตัวในโรงเต้าหู้ร้องไห้ตลอดทั้งคืน เป็นการสะอึกสะอื้นที่ไม่ส่งเสียงดัง
    เพราะเห็นพ่อหลั่งน้ำตา ฉันจึงดูเหมือนหาทางออกให้กับความน้อยใจของฉันได้ในที่สุด ดังนั้น
    ต่อจากนั้นเป็นต้นมา ฉันมักจะไปด่าพ่อต่อหน้าต่อตาแล้วเดินหนี ปล่อย ให้พ่องงเป็นไก่ตาแตก
    ทว่าพ่อไม่หลั่งน้ำตาอีกแล้ว แต่จะขดตัวที่ผอมเซียวให้ลีบเล็กลง พิงกับคานโม่ หรือจานโม่
    ดูน่าเกลียดยิ่งในสายตาฉัน ฉันต้องเรียนหนังสือให้ดี เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย พ้นจากหมู่บ้านเล็ก
    ที่ใครๆก็รู้ว่าพ่อฉันเป็นใบ้ นี่เป็นความปรารถนาใหญ่ยิ่งของฉันในขณะนั้น

    ฉันไม่รู้ว่าพี่ชายสองคนมีเหย้าเรือนได้อย่างไร ไม่รู่ว่าโรงเต้าหู้นั้นพ่อเปลี่ยนคานโม่ใหม่อีกกี่ด้าม
    ไม่รู้ว่ากริ่งทองเหลืองลั่นจนริมขอบสึก ผ่านไปแล้วกี่ฤดูกาลกี่ตำบลหมู่บ้าน รู้เพียงว่าฉันปฏิบัติต่อตนอย่างเคืองแค้น
    เรียนหนังสืออย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดฉันก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เสื้อม่อฮ่อมกรมท่าซึ่งอาโกวตัดเย็บให้ตั้งแต่ปี 1979
    พ่อเพิ่งเอามาใส่เป็นครั้งแรกในต้นฤดูใบไม้ร่วงปี 1992 ท่ามกลางแสงตะเกียงในยามค่ำ
    พ่อหน้าตาชื่นบานขณะยัดธนบัตรกำใหญ่ซึ่งยังติดกลิ่นคาวเต้าหู้ ไว้ที่ฝ่ามือฉันอย่างพิถีพิถัน
    ปากก็เอะอะเออออไม่หยุดยั้ง ฉันมองดูความดีใจและภาคภูมิของพ่อโดยวางตัวไม่ถูก
    เหม่อมองพ่อเที่ยวแจ้งให้ญาติโยมเพื่อนบ้านทราบด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มพอใจ เมื่อฉันเห็นพ่อพา
    คุณอาและพี่ๆ มาช่วยลากหมูตัวที่พ่อบรรจงขุนมา 2 ปีจนอ้วนพี ลงมือชำแหละเพื่อเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน
    เป็นการฉลองที่ฉันเข้ามหาวิทยาลัยได้


    จะยาจกหรือราชาถ้ามีรัก
    พึงประจักษ์ว่ารักนั้นมันยิ่งใหญ่
    แม้เป็นรักของยาจกยากเข็ญใจ
    ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้รักจากราชา.....


  9. #29

    คนขายเต้าหู้ 2


    หัวใจแข็งดุจท่อนไม้ของฉันไม่รู้ถูกอะไรสะกิดเข้า จนฉันร้องไห้โฮ
    บนโต๊ะอาหาร ฉันคีบหมูหลายชิ้นให้พ่อต่อหน้าคนหลายๆคน ฉันน้ำตานองหน้า เรียกพ่อให้กินเนื้อหมู
    พ่อไม่ได้ยินหรอก แต่เข้าใจความหมายของฉันนัยน์ตาพ่อฉายประกายที่ไม่เคยมีมาก่อน
    ดวดเหล้าเกาเหลียงที่ตวงซื้อมา พร้อมกับกินชิ้นหมูที่ลูกสาวคีบให้ พ่อคงเมาแล้ว หน้าแดงก่ำ หลังยืดตรง
    ส่งภาษามืออย่างองอาจ เป็นความจริงที่ว่า ผ่านมา 18 ปีเต็มๆ พ่อเพิ่งเคยเห็นรูปริมฝีปากฉันขณะเรียกพ่อเป็นครั้งแรก
    พ่อโม่เต้าหู้ด้วยความยากลำบาก เอาธนบัตรที่คลุกด้วยกลิ่นไอเต้าหู้ส่งเสียให้ฉันเรียนจนจบมหาวิทยาลัย ปี 1996
    ฉันเรียนจบได้รับบรรจุงานที่เทือกเหล็กห่างจากบ้านเกิด 40 กม. เมื่อจัดที่พักเรียบร้อย
    ฉันเดินทางไปรับพ่อผู้ใช้ชีวิตคนเดียวมาอยู่ในเมือง เพื่อรับความสุขที่ลูกสาวมอบให้แม้จะช้านานก็ตาม
    ทว่าระหว่างทางนั่งแท็กซี่กลับหมู่บ้าน เกิดอุบัติเหตุขึ้น เรื่องราวต่างๆหลังจากอุบัติเหตุ
    ฉันทราบจากพี่สะใภ้ เล่าให้ฟัง...มีคนเดินทางจำได้ว่าผู้ประสบเหตุคือลูกสาวคนเล็กของเฒ่าถู
    ดังนั้น พี่ใหญ่พี่รอง สะใภ้ใหญ่สะใภ้รอง ต่างมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ทุกคนได้แต่ร้องไห้เมื่อเห็นฉันสลบคาที่
    ทำอะไรไม่ถูก พ่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนสุดท้าย รีบช้อนร่างฉันขึ้นมาและโบกรถใหญ่ข้างทางให้หยุด
    ผู้คนในเหตุการณ์ต่างเห็นว่าฉันไม่รอดแน่ พ่อใช้ขายันร่างฉันไว้ แล้วใช้มือล้วงธนบัตรปึกใหญ่ออกจากกระเป๋าเสื้อ
    ยัดใส่มือคนขับรถ พร้อมกับขีดเขียนรูปกากบาทถี่ๆ ขอร้องให้พาส่งโรงพยาบาล พี่สะใภ้เล่าว่า
    พ่อแต่ไหนแต่ไรร่างกายอ่อนแอ แต่ขณะนั้นสำแดงพลังความแข็งแกร่งมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ
    หลังจากพยาบาลเบื้องต้นแล้ว หมอให้ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น และเปรยกับพี่ๆ ว่า รักษาต่อไปก็ป่วยการเปล่า
    เพราะขณะนั้น ความดันโลหิตฉันเกือบวัดไม่ได้ หัวกระบาลถูกชนน่วมเป็นลูกน้ำเต้า
    ชุดสวมศพที่พี่ใหญ่ซื้อมาโดยเห็นว่าหมดหวังแล้วถูกพ่อฉีกทิ้ง พ่อชี้ที่ตาตัวเอง ชูหัวแม่มือ จ่อที่ขมับตัวเอง
    จากนั้นชูสองนิ้วชี้ที่ตัวฉัน แล้วชูหัวแม่มืออีก โบกมือแล้วหลับตา นั่นหมายความว่า พวกคุณอย่าร้องไห้
    พ่อยังไม่ร้องเลย น้องสาวคุณไม่ตายหรอก เธออายุเพียง 20 กว่า ยังไหวแน่ เราช่วยชีวิตเธอได้แน่
    หมอยังคงยืนยันว่าหมดทาง ให้พี่ใหญ่บอกกับพ่อว่า แม่หนูไม่รอดแน่ ถึงจะรักษาก็ต้องใช้เงินมหาศาล
    และยังไม่แน่ว่าจะรักษาได้ ทันใดนั้นพ่อคุกเข่าลง แล้วลุกขึ้นทันที ชี้มายังฉันพร้อมกับชูแขนสูง
    จากนั้นก็ทำท่าเพาะปลูก เลี้ยงหมู ถางหญ้า โม่เต้าหู้ แล้วปลิ้นกระเป๋าเสื้อซึ่งภายในว่างเปล่า
    พร้อมกับชูมือสองข้างกลับฝ่ามือไปมาสองรอบ นั่นหมายความว่า ขอร้องคุณหมอเถิด ช่วยชีวิตลูกสาวฉัน
    เธอมีอนาคตดี เป็นคนเก่ง คุณหมอต้องช่วยเธอ ผมจะหาเงินมาเสียค่ารักษา ผมเลี้ยงหมู ทำนา ทำเต้าหู้ได้
    ผมมีเงิน ตอนนี้ก็มีอยู่4 พันหยวน หมอจับมือพ่อพร้อมกับสั่นหัว นัยว่า แค่ 4 พันหยวนยังขาดอีกเยอะ
    พ่อไม่รีรอ ชี้ไปยังพี่ๆและพี่สะใภ้ กำมือแน่น หมายความว่า ผมยังมีคนเหล่านี้ช่วยกันพยายาม เราทำได้แน่
    เห็นหมอยังทำเฉย พ่อชี้ที่หลังคา ก้มหัวใช้เท้ากระทืบพื้น พนมมือสองข้างไว้ด้านขวาของศีรษะ แล้วหลับตา
    หมายความว่า ผมมีบ้านขายได้ ผมนอนบนพื้นดินก็ได้ แม้จะหมดเนื้อหมดตัว ผมก็ขอให้ลูกสาวอยู่รอด
    พ่อชี้ไปยังหน้าอกคุณหมอ แล้ววางมือลง หมายความว่า ขอให้คุณหมอไว้ใจ เราไม่เบี้ยวค่ารักษาหรอก
    เรื่องเงินเราจะหาทางออก พี่ใหญ่แปลภาษามือของพ่อให้หมอฟังพลางร้องไห้ไป ไม่ทันแปลจบ
    หมอซึ่งเห็นเรื่องเกิดแก่เจ็บตายจนชินชา บัดนี้ก็อดกลั้นน้ำตาไม่อยู่เช่นกัน พ่อใช้ท่ามือที่รวดเร็ว
    สื่อความแม่นยำ ใครๆเห็นแล้วต้องร้องไห้ หมอบอกอีกว่า ทำศัลยกรรมก็ไม่รับรองว่าจะช่วยชีวิตได้
    เกิดพลาดขึ้นมาจะทำอย่างไร


    เมื่อหัวใจเปี่ยมรักใครจักต้าน
    ใครจักหาญต้านรักหักลงได้
    เมื่อพลังแห่งความรักจักคุ้มภัย
    มัจจุราชยังแพ้พ่ายไม่ต่อกร...

  10. #30

    คนขายเต้าหู้ 3

    พ่อตบกระเป๋าเสื้อตัวเอง แล้วลูบที่หน้าอก หมายความว่า ขอให้หมอช่วยเต็มที่
    แม้จะไม่ไหว ก็จะจ่ายเงินให้ครบ โดยไม่บ่นโทษแม้แต่คำเดียว ความรักอันยิ่งใหญ่ของพ่อ
    ไม่เพียงแต่ค้ำจุนชีวิตฉัน ยังค้ำจุนกำลังใจและความแน่วแน่ให้หมอในการช่วยชีวิตฉัน
    ฉันถูกนำเข้าห้องผ่าตัด พ่อรออยู่นอกห้องเดินไปมาอย่างลุกลี้ลุกลนตามระเบียงจนรองเท้าสึกเป็นรู
    พ่อไม่หลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว แต่กลับเป็นแผลพุพองเต็มปากหลังจากเฝ้ารออยู่นอกห้องสิบกว่าชั่วโมง
    พ่อทำท่าอธิษฐานขอพรจากพระเจ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสับสนไม่เป็นระเบียบ จนฟ้าดินปรานี ให้ฉันรอดมาได้
    ฉันสลบเหมือดตลอดระยะเวลาครึ่งเดือน ไม่ตอบสนองต่อความรักจากพ่อ ทุกคนหมดกำลังใจในตัวฉัน
    ซึ่งกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรามีเพียงพ่อคนเดียวที่ยืนหยัดเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้รอฉันฟื้นขึ้นมา
    พ่อใช้มืออันหยาบกร้านบรรจงนวดให้ฉัน กล่องเสียงพิการของพ่อได้แต่เปล่งลมเออออเรียกฉัน
    เหมือนกับพูดว่า “ลูกหยูน ตื่นเถิด ลูกหยูน พ่อทำน้ำเต้าหู้สดๆรอลูกอยู่”เพื่อเอาใจหมอและพยาบาล
    พ่อจะอาศัยเวลาที่พี่มาเฝ้าไข้แทน ทำเต้าหู้ร้อนๆถาดใหญ่ มาแจกแก่เจ้าหน้าที่พยาบาลเกือบทุกคน
    ในแผนกศัลยกรรม แม้โรงพยาบาลตั้งระเบียบไม่ให้รับของจากคนไข้ แต่ด้วยคำขอร้องที่บริสุทธิ์จริงใจเช่นนี้
    พวกเขาก็รับไว้อย่างเงียบๆ แค่นี้พ่อก็พอใจและมีความมั่นใจยิ่งขึ้น พ่อใช้ภาษามือสื่อความว่า
    ท่านทั้งหลายเป็นผู้ใจบุญ เชื่อว่าต้องรักษาลูกสาวผมได้แน่ ระหว่างนั้น เพื่อระดมค่ารักษา
    พ่อเดินสายไปทุกหมู่บ้านที่เคยไปขายเต้าหู้ ความซื่อสัตย์สุจริตตลอดชีวิตที่ผ่านมา
    ได้รับความสนับสนุนเพียงพอที่จะช่วยลูกสาวรอดพ้นจากเส้นตาย ชาวบ้านต่างออกเงินช่วยเหลือ
    พ่อก็ไม่ปล่อยปละละเลย ใช้ดินสอจดบัญชีเต้าหู้บันทึกรายละเอียดด้วยลายมือหงิกงอทว่าชัดจนดังนี้
    คุณจัง 20 หยวน คุณลี่100 หยวน อาซ้อหวัง 65 หยวน......

    ในที่สุดฉันฟื้นขึ้นมาจนได้ตอนเช้าตรู่วันหนึ่งหลังจากครึ่งเดือนผ่านไป ฉันเห็นผู้เฒ่าผอมเซียวจนเสียรูป
    อ้าปากกว้าง เปล่งเสียงเออออดังลั่นด้วย ความดีใจที่ได้เห็นฉันตื่นขึ้นมา
    ผมขาวโพลนของเขาเปียกชุ่มด้วยเหงื่อในฉับพลันเนื่องจากความตื่นเต้น ครึ่งเดือนก่อนพ่อยังมีผมดำเต็มศีรษะ
    ครึ่งเดือนผ่านไป พ่อแก่ไปตั้ง 20 ปี หัวโกนจนเกลี้ยงของฉันเริ่มมีเส้นผมงอกขึ้นแล้ว
    พ่อลูบไล้หัวฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเมตตา การลูบไล้เช่นนี้ ในอดีตถือเป็นความสุขเกินตัวสำหรับพ่อ
    เวลาผ่านไปครึ่งปี ผมฉันยาวพอที่จะถักเปียได้ ฉันจูงมือพ่อขอร้องช่วยหวีผมให้ พ่อกลับออกอาการเปิ่นเก้อ
    พ่อหวีทีละกระจุก หมดไปค่อนวันก็ยังไม่อาจหาทรงที่ถูกใจพ่อ

    มีอยู่ครั้งหนึ่ง พ่อหันมาอยู่หน้าฉัน ทำท่าอุ้มฉันโยนออกไป แล้วงอนิ้วมือเหมือนท่านับเงิน
    อ้อ พ่อคิดจะเอาตัวฉันไปขายเหมือนขายเต้าหู้ละสิ ฉันแสร้งปิดหน้าร้องไห้ จนพ่อดีใจหัวเราะ
    ฉันแอบดูพ่อผ่านช่องนิ้วมือ เห็นพ่อหัวเราะจนขดตัวยองๆกับพื้น เกมนี้เราเล่นจนกระทั่งฉันลุกขึ้นยืนและเดินได้
    ทุกวันนี้ มีเพียงอาการปวดหัวเป็นครั้งคราวเท่านั้น สุขภาพโดยทั่วไปฉันดูแข็งแรงดี พ่อจึงพึงพอใจยิ่ง
    เราช่วยกันชำระหนี้สินจนหมด แล้วพ่อก็ย้ายเข้าเมืองอยู่กับฉัน โดยที่พ่อขยันทำงานมาตลอด
    ทนไม่ได้กับชีวิตอยู่เฉยๆ ฉันจึงเช่าเพิงเล็กๆ ใกล้บ้านให้พ่อทำเป็นโรงเต้าหู้ เต้าหู้ที่พ่อทำ
    รสชาตินุ่มหอมก้อนใหญ่ดี เป็นที่นิยมของชาวบ้าน ฉันติดตั้งชุดลำโพงกับแบตเตอรี่บนรถเข็นเต้าหู้ให้พ่อ
    แม้ว่าพ่อไม่ได้ยินเสียงกังวานของฉัน แต่ท่านย่อมทราบดี ทุกครั้งที่พ่อกดปุ่มเสียง ท่านจะอกผายไหล่ผึ่ง
    รู้สึกถึงความสุขและพอเพียงเรื่องราวในอดีตที่ฉันเหยียดหยามพ่อ ท่านมิได้จดจำจองเวรไว้เลยแม้แต่น้อย
    จนตัวฉันเองก็ใจไม่ถึงพอที่จะสารภาพผิดต่อท่าน ฉันคิดอยู่เสมอว่า โลกเราเปี่ยมล้นด้วยสังคีตแห่งความรัก
    เราสดับฟัง สาธยาย สัมผัส และสะเทือนใจ แต่แล้ว พ่อผู้ใบ้ของฉันกลับสอนให้ฉันเข้าใจว่า อันที่จริงแล้ว
    สังคีตอันยิ่งใหญ่ที่สุดคือปลอดเสียง อันเป็นพลังที่ไม่พึงสงสัย ทำให้ฉันตีความความรักให้สูงขึ้นไปอีก


    รักนี่หรือที่ว่าสุข ทุกข์คละเคล้า
    รักนี่หรือที่ว่าเศร้าเฝ้าหม่นหมอง
    รักนี่หรือที่ใครๆไม่ใฝ่ปอง
    ฉันขอปองรักนี้ไว้ไปนิรันดร์..........
    .


ถ้าท่านชอบใจก็ไลค์ โลด...
หน้า 3 จากทั้งหมด 4 หน้า หน้าแรกหน้าแรก 1234 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ ปิด
  • HTML สถานะ ปิด