สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 10

กระทู้: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

  1. #1

    คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    เข้าห้องสนทนา (คลิก)

    คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา






    ว่าด้วยความคิด
    คนโง่ : ทำก่อนแล้วจึงคิด จึงผิดพลาดอยู่เนืองๆ ต้องเปลืองเวลาและความรู้สึก ตามแก้ปัญหาไม่สิ้นสุด
    คนฉลาด : คิดมากก่อนแล้วจึงทำ จึงเพ้อเจ้ออยู่เป็นประจำ แม้ประสงค์จะทำดีทากแต่ทำได้น้อย เพราะเขม่าความคิดปิดกั้นความกล้าหาญ
    คนเจ้าปัญญา : คิดไปทำไป จึงทำได้อย่างที่คิด และคิดพอดีที่ทำประหยัดพลังงานและบริหารเวลาได้เหมาะสม ลดความหลอนป้องกันความผิดพลาดขื่นขมและประสบความสำเร็จโดยไม่เหน็ดเหนื่อย



    ว่าด้วยทัศนคติ
    คนโง่ : ดูหมิ่นความดี มองโลกในแง่ร้ายด้านเดียว จึงได้รับแต่สิ่งชั่วร้ายมาพาชีวิตตกต่ำ กลายเป็นทาสสถานการณ์ ยามพบสิ่งดีจะไม่เข้าใจจึงพลาดโอกาสใหญ่
    คนฉลาด : ชอบทำดีและคิดดี มักมองโลกในแง่ดีด้านเดียว จึงได้แต่สิ่งดีโดยมาก ครั้นพบสิ่งชั่วร้าย จะทนไม่ได้ ทำใจไม่เป็น ต้องถอยหนีสถานการณ์ดวงใจแตกร้าว ชีวิตจึงมีแต่ความระคายเคืองและปฏิฆะเร้นลึก
    คนเจ้าปัญญา : ละชั่วเด็ดขาด และทำดีเป็นนิสัย โดยไม่ติดดี แล้วละแม้ความดีเข้าสู่ความบริสุทธิ์ จึงเห็นที่สุดแห่งความเป็นจริงแท้แห่งโลกว่าทุกสิ่งในโลกมีทั้งคุณ โทษ และความเป็นกลางอยู่ จึงบริหารสถานการณ์ได้ และทำใจได้ในทุกภาวการณ์



    ว่าด้วยความโง่และความฉลาด
    คนโง่ : ชอบคิดว่าตนฉลาดแล้ว จึงดักดานอยู่กับความโง่ของตนตามที่เป็น
    คนฉลาด : ชอบคิดว่าตนโง่ จึงชอบแกล้งโง่ และมักโง่ได้สมปรารถนาในที่สุด
    คนเจ้าปัญญา : ย่อมเห็นความโง่และความฉลาด ที่ซ้อนกันอยู่ และวิธีที่จะยกจิตสู่ปัญญายิ่งๆขึ้นไป จึงค่อยๆ หายโง่ และเลิกฉลาดโดยลำดับ



    ว่าด้วยการพูดจา
    คนโง่ : ชอบเถียง เขาจึงได้การทะเลาะ และความบาดหมางแทนความรู้
    คนฉลาด : ชอบถาม เขาจึงได้ความรู้ และมิตรภาพมากกว่าความแตกแยก
    คนเจ้าปัญญา : ชอบเฉยสังเกตลึก เข้าใจสิ่งต่าง อย่างลึกซึ้งแล้วจึงนำเสนออย่างเหมาะสม



    ว่าด้วยการจัดการกับปัญหา
    คนโง่ : พอพบกับปัญหาอะไรก็โวยวาย ก่อให้เกิดปัญหาทางอารมณ์และความสัมพันธ์อีกหลายชั้น จึงยิ่งเสียหาย......
    คนฉลาด : พอพบปัญหาก็วิเคราะห์ เป็นการใช้ความคิดแก้ปัญหา จึงมักติดบ่วงความคิด วนไปวนมา......
    คนเจ้าปัญญา : พอพบปัญหาอะไรก็วางก่อน พอเป็นอิสระมีอำนาจเหนือกว่าปัญหาแล้ว จึงจัดการกับปัญหานั้นอย่างเหนือชั้น.......



    ว่าด้วยการบริหารและการปกครอง
    คนโง่ : พยายามบริหารคน จึงวุ่นวายสับสนตามธรรมชาติของคน
    คนฉลาด : พยายามบริหารประโยชน์สัมพันธ์ จึงยุ่งยากซับซ้อนตามปรารถนาอันไม่สิ้นสุด
    คนเจ้าปัญญา : พยายามบริหาระบบธรรม จึงสงบลงตัว ณ จุดพอดี.....



    ว่าด้วยความคิด!!!
    คนโง่ : เห็นแต่ความชั่วร้ายของคนอื่น และโยนความผิดให้ผู้อื่นอยู่เรื่อย เป็นการทำมิตรให้กลายเป็นศัตรู ชีวิตจึงอยู่ในท่ามกลางอันตราย
    คนฉลาด. : เห็นแม้ความชั่วร้ายในตนเอง จึงกล้ายอมรับความจริงและแก้ไขตัว ทำให้ตนดีขึ้น ทำให้แม้ศัตรูก็ยอมรับได้มากขึ้น ชีวิตจึงเจริญและผาสุกโดยลำดับ
    คนเจ้าปัญญา : เห็นความชั่วร้ายสากล จึงเข้าใจทุกคนในทุกสถานการณ์ เห็น***ส่วนการบริหารคนที่เหมาะสม โดยไม่ทำร้ายคน แต่จะทำลายความชั่วสากลให้สิ้นไป จึงสนุกสนานในการบริหารเรื่อยไป......



    ว่าด้วยการบริหารธรรม
    คนโง่ : ดูหมิ่นธรรมะ ชีวิตจึงหายนะ
    คนฉลาด : ศึกษาธรรมะ จึงรู้ลึก และดำเนินชีวิตด้วยดี
    คนเจ้าปัญญา : ใช้ธรรมะ จึงดำเนินชีวิตอย่างเหนือชั้น!!.......



    ว่าด้วยการทำงาน
    คนโง่ : ทำงานเพื่อเงิน จึงได้เงินมาอย่างยากเย็นและมักไม่ได้คุณค่าอื่นๆของงาน
    คนฉลาด : ทำงานเพื่องาน จึงได้ผลงานที่ยิ่งใหญ่และได้เงินตามมาโดยง่าย
    คนเจ้าปัญญา :.ทำงานเพื่อหยิบยื่นคุณค่าแก่สังคม เขาจึงได้ผลงานที่น่าชื่นชม เงิน ชื่อเสียงและมิตรมหาศาลย่อมตามมาเสมอ......



    ว่าด้วยการสนองตอบผู้มีพระคุณ
    คนโง่ : เนรคุณผู้มีบุญคุณ จึงไม่มีใครอยากทำดีกับเขาอีก
    คนฉลาด : กตัญญูผู้มีพระคุณ จึงมีคนอยากทำดีกับเขามากมาย ซึ่งต้องตามชดใช้บุญคุณกันไม่รู้จบ
    คนเจ้าปัญญา : ยกระดับผู้มีบุญคุณให้สูงส่งขึ้น จึงทดแทนบุญคุณกันได้หมด และผู้มีพระคุณกลายเป็นหนี้บุญคุณ และพร้อมที่จะให้พระคุณที่ยิ่งกว่า เกิดวงจรการให้ และการรับที่พัฒนาต่อเนื่องทุกฝ่ายจึงได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง



    ว่าด้วยความเพียร
    คนโง่ : มัวขยันในเรื่องไร้สาระ จึงมักพบปะแต่เรื่องไร้ประโยชน์ แล้วมักตัดพ้อว่า ทำไมทำดีแล้วไม่ได้ดี
    คนฉลาด : มักขยันในเรื่องที่มีคุณมากมีโทษน้อย จึงได้ประโยชน์มากและมีโทษแทรกบ้าง แล้วมักบ่นว่าอุตส่าระวังอย่างสุดแล้วยังพบเรืองร้ายๆ อีก
    คนเจ้าปัญญา : ขยันทำตนให้เหนือคุณและโทษ จึงบริหารสถานการณ์อย่างอิสระ ไม่ปรากฏเสียงตัดพ้อหรือบ่นว่าอีกต่อไป



    ว่าด้วยความจริงจัง
    คนโง่ : เห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ในชีวิตเป็นเรื่องจริงจัง จึงเครียดแทบบ้า
    คนฉลาด : เห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ในชีวิตเป็นเรื่องเล่นๆ จึงสนุกสนานจนไร้สาระ
    คนเจ้าปัญญา : เห็นปรากฏการณ์ต่างๆ ในชีวิตเป็นตัวเร่งวิวัฒนาการ จึงรุ่งเรืองรวดเร็ว



    ว่าด้วยความประสบความสำเร็จ
    คนโง่ : รอให้ความสำเร็จมาหา อาจต้องรอหลายชาติกว่าจะพบซักครั้ง
    คนฉลาด : เดินไปหาความสำเร็จ จึงอาจมีโอกาสพบบ้างแม้เหนื่อยยาก
    คนเจ้าปัญญา : ปักหลักสร้างความสำเร็จ หากสร้างความสำเร็จแน่ๆ และเหนื่อยน้อยกว่า

  2. #2

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    ถ้าท่านทำตัวแข่งกับสังคม ความพินาศล่มจมจะตามมา
    ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบปัญหาเรื่อยไป
    ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้ ท่านอย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง
    ถ้าท่านกลัวจนเกินไป ท่านจะทำอะไรไม่สำเร็จ
    ถ้าท่านกล้าจนเกินงาม ท่านจะพบกับความเดือดร้อน
    ถ้าท่านขาดความพอดี ท่านจะเป็นหนี้ตลอดกาล
    ถ้าท่านหวังแต่ความสนุก ท่านจะพบกับความทุกข์มหันต์
    ถ้าท่านขาดความยั้งคิด ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย
    ถ้าท่านทำใจให้สงบ ท่านจะพบกับความสุขที่เยือกเย็น
    ถ้าท่านมีความพอดี ท่านจะเป็นเศรษฐีในเรือนยาจก
    ถ้าท่านมีแต่ความงก ท่านจะเป็นยาจกในเรือนเศรษฐี
    ถ้าท่านมีเมตตาจิต ท่านจะมีญาติมิตรทั่วบ้าน
    ถ้าท่านเมตตาเกินประมาณ ท่านจะพบคนพาลทั่วเมือง
    ถ้าท่านคิดถึงแต่ความหลัง ท่านจะพบรังแห่งความเศร้า
    ถ้าท่านมีแต่ความมัวเมาท่านจะพบความปวดร้าวภายหลัง
    ถ้าท่านทำดีเพื่อนเด่น ท่านจะถูกเขม่นจากมวลมิตร
    ถ้าท่านทำความดีด้วยน้ำจิต ท่านจะมีชีวิตอยู่อย่างสบาย

  3. #3

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    เกินกว่าปัจจัย 4 คือ กิเลสทั้งหมด
    รู้จักพอ ไม่ก่อกิเลสความอยากเพิ่มเติม
    อยู่ง่าย กินง่าย หลับสบาย ออกกำลังใจกายสม่ำเสมอ

    คนที่มีความสุขที่สุดไม่ใช่คนที่เกิดมาโชคดีและเพียบพร้อมกว่าคนอื่น แต่เป็นเพราะพวกเขาพอใจกับสิ่งที่มี และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขา และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขานั่นเอง

    ความสุขที่ยั่งยืน ก้าวย่างไปอย่างไร
    1. ชื่นชมและเห็นคุณค่าของตัวเอง หยุดความคิดที่จะมีความสุขมากขึ้น ถ้าชีวิตคุณดีขึ้นกว่านี้ แต่จงพอใจและชื่นชมชีวิตในแบบที่คุณเป็นอยู่ ณ วินาทีนี้ ความพยายามดิ้นรน ไม่รู้จักพอมีแต่ทำให้รู้สึกแย่ลง
    2. เลือกความสุข คนเรามีความสุขได้ก็เพราะเราเลือกที่จะมีความสุข การมองโลกในด้านบวก และยอมรับว่าชีวิตมีทั้งขาขึ้นและขาลง จะทำให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากไปได้
    3. รู้จักยืดหยุ่น ทำใจให้เปิดกว้างกับสิ่งใหม่ๆ อย่ายึดติดวิถีเดิมๆ และความคิดของตนเองฝ่ายเดียว
    4. อย่าตามล่าหาความสุขตลอดเวลา ชีวิตมีทั้งสุขและทุกข์สมหวังและผิดหวังปะปนกันไป หากวันไหนไม่มีความสุขอย่างที่หวัง คุณก็ต้องทำใจให้ได้ แล้วคุณจะเครียดน้อยลง และรู้สึกดีขึ้นมา

  4. #4

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    มหัศจรรย์แห่งชีวิต... หลักคิดจากท่านว.วชิรเมธี



    ๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน?
    ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
    ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ

    ๒.ไหว้พระขอพรอะไรดี?
    (๑)ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
    (๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
    (๓)ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
    (๔) ขออย่าให้ตายในสงครามระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

    ๓.ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี?
    ปลาที่ยังเป็นอยู่ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
    ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
    ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อแต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข

    ๔.ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน?
    งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
    รู้จักแบ่งเวลาให้งานรู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
    อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน

    ๕. โกรธ!ถูกเพื่อนนินทา?
    โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
    คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
    คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
    ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง

    ๖.จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?
    (๑)ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
    (๒)ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
    (๓)ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ
    ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา

    ๗.โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
    เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
    แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้

    ๘.งานเยอะมากทำอย่างไรดี?
    (๑)รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
    (๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
    (๓)เรียงลำดับความสำคัญของงาน
    สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ

    ๙. ทำงานดีมีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร?
    โบราณว่าไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
    คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
    คนทำงานดีจึงมีคนริษยาปรากฏการณ์เช่นว่านี้
    เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
    ยังดีกว่าทำงานไม่ดีจึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา

    ๑๐. ทำงานแทบตายเงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี?
    (๑) หางานใหม่
    (๒) ลดความต้องการให้น้อยลงอยู่กับความจริงให้มาก
    (๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์อย่ามุ่งประดับ
    (๔)ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด
    จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่

  5. #5

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    11. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย?
    คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง

    คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า

    แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย

    ๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม?
    ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ
    แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
    แทนที่จะไถ่โคกระบือ
    คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า
    ๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน?
    ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน
    ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน
    ๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี?
    มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน
    ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
    ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ



    ๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร?
    (๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
    (๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
    (๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง
    ๑๖. สวดมนต์บทไหนดี?
    (๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
    (๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า
    จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
    (๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้
    คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง
    ๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี?
    (๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
    (๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
    (๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส
    เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด
    ๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก?
    (๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
    (๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
    (๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน
    ๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม?
    ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
    ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน
    ๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ?
    ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์
    ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบอย่างแน่นอน

  6. #6

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    นอนดูพระจันทร์กลมสว่างไสวบนท้องฟ้าใกล้รุ่งสาง
    ล้อมรอบไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆที่พร่างพราวขมุกขมัว
    อีกซักพักก้อนเมฆลอยละล่องเคลื่อนเข้ามาบดบังแสง
    พระจันทร์หายลับตาไปความมืดมิดก็เข้ามาแสงสว่างหายไป
    แต่หากรอเวลาอีกสักนิด เมฆนั้นก็เคลื่อนตัวผ่านพ้นไป
    แล้วพระจันทร์ก็ค่อยๆโผล่พ้นจากกลุ่มก้อนเมฆให้ได้เห็นชัดอีกครั้ง
    แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ กลุ่มก้อนเมฆก็เคลื่อนตัวเข้ามาบังอีก
    ทำให้คิดได้ว่า ไม่มีอะไรจะคงอยู่ได้ไปตลอดกาลเลยจริงๆ
    หากเปรียบอุปสรรคเป็นก้อนเมฆ แล้วพระจันทร์คือตัวเราแล้ว
    อุปสรรค หรือ ก้อนเมฆ ย่อมมีเข้ามาได้ตลอดเวลาไม่สิ้นสุด
    ถึงแม้อุปสรรคจะเข้ามาบดบังทำให้เรามองไม่เห็นแสงของพระจันทร์
    แต่แสงของพระจันทร์ก็ส่องแสงในตัวมันเอง ไม่ได้ดับมืดไปจริงๆเลย
    ที่เรามองไม่เห็นแสงหรือพระจันทร์นั้น เพราะเรามัวไปมองแต่กลุ่มเมฆ
    หากดูให้ชัดแล้ว พระจันทร์ก็ยังคงส่องแสงอยู่ภายใต้กลุ่มก้อนเมฆนั่นเอง
    ไม่ได้ดับไปเลย แต่ที่ดับไปเพราะเราไปให้อำนาจของกลุ่มเมฆว่ามีอิทธพล
    ทำให้พระจันทร์หายไป ทั้งที่จริงนั้น อุปสรรคไม่สามารถทำอะไรพระจันทร์เลย
    สุดท้ายอุปสรรคต่างๆก็จะผ่านพ้นไปในที่สุด ตราบใดพระจันทร์ยังคงส่องแสง
    กำลังใจดีๆจากตัวเราเอง จะทำให้เราทำหน้าที่ของเราต่อไปอย่างเรืองรองผ่องใส

    หากใจเรายังมีกำลังใจ ก็จะทำให้ไม่มีอะไรมาทำร้ายทำลายเราได้ และสุดท้าย...
    แม้ไม่มีเรา ทุกอย่างก็จะดำรงวงโคจรไปได้ของมันเอง ทุกอย่างมีสมดุลในตัวมันเอง

  7. #7

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    พระอาทิตย์ค่อยๆกำลังจะตกดินอีกครั้งหนึ่ง
    วัฎจักรของพระอาทิตย์วนเวียนซ้ำๆแบบนี้ทุกวัน
    พระอาทิตย์ไม่เคยมีวันหยุดพักผ่อนเลยซักวันเดียว
    ตอนที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วนั้น เหมือนได้พัก
    แต่แท้จริงพระอาทิตย์ได้ไปโผล่พ้นขอบฟ้า ณ อีกซีกโลก
    ไปให้เช้าวันใหม่กับอีกซีกโลกหนึ่งเท่านั้นเอง...
    ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกันบ้างหรือไรนะ..อยากรู้จริงๆ
    แล้วเราเป็นคน ทำไมรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินเวลางานเข้า
    อยากพักจัง อยากพักจริง ขอหยุดพักหน่อยเถอะน๊า...
    ขณะเวลาที่เราหยุดพัก พระอาทิตย์ก็ยังคงทำงานต่อไป
    จะมีวันไหนไหมที่พระอาทิตย์จะหยุดพักเสียทีนะ....
    เราหยุดพักได้ เราเหนื่อยได้ เราท้อได้ แต่พระอาทิตย์ล่ะ
    พระอาทิตย์ก็ยังคงทำงานต่อไปไม่เคยหยุดพักเลย...
    พระอาทิตย์ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
    เพื่อประโยชน์ของสิ่งมีชีวิตบนโลกแห่งนี้ไม่มีข้อแม้...
    พระอาทิตย์ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ มีแต่ให้ และให้อย่างต่อเนื่อง
    ย้อนกลับมามองดูตัวเรา เคยให้อะไรกับใครแล้วหรือยัง
    พระอาทิตย์ไม่เคยบ่นอะไรเลยที่ได้ให้อะไรมากมายไป
    แต่เราสิ ไม่เคยให้อะไรใคร แต่ยังพร่ำบ่นพระอาทิตย์อีก
    ร้อนไปก็บ่นท่านว่าจะส่องแสงทำไม จ้าไปก็บ่นรำคาญใจ
    วันไหนท่านโดนเมฆกลั่นแกล้งไม่ให้ส่องแสงให้ประโยชน์
    ก็โดนคนที่ต้องการใช้ประโยชน์กับแสงแดดต่อว่าอีก...
    สิ่งรอบตัวเราที่ให้ประโยชน์กับเราอยู่ตลอดเวลาวินาที
    แต่เรากลับมองไม่เห็น เห็นเพียงข้อเสียที่เกิดขึ้นกับเราเท่านั้น
    ข้อดีเราไม่เคยเห็นมองข้ามความดีที่ได้เคยให้ไว้ไปหมดเลย

    และแล้ววันนี้ก็ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว
    แต่วันนี้ก็ยังคงอยู่ตลอดให้ต่อสู้
    สิ้นสุดวันนี้มีกันได้ทุกคนขอให้รู้
    รีบกำจัดวันนี้ให้พ้นเถิดไม่เกิดเลย

  8. #8

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    เขาดำเนินชีวิตแบบธรรมชาติมากที่สุดและรู้จักพอ
    เหมือนอย่างในหลวงท่านพูดเสมอเสมอ



    [BLOCKQUOTE]



    ชีวิตพอเพียงของมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก
    :
    วอร์เรน บัพเฟตต์ ( Warren Buffet)






    มีรายการสัมภาษณ์หนึ่งชั่วโมงของสถานีโทรทัศน์ CNBC สัมภาษณ์ วอร์เรน บัพเฟตต์ มหาเศรษฐีอันดับสองของโลก (รองจากบิล เกตส์) ซึ่งบริจาคเงินให้การกุศลถึง 31 , 000 ล้านดอลล่าร์
    (เป็นเงินไทยก็ราวๆ
    1,000,000,000,000 อ่านว่า 1 ล้าน ล้านบาท โอ้แม่เจ้า)


    ต่อไปนี้คือแง่มุมบางส่วนที่น่าสนใจยิ่งจากชีวิตของเขา :
    1) เขาเริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบ และปัจจุบันบอกว่ารู้สึกเสียใจที่เริ่มช้าไป!

    2) เขาซื้อไร่เล็กๆ เมื่ออายุ 14 โดยใช้เงินเก็บจากการส่งหนังสือพิมพ์

    3) เขายังอาศัยอยู่ในบ้านเล็กหลังเดิมขนาด 3 ห้องนอน กลางเมืองโอมาฮา ที่ซื้อไว้หลังแต่งงานเมื่อ 50 ปีก่อน เขาบอกว่ามีทุกสิ่งที่ต้องการในบ้านหลังนี้ บ้านเขาไม่มีรั้วหรือกำแพงล้อม

    4) เขาขับรถไปไหนมาไหนต้วยตนเอง ไม่มีคนขับรถหรือคนคุ้มกัน

    5) เขาไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทขายเครื่องบินส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    6) บริษัท เบิร์กไช แฮทะเวย์ ของเขามีบริษัทในเครือ 63 บริษัท เขาเขียนจดหมายถึงซีอีโอของบริษัทเหล่านี้เพียงปีละฉบับเดียว เพื่อให้เป้าหมายประจำปี เขาไม่เคยนัดประชุมหรือโทรคุยกับซีอีโอเหล่านี้เป็นประจำ

    7) เขาให้กฎแก่ ซีอีโอ เพียงสองข้อ กฎข้อ 1 อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นเสียหาย
    กฎข้อ 2 อย่าลืมกฎข้อ 1


    8 ) เขาไม่สมาคมกับพวกไฮโซ การพักผ่อนเมื่อกลับบ้าน คือทำข้าวโพดคั่วกินและดูโทรทัศน์

    9) บิล เกตส์ คนที่รวยที่สุดในโลก เพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน บิล เกตส์คิดว่าตนเองไม่มีอะไรเหมือนวอร์เรน บัพเฟตต์เลย จึงให้เวลานัดไว้เพียงครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อบิล เกดส์ได้พบบัฟเฟตต์จริงๆ ปรากฏว่าคุยกันนานถึงสิบชั่วโมง และบิล เกตส์กลายเป็นผู้มีศรัทธาในตัววอร์เรน บัพเฟตต์

    10) วอร์เรน บัพเฟตต์ ไม่ใช้มือถือ และไม่มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน

    11) เขาแนะนำเยาวชนคนหนุ่มสาวว่า : จงหลีกห่างจากบัตรเครดิตและลงทุนในตัวคุณเอง




    ที่สุดของชีวิต คือ มีปัจจัย ๔ อย่างเพียงพอนั่นเอง
    มหาเศรษฐีหรือยาจกกินข้าวแล้วก็อิ่ม
    1 มื้อ เท่ากัน
    มหาเศรษฐีหรือยาจกมีเสื้อผ้ากี่ชุด ก็ใส่ได้ทีละชุด เท่ากัน
    มหาเศรษฐีหรือยาจกมีบ้านหลังใหญ่แค่ไหน พื้นที่ที่ใช้จริงๆ ก็เหมือนกันคือ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว เหมือนกัน
    มหาเศรษฐีหรือยาจกจะมียารักษาโรคดีแค่ไหน ยื้อชีวิตไปได้นานเพียงไร สุดท้ายก็ต้องตาย เหมือนกัน

    [/BLOCKQUOTE]

  9. #9

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    สุดยอดดดดดดดดเลยอะคะคุณเล็ก

  10. #10

    Re: คนโง่...คนฉลาด...คนเจ้าปัญญา

    ขอบคุณครับ

ถ้าท่านชอบใจก็ไลค์ โลด...

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ ปิด
  • HTML สถานะ ปิด