หน้า 1 จากทั้งหมด 3 หน้า 123 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 30

กระทู้: ลานบุษปะ

Hybrid View

  1. #1

    ลานบุษปะ


    สืบ นาคะเสถียร วีระษุรุษของพงไพร

    เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณ สืบ นาคะเสถียร วีระบุรุษในดวงใจผู้ที่รักและปกป้องผืนป่ายิ่งชีวิต
    ทั่นยายจึงขอเปิดกระทู้ ลานบุษปะ ขึ้นมา เพื่อสืบทอดเจตตนารมณ์ของคุณ สืบ นาคะเสถียร
    ที่มุ่งหวังจะอนุรักษ์ผืนป่า สัตว์ป่าของไทยไว้ให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจสืบไป กระทู้นี้จึงมุ่งหวังเพื่อเสริมสร้าง
    ให้ผู้อ่านได้รู้จักต้นไม้ ดอกไม้ ผลไม้ นานาพรรณมากขึ้น อันจะก่อให้เกิดองค์ความรู้ ความเข้าใจ ในประโยชน์
    ของ ต้นไม้ ดอกไม้ ผลไม้ และป่า อันมีประโยชน์ มีคุณค่า ต่อคนและสัตว์ และต่อสภาพแวดล้อม อย่างประมาณค่ามิได้
    จึงขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามาเยี่ยมชม ลานบุษปะ แห่งนี้ดูค่ะ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
    หรือใครจะอาสามาเป็นคนสวน ช่วยกันปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ก็ยินดีอย่างยิ่งค่ะ เพียงร่วมกันปลูกคนละต้นสองต้น
    ไม่นาน ลานบุษปะ แห่งนี้ก็จะกลายเป็นสวนป่าแห่งความรู้ในโลกอินเตอร์เน็ตค่ะ
    และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ลานบุษปะ เล็กๆแห่งนี้จะจุดประกายให้ทุกคน รู้จักต้นไม้ เข้าใจต้นไม้
    และรักต้นไม้มากขึ้น เพื่อที่จะร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์ต้นไม้ อนุรักษ์ป่าให้อยู่คู่เมืองไทยตลอดไปค่ะ


    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  2. #2

    อุทยาน...ลานพฤกษา

    หลังจากเตรียมพื้นที่ปลูกต้นไม้กันไปเรียบร้อยแล้ว ที่นี้ก็ต้องมองหาต้นกล้าไม้ที่จะนำมาปลูก
    เป็นลำดับต่อไปค่ะ เอ...จะปลูกต้นอะไรดีหนอ คิดไปคิดมาสรุปว่าน่าจะปลูกต้นไม้พระราชทาน
    เอาฤกษ์เอาชัยกันก่อนดีกว่าค่ะ เพื่อจะได้เป็นศิริมงคลแก่ ลานบุษปะ แห่งนี้สืบไปค่ะ




    ชื่อพันธุ์ไม้ กาสะลองคำ
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Radermachera ignea (Kurz)Steenis
    ชื่อวงศ์ : BIGNONIACEAE
    ชื่อท้องถิ่น : ปีบทอง (ภาคกลาง) แคะเป๊าะ สำเภาหรือ หลามต้น (ลำปาง) จางจืด (เชียงใหม่)
    สะเภา, อ้อยช้าง (ภาคเหนือ) กากี (สุราษฎร์ธานี)

    ประวัติความเป็นมาของต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงราย
    ต้นกาสะลองคำ เป็นต้นไม้ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
    ในพิธีเปิดโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์
    ปีที่ 50 วันที่ 9 พฤษภาคม 2537 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ปีบทอง หรือ กาสะลองคำ (อังกฤษ: Tree Jasmine )
    เป็นไม้ต้นผลัดใบในวงศ์ BIGNONIACEAE สูงประมาณ 10 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ
    ใบเป็นประเภทใบประกอบแบบ 2-3 ชิ้น ใบย่อยรูปไข่ปลายใบแหลม ขึ้นตามธรรมชาติ
    บนเทือกเขาหินปูนที่ค่อนข้างชื้น พบตั้งแต่พม่าตอนใต้ ไปถึงเกาะไหหลำ

    กาสะลองคำหรือปีบทอง เป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลแก่จังหวัดเชียงราย
    และเป็นพรรณไม้ประจำมหาลัยสองที่ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายเรียกว่า "กาซะลองคำ"
    และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเรียกว่า "ปีปทอง"


    ลักษณะ : เป็นต้นไม้ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบสูง 6 - 20 ม. ลำต้นเปลาตรง
    เปลือกนอก สีเทา ใบประกอบแบบขนนกสองถึงสามชั้น เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ยาว 20 - 60 ซม.


    กาสะลองคำอีกหนึ่งสายพันธุ์ ดอกจะใหญ่กว่า
    ดอก มีสีเหลืองอมส้ม หรือสีส้ม ออกเป็นกระจุกตามกิ่งและลำต้น กระจุกละ 5 - 10 ดอก ช่อดอกยาว 1 - 1.7 ซม.
    มีขนนุ่มประปราย ก้านดอก ยาว 1 ซม. มี 3 - 8 ดอก กลีบดอกสีเหลืองอมส้มติดกันเป็นรูปทรงกระบอก ยาว 4 - 4.7ซม.
    ออกดอกประมาณเดือน มกราคม - เมษายน ผลัดใบก่อนออกดอก


    ผล เป็นฝักติดห้อยลงจากกิ่งที่ออกดอก ยาว 32 - 45 ซม. กว้าง 4 - 6 มม. เมื่อผลอ่อน สีเขียว
    พอแก่ สีน้ำตาลเทา ค่อนข้างบาง เมื่อแก่จะแตกเป็น 2 ซีก ภายในผลมีแกนทรงกระบอกยาวเรียว
    มีเมล็ดอยู่จำนวนมาก เมล็ดแบน เมล็ดกว้าง 2 มม. ยาว 1.3 - 1.5 ซม.

    ขยายพันธุ์ โดยเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำกิ่งและหน่อ
    ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับ และสมุนไพร ส่วนที่นำมาใช้ : ลำต้น เปลือกต้น และใบ
    สรรพคุณ : ลำต้น แก้ซาง เปลือกต้น แก้ท้องเสีย ใบ รักษาแผลสด ห้ามเลือด
    สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ ยับยั้งเอนไซด์ HIV-1 reverse transcriptase


    อืม...รูปทรงของดอกกาสะลองคำนี่ เหมือนถ้วยไอศครีมจังเลยค่ะ
    แหม..นี่ถ้าเอาหมูสับยัดลงไปในดอกรูปถ้วยเล็กๆพอคำนี่ แล้วนำไปทำแกงจืด
    คงเป็นแกงจืดที่มีสีสันสดสวย ชวนให้เจริญอาหารนะคะ
    แต่ไม่ทราบว่าดอกกาสะลองคำนี่ทานได้หรือเปล่า...ใครทราบช่วยแจ้งให้ทราบด้วยนะคะ
    เผื่อวันหน้าไปเจอดอกกาสะลองคำที่ไหนจะได้เก็บมากินซะให้เกลี้ยงต้นเลยค่ะ อิ อิ



    อ้างอิง
    พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542
    http://www.komchadluek.net/2007/10/0...news_id=153104
    http://www.nrru.ac.th/web/plant/showdata.asp?id=36


    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  3. #3

    Re: อุทยาน...ลานพฤกษา

    หลังจากปลูกต้นไม้พระราชทานอันเป็นสิริมงคลแล้ว
    ก็ขอนำต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลประจำวันเกิดมาปลูกกันเป็นลำดับต่อไปนะคะ
    เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ที่ทุกท่านค่ะ งั้นเริ่มที่วันอาทิตย์กันก่อนละกันนะคะ
    มาดูกันค่ะว่าวันอาทิติย์ควรจะปลูก ต้นไม้ ดอกไม้อะไรดีหนอถึงจะเสริมโชค ลาภ วาสนาบารมีค่ะ




    1.ต้นไม้ประจำวันของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์
    คนเกิดวันอาทิตย์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแรงกล้า นิสัยส่วนตัวของผู้ที่เกิดวันนี้จะมีนิสัยทะเยอทะยาน
    ถือตัว หยิ่งในศักดิ์ศรีด้วย กระตือรือล้น มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ ชีวิตในวัยเด็กไม่ค่อยอบอุ่นสุขสบายนัก
    แต่เมื่อเติบโตแล้วจะมีฐานะมั่งคั่ง ด้วยความเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ
    แต่ให้ระวังเรื่องการใช้สอยเพราะเป็นคนใจกว้างอย่างนักเลง ชอบช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าตนเอง
    เป็นคนรักเพื่อนฝูงมาก จริงใจประเภทถึงไหนถึงกัน แต่ไม่ค่อยได้ความจริงใจตอบเพราะทำคุณกับใครไม่ขึ้น
    อุปนิสัยอารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว สุภาพอ่อนโยน คล่องแคล่ว ชอบพบปะผู้คน พูดจาดีมีหลักการ
    ใจอ่อนรักหลงคนง่าย ค่อนจะเจ้าชู้แต่รักใครแล้วจะทุ่มเทสุดชีวิต ชอบเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย
    คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวังเรื่องความใจร้อน เรื่องความหูเบาเชื่อคนง่าย และเรื่องหน้าใหญ่ใจโต
    ซึ่งอาจจะสร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว ไม้มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์ จะเป็นไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม
    เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลก ต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันอาทิตย์มี ดังนี้
    ต้นไม้ประจำวันผู้ที่เกิดวันอาทิตย์นั้น คือ ต้นพวงแสด ต้นพุทธรักษา ต้นธรรมรักษา ต้นเยอร์บีร่าที่มีดอกสีส้ม
    ดอกกุหลาบสีส้ม และดอกทานตะวัน อันเป็นสัญลักษณ์คู่กับพระอาทิตย์



    ต้นพวงแสดเถา
    พวงแสด (ชื่อวิทยาศาสตร์: Pyrostegia venusta)
    เป็นพืชในวงศ์ Bignoniaceae
    มีชื่อสามัญอื่นๆคือ : Orange trumpet, Flame flower, Fire-cracker vine พวงแสด พวงแสดเครือ



    ลักษณะทั่วไป
    ไม้เถาเลื้อย เนื้อแข็ง อายุหลายปี ใช้มือพันเลื้อยพัน กิ่งก้านเป็นเหลี่ยม ใบเป็นใบประกอบ เรียงสลับ
    มีใบย่อย 3 ใบ ในใบย่อยบางชุดใบกลางจะเปลี่ยนเป็นมือพัน ใบย่อย รูปไข่ กว้าง 2-3 เซนติเมตร
    ยาว 4-5 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ดอกสีส้มอมเหลือง
    ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกแยกแขนงตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อละ 10-30 รูปเข็ม
    โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว 3-6 เซนติเมตร ปลายแยก 5 กลีบ รูปแถบยาวและม้วนงอไปด้านหลัง
    มีขนละเอียด ดอกบานเต็มที่กว้าง 1.5-2 เซนติเมตร ออกดอกช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค.
    ผลเป็นฝักยาว 15-20 เซนติเมตร เมื่อฝักแก่จะแตกออก
    เมล็ดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5 เซนติเมตร



    การปลูกเลี้ยง
    พวงแสดปลูกได้ในดินทั่วไป มีความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน ถ้าอากาศเย็นจะให้ดอกดก



    ประโยชน์
    ปลูกเพื่อประดับด้านภูมิทัศน์ เป็นซุ้มกันแดดหรือจะปลูกเป็นแนวรั้วก็สวยจนหาที่ติมิได้เชียวค่ะ
    เห็นครั้งแรกที่เขาค้อ ปลูกเป็นแนวรั้วระย้อยห้อยระย้าด้วงพวงแสดต้องบอกว่าตื่นตาตื่นใจกับสีแสดที่แสดได้ใจจริงๆค่ะ




    [size=15pt]พวงแสดต้น (Kaffir Honeysuckle) เป็นพันธุ์ไม้ที่มีพุ่มเตี้ย สูงประมาณ 2-5 ฟุต ลำต้นและกิ่งก้าน เปราะและบอบบาง แตกสาขาเป็นพุ่มได้มาก ดอกออกเป็นช่อ ตามปลายกิ่ง ส่วนยอด เป็นสีแสด หรือสีส้มสดใส ดอกเป็นรูป ทรงแตรฮอร์น กลีบงอนขึ้น มักบานพร้อมกันทั้งต้น ขนาดดอก ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ปลูกง่าย ชอบดินร่วน






    แหม..เห็นดอกพวงแสดแล้วน่าเก็บมาแกงส้มซะจริงเชียวค่ะ คงได้เมนูเด็ดอีกเมนูแน่เลย
    ว่าแต่ใครจะอาสามาลองชิ้มล่ะคะ อิ อิ อิ
    [/size]

    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  4. #4

    Re: อุทยาน...ลานพฤกษา

    2.ต้นไม้ประจำวันของผู้ที่เกิดวันจันทร์
    คนเกิดวันจันทร์เป็นคนมีเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ของบุคคลทั่วไป พูดจาไพเราะอ่อนหวาน กิริยานุ่มนวล
    แต่ยามโมโหแล้วมักจะปากร้าย ส่วนใหญ่มักจะกำพร้าพ่อหรือแม่ตั้งแต่วัยเด็ก
    ญาติพี่น้องก็พึ่งพาอาศัยไม่ได้ เป็นคนอ่อนแอ เจ้าน้ำตา ช่างเอาใจผู้อื่นและก็ชอบให้ผู้อื่นเอาใจด้วยเช่นกัน
    มีความละเอียดรอบคอบ พิถีพิถัน เป็นคนเจ้าสำราญ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีน้ำใจ
    ชอบความหรูหรา เป็นผู้มีความรู้ดี มีสติปัญญาดี ใฝ่รู้ มักไม่ตกอับเนื่องจากมีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์อยู่เสมอ
    คนเกิดวันจันทร์ควรลดความวิตกกังวลลงบ้าง ให้ระวังการคบคนไม่ดีจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้
    หรือเสียโอกาสในการก้าวหน้า และให้ระวังการใช้จ่ายอย่าตามใจตัวเอง
    ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันจันทร์ ถ้าเป็นไม้ดอกควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก
    คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้
    ต้นไม้ประจำวันเกิดคือ ต้นมะลิ ต้นแก้ว ต้นพุด ต้นจำปี ยิ่งถ้าปลูกแล้วออกดอกหอมจะยิ่งโชคดี
    ดอกไม้ประจำวันเกิดคือดอกมะลิขาวสะอาด หมายถึงตัวคุณที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน เรียบร้อย
    ส่วนดอกไม้อีกชนิดคือ ดอกกุหลาบขาว หมายถึงความรักที่อ่อนโยนและไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน
    เพราะคนวันจันทร์มักอ่อนไหวง่าย โรแมนติก และช่างฝัน



    คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นกุหลาบไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้าน
    มีคุณค่าแห่งชีวิตที่สูงเนื่องจากดอกมีรูปร่างสีสรรที่สวยงามและยังเชื่ออีกว่า
    บ้านใดปลูกต้นกุหลาบไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความสง่าภาคภูมิ
    เพราะกุหลาบดอกใหญ่ขณะชูช่อบานนั้นดูโดดเด่นเห็นเป็นสง่าแก่บุคคลทั่วไป




    [size=15pt]เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นกุหลาบไว้ทางทิศตะวันออก
    ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่า การปลูกไม้เอาประโยชน์ทางดอกให้ปลูกในวันพุธ
    นอกจากนี้ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเองผู้ปลูกควรเป็นสุภาพสตรี เพราะกุหลาบเป็นราชินีแห่งอุทยาน
    กุหลาบมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์และมีประโยชน์มากมาย เป็นทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ อาหาร และสมุนไพร ฯ
    ดังนั้นกุหลาบจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญทีเดียวค่ะ มาดูกันค่ะว่าต้นไม้มหัศจรรย์ที่ชื่อว่ากุหลาบ
    นอกจากสวยงามและหอมชื่นใจแล้ว ยังเป็นประโยชน์ในด้านใดอีกบ้าง


    ปลูกกุหลาบเลื้อยเพื่อเป็นรั้วที่ทั้งสวย ทั้งหอมและมีสีสันสวยงาม


    ปลูกเป็นซุ้มเพื่ออาศัยร่มเงา ได้ชื่นชมความสวยของดอกกุหลาบอันงามละมุ่น
    และกรุ่นกลิ่นหอมเย็นชื่นใจยามที่ได้มานั่งจิ๊บน้ำชาตอนบ่าย


    ปลูกเป็นซุ้มประตูเพื่อความสวยงามที่โดดเด่นสะดุจตา

    เมนูจากดอกกุหลาบ


    ยำกลีบกุหลาบ เป็นเมนูเด็กอีกจานที่ใครได้ลองชิมแล้วต้องบอกว่า... รำแต้ๆเจ้า


    กลีบกุหลาบนำมาทอดแล้วทานกับน้ำจิ้มรสเด็ด หรือจะทานกับน้ำพริกต่างๆก็... หร่อยจังฮู้

    Rose Tea ชากุหลาบ



    มีประโยชน์ และคุณสมบัติน่าสนใจหลายอย่าง เช่น ดื่มเป็นประจำทำให้นอนหลับง่าย
    ผิวพรรณสดใส หน้าตาอ่อนกว่าวัย บำรุงหัวใจ
    มีสรรพคุณคอยทำปฏิกิริยากับพวกไขมันและน้ำมัน ป้องกันคลอเลสเทอรอล
    ลดระดับความดันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน
    มีวิตามินซีสูง ช่วยในการขับถ่าย ชะล้างสารพิษในร่างกาย



    น้ำมันหอมของชากุหลาบช่วยลดอาการซึมเศร้า เหมาะสำหรับคนที่เกิดอาการเครียดบ่อยๆ
    และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตกใจง่าย ช่วยบำรุงผิวพรรณจากการขับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
    ทำให้แลดูสดใสเปล่งปลั่ง ช่วยในการควบคุมการไหลเวียนของเลือดให้เป็นปกติ
    ช่วยปรับฮอร์โมนให้สมดุลสำหรับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องประจำเดือน
    ช่วยกระตุ้น ให้ระบบประสาท และสมองแจ่มใส ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง กลิ่นหอมสดชื่นช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

    น้ำหอมจากดอกกุหลาบ

    กลิ่นหอมละมุ่นที่ชวนให้น่าหลงใหลของผู้หญิงส่วนใหญ่
    เป็นกลิ่นน้ำหอมที่สะกัดมาจากดอกกุหลาบนี่เองค่ะ


    สมแล้วที่เป็นราชินีแห่งดอกไม้ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็สวยงดงามแบบไร้ที่ติ
    และนอกจากจะเป็นราชินีแห่งดอกไม้แล้ว เธอยังเป็นฑูตแห่งความรักอันสนโรแมนติกด้วยนะ
    แถมดอกก็ยังทานได้ และเป็นสมุนไพรเพื่อสุขภาพอีกด้วย
    นี่แหล่ะที่เรียกว่า สวยอย่างมีคุณค่า....มัทนะพาทาเจ้าเอย...


    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  5. #5

    Re: อุทยาน...ลานพฤกษา

    [b]3.ต้นไม้ประจำวันของผู้เกิดวันอังคาร

    ในวัยเด็กจะไม่ค่อยเชื่อฟังพ่อแม่ ส่วนใหญ่จะไปเติบโตโดยคนอื่นเลี้ยงดู
    ชีวิตมักจะขึ้นๆ ลงๆ เนื่องจากเป็นคนใช้เงินมือเติบ ควรอยู่ไกลถิ่นบ้านเกิด
    จึงจะก้าวไกลดี อุปนิสัยเป็นคนจิตใจกล้าหาญ ใจนักเลง มีบุคลิกที่ดูเหมือนก้าวร้าว
    เพราะพูดจาไม่อ่อนหวาน แต่พูดในทางผลประโยชน์ได้ดี พูดจาไม่เกรงใจใคร
    ทั้งที่จริงใจจึงไม่ค่อยมีเพื่อนแท้ อารมณ์ร้อน มีความอดทนสูง
    เป็นนักต่อสู้ทั้งใจและกาย ชอบงานอิสระที่ไม่ต้องใช้ความประณีต
    คนเกิดวันอังคารควรระวังเรื่องใจร้อนจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต
    แม้จะมีความตั้งใจในการทำการงาน ควรมีความยับยั้งชั่งใจในการใช้จ่าย
    และควรฝึกการวางแผนหรือเรียงลำดับความคิดให้ดี
    ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันอังคาร และสีมงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู
    ดังนั้นต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของเธอคือ ต้นชัยพฤกษ์ ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นยี่โถดอกสีชมพู
    ต้นเข็มดอกสีชมพู ถ้าต้นไม้ของเธอออกดอกมากๆ บอกได้ว่าเธอกำลังมีความสุข
    ดอกไม้ประจำวันเกิดของเธอคือ ดอกกล้วยไม้ โดยเฉพาะที่ออกดอกสีชมพู
    เพราะมีความหมายถึงความรักที่ร้อนรุ่ม หวือหวา วูบวาบตามอารมณ์ของคนที่เกิดวันนี้



    ตาเบบูย่า หรือ ชมพูพันธุ์ทิพย์
    ชื่อสามัญ Pink Trumpet, Pink Tecoma, Rosy Trumpet-tree
    ชื่ออื่น ๆ ชมพูอินเดีย, ตาเบบูย่า, ธรรมบูชา (กรุงเทพฯ)
    ชื่อวิทยาศาสตร์ Tabebuia rosea (Bertol.) DC.
    วงศ์ Bignoniaceae

    ต้นกำเนิดของชมพูพันธุ์ทิพย์ อยู่ในเขตร้อนของทวีปอเมริกาใต้
    ต่อมาได้ถูกนำไปปลูกในเขตร้อนทวีปต่างๆ อย่างแพร่หลาย รวมทั้งประเทศไทยด้วย
    สำหรับประเทศไทยมีบันทึกเป็นหลักฐานว่า ผู้ที่นำตาเบบูย่าเข้ามาในประเทศครั้งแรก
    เมื่อปี พ.ศ. 2500 คือ กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต และ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร
    จึงตั้งชื่อตามสีดอก และเป็นเกียรติแก่ผู้นำเข้าว่า ชมพูพันธุ์ทิพย์
    ส่วนชื่อเดิมคือ ตาเบบูย่า มีชื่ออื่นๆ คือ แตรชมพู ธรรมบูชา
    ชื่อในภาษาอังกฤษคือ Pink Trumpet Tree ตามลักษณ์ของดอกนั่นเอง

    ลักษณะทั่วไป



    เบตาบูย่า เป็นไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับทองอุไรและศรีตรัง
    สูงราว ๘-๑๒ เมตร เปลือกต้นเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล ต้นที่มีอายุมากเปลือกจะแตกเป็นร่อง
    กิ่งก้านสาขาแผ่ออกเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น เรือนยอดรูปไข่หรือทรงกลมแผ่กว้างเป็นชั้นๆ
    ใบ เป็นใบประกอบรูปนิ้วมือ ใบย่อย 5 ใบ ใบรูปขอบขนาน หรือรูปไข่แกมรูปรี
    ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบมนหรือสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบหนาแผ่ออกคล้ายใบปาล์ม

    ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ เมื่อใบแก่จะทิ้งใบในฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
    หลังจากนั้นจะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ปลายกิ่ง ช่อละ ๕-๘ ดอก
    ดอกย่อยลักษณะคล้ายดอกผักบุ้งหรือปากแตร โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ
    ดอกย่อยแต่ละดอกกว้างราว ๘ เซนติเมตร ยาวราว ๑๕ เซนติเมตร กลีบดอกบาง มีหลายสีคือ
    สีขาว สีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม สีส้ม สีโอด์โรส สีเหลือง สีม่วง ดอกมักบานพร้อมๆกัน และร่วงหล่นง่าย


    ตาเบบูยาสีขาว White Tabebuia bahamensis


    ตาเบบูยาสีขาวหลอดเหลืองอ่อน White Tabebuia roseoalba ia


    ตาเบบูยาสีขาวหลอดเหลืองเข้ม White dwarf tabebuia.


    ตาเบบูยาสีขาวอมชมพู White Tabebuia Rosea


    ตาเบบูยาสีชมพูอ่อน White Pink Tabebuia


    ตาบูเบยาสีชมพู Pink Tabebuia


    ตาบูเบยาสีชมพูเข้ม Dwarf Pink Tabebuia


    ตาเบบูยาสีมชมพูอมม่วง Violet Tabebuia


    ตาเบบูย่าสีม่วง Purple Tabebuia impetiginosa


    ตาเบบูย่าสีม่วงเข้ม Dwarf Purple Tabebuia impetiginosa
    สีนี้หาชมค่อนข้างยากมากค่ะ


    ตาบูเบยาสีแดง Red Tabebuia


    ตาบูเบยาสีแดงเข้ม Dwarf Red Tabebuia


    ตาเบบูย่าสีชมพูอมเหลือง Tabebuia Heterophilla rosea



    ตาเบบูยาสีชมพูโอล์ดโรส Rose Tabebuia Heterophilla
    สีนี้มีปลูกอยู่ที่กว๊านพะเยาด้วยค่ะ


    ตาเบบูยาสีส้ม Watering Tabebuia Chrysotricha Caribbeane
    สีนี้ยิ่งหาชมได้ยากมากๆค่ะ


    ตาเบบูย่าเหลืองอินเดีย Yellow Tabebuia India


    ตาเบบูยาสีเหลืองสดใส Yellow Tabebuia crysantha


    ตาเบบูย่าสีเหลืองเข้ม Yellow Tabebuia


    ตาเบบูย่าสีเหลืองอมส้ม Tabebuia aurea


    ตาเบบูย่าสีเหลืองทอง Gold Tabebuia aurea

    น่าเสียดายจังที่เมืองไทยไม่ได้นำสายพันธุ์สีขาว สีส้ม สีโอด์โรส สีม่วง
    มาปลูกบ้าง เมืองไทยของเราคงจะมีสีสันสดใสขึ้นอีกเยอะเลยนะคะ




    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  6. #6

    Re: อุทยาน...ลานพฤกษา

    ผล เป็นฝักรูปร่างคล้ายฝักถั่ว ยาวราว ๑๕ เซนติเมตร
    ฝักแก่ราวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม เมื่อแก่จะฝักแตกออกตามแนวยาว


    เมล็ด มีลักษณะแบน สีน้ำตาล มีปีกเป็นเยื่อบางทั้ง 2 ด้านของเมล็ด
    ขนาดเมล็ด 0.73 x 1.34 x 0.99 ซม.ปลิวไปตามลมได้ไกลๆ



    การกระจายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดทางใต้ของเม็กซิโกไปถึงโคลัมเบียและเวเนซุเอลา
    เข้ามาเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ. 2500 จึงตั้งชื่อตาม ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ผู้นำเข้ามา

    การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด



    ประโยชน์ของชมพูพันธุ์ทิพย์
    ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อดินฟ้าอากาศ และโรคแมลง
    โตเร็ว มีดอกดกสวยงาม จึงนิยมนำไปปลูกเป็นไม้ประดับ และให้ร่มเงา
    ในบริเวณสถานที่ราชการ สวนสาธารณะ และตามถนนหนทาง

    นอกเหนือจากการนำไปหมักปุ๋ยน้ำ หรือน้ำจุลินทรีย์ในระบบเกษตรอินทรีย์แล้ว
    ยังสามารถนำไปศึกษาเพื่อหาประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติมได้หลากหลายทาง ดังเช่น
    ประมาณปี พ ศ. 2540 มีการเตรียมสร้างตึกใหม่หลายตึกในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    ขณะนั้นมีงานทดลองปลูกเห็ดธรรมชาติหลายชนิดที่ภาควิชาจุลชีววิทยา มก.
    จึงได้มีการนำท่อนไม้ชมพูพันธุ์ทิพย์ มาเพาะเชื้อเห็ดต่างๆ คือเห็ดหูหนู เห็ดลม
    เห็ดขอนขาว เห็ดตีนแรด เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดเป๋าฮื้อ เป็นต้น
    โดยเจาะรูลึกครึ่งนิ้ว ขนาดกว้างครึ่งนิ้ว ถ้าบริเวณใดมีเปลือกหนาก็เจาะให้ลึกยิ่งขึ้น
    จนทะลุเปลือก ลงไปถึงเนื้อไม้หน่อยหนึ่ง ใส่เชื้อเห็ดที่จากเมล็ดข้าวฟ่าง
    ปิดด้วยผ้าพลาสติกเก็บไว้ในที่ร่ม 1 เดือนจึงนำมาวางบริเวณข้างตึกจุลชีววิทยา
    เพื่อให้เปียกฝน ถ้าฝนไม่ตกก็รดน้ำ เวลาผ่านไป 3 เดือนเห็ดที่เพาะเชื้อลงไป
    ก็ออกมากระปริบกระปรอย จำนวนน้อย ไม่พอที่นำมาบันทึกเป็นตัวเลขได้
    แต่เมื่อเข้าเดือนที่ 3 กลับพบเห็ดตีนปลอกขึ้นที่ท่อนไม้จำนวนมาก



    จากนั้นเวลาที่ฝนตกมากก็จะมีการเกิดดอกเห็ดตีนปลอกขึ้นเป็นจำนวนมากทุกครั้ง
    ต่อเนื่องหลายปีจนกระทั่งท่อนไม้ผุพังสลายตัวหมดสภาพไป ครั้งแรกมองผิวเผิน
    เข้าใจว่าเป็นเห็ดกระด้างหรือเห็ดลม แต่เมื่อตรวจสอบกับหนังสือเห็ดเมืองไทย
    ของอาจารย์อนงค์ จันทร์ศรีกุล แล้วจึงจำแนกว่าเป็นเห็ดตีนปลอก

    ใช้เป็นสมุนไพร
    รากใช้ปรุงเป็นยาขับประจำเดือน

    เมนูเด็ด
    เนื่องจากชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่เพิ่งเข้ามาเมืองไทยได้ไม่กี่สิบปี
    จึงยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทางสมุนไพรและด้านอาหาร
    เท่าที่สังเกตดูดอกของชมพูพันธุ์ทิพย์น่าจะไม่มีพิษภัย
    อาจจะนำมาประกอบอาหารได้ เช่น การชุบแป้งทอด เป็นต้น




    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  7. #7

    Re: อุทยาน...ลานพฤกษา

    4.ต้นไม้ประจำวันของผู้เกิดวันพุธ

    คนวันพุธมักมีโรคประจำตัว นอกจากจะพึ่งพาญาติพี่น้องไม่ได้แล้วมักจะต้องเกื้อหนุนญาติพี่น้องด้วย
    ชีวิตไม่ได้อยู่ปรนนิบัติพ่อแม่ มักคบหาเพื่อนอายุมากหรือฐานะหน้าที่สูงกว่า เป็นคนฝักใฝ่เรื่องของศาสนา
    ถ้าบวชจะเด่นดังในวงการศาสนา ทำงานอื่นจะรุ่งโรจน์ได้กว่าทางค้าขาย
    อุปนิสัยทั่วไปเป็นคนมีเสน่ห์ มีจิตใจและน้ำใจไมตรีดี พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมา รักและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนฝูง
    ใจกว้าง ชอบเลี้ยงเพื่อนฝูงให้มีความสุข ชอบเรื่องบันเทิงใจไม่เคร่งเครียดกับชีวิต ดูเป็นคนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ เอาแต่สบาย
    แต่ความจริงไม่ใช่คนเกียจคร้าน ขี้ใจน้อย หูเบา ชอบให้คนเอาใจ ทำอะไรไม่ค่อยคิดให้ถ้วนถี่ สะเพร่า
    คนเกิดวันพุธควรระมัดระวังเรื่องใจอ่อนใจง่ายเชื่อคนง่าย และความใจกว้างจนเกินไป

    วันพุธ (กลางคืน )
    วันพุธกลางคืนหรือวันราหู คนเกิดวันนี้จะเป็นคนดื้อรัน ไม่ฟังใคร ไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขตัวเอง
    มักเชื่อคนผิดๆ คนไม่จริงใจ แต่กับคนใกล้ชิดที่จริงใจกลับไม่เชื่อฟัง ฐานะลุ่มๆ ดอนๆ
    มีหลักทรัพย์แต่ไม่มีเงินทองพอใช้จ่าย มีความรู้ความสามารถ มีความตั้งใจสูง
    แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เหมาะกับการประกอบอาชีพครูสอนศีลธรรม
    หรือวิชาช่างจึงจะดี จะตั้งตัวได้เมื่ออายุมากแล้ว
    ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพุธ มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืนจะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน
    และควรเลือกที่มีดอกสีเหลืองซึ่งเป็นสีต้องโฉลก
    ต้นไม้ประจำวันของคนที่เกิดวันพุธนั้นพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่เป็นต้นไม้ใบเขียว คือ
    ไม้ดอกที่มีสีเขียวอมเหลือง หรือสีเหลือง จะช่วยเสริมสิริมงคลให้คนเกิดวันพุธยิ่งนัก
    เช่น กระดังงา สนฉัตร ขี้เหล็ก โกสน วาสนา ดังนั้นควรปลูกต้นไม้เยอะๆ ถึงจะโชคดี
    ดอกไม้ประจำวันเกิด ดอกไม้ที่ช่วยปกป้องคุ้มครอง คือ ดอกบัว หมายถึงจิตใจอันสงบ
    เพราะคนที่เกิดวันพุธมักชอบเป็นนักการทูตและรัก สันติภาพ ซึ่งคนที่เกิดวันพุธมักจะเป็นนักคำนวณ (เงิน)
    สีเหลืองอร่ามราวกับทองของดอกไม้ชิดนี้ หมายถึงรักของเธอต้องมาพร้อมเงิน

    เนื่องจากคนเกิดวันพุธมีไม้ดอก ไม้ใบ ให้เลือกปลูกมากมาย ทั่นยายจึงขอเลือกปลูก กระดังงาแล้วกันค่ะ
    เพราะกระดังงามีดอกสีเหลืองและเหลืองทองซึ่งถูกโฉลกกับคนเกิดวันพุธอย่างมาก
    และกระดังงายังเป็นต้นไม้ที่น่าสนใจมากทีเดียวค่ะ งั้นเรามาทำความรู้จักกับกระดังงากันเลยดีมั้ยคะ



    ประวัติและข้อมูลทั่วไป
    กระดังงาไทยที่ปลูกกันมากตามบ้านนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย
    แต่มีถิ่นกำเนิดในประเทศฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย
    กระดังงามีหลายสายพันธุ์ ได้แก่ กระดังงาไทย, กระดังงาสงขลา ,กระดังงาจีน
    มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เพอร์ฟูมทรี (Perfume Tree)
    มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า คานันกา โอดรอเอต้า (Cananga Odroata)
    จัดอยู่ในวงศ์ แอนโนนาซีอี้ (Annonaceae) วงศ์เดียวกันกับต้นน้อยหน่าและต้นการเวก


    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  8. #8

    Re: อุทยาน...ลานพฤกษา


    กระดังงาไทย

    ชื่ออื่น ๆ : กระดังงาใบใหญ่ กระดังงาใหญ่ กระดังงาไทย กระดังงา กะดังงา (ภาคกลาง)
    สะบันงาต้น สะบานงา สะบานงา (ภาคเหนือ) กระดังงา กระดังงอ (ภาคใต้)
    ชื่อสามัญ : Perfume Tree, llang-llang,Ylang-Ylang
    ชื่อวิทยาศาสตร์ :Cananga odorata (Lam.)Hppker f & Thome
    วงศ์ : ANONACEAE
    ถิ่นกำเนิด : ประเทศฟิลิปปินส์, ประเทศอินโดนีเซีย,เอเซียเขตร้อน

    ลักษณะทั่วไป
    ต้น : เป็นพรรณไม้ยืนต้น ขนาดกลางมีความสูงประมาณ 15-20 เมตร เปลือกลำต้นของมันจะเป็นสีเทาเกลี้อง
    ใบ : มีสีเขียวอ่อน ใบบางนิ่ม รูปลักษณะของมันยาว ส่วนปลายแหลม มีติ่ง โคนของใบมน กลม และใบจะออกเรียงสลับห้อยลง
    ดอก : สีของดอกที่ออกมาใหม่สีเขียว พอแก่จัดก็จะเป็นสีเหลืองอมเขียว หรือสีเหลืองอ่อน ลักษณะของดอกใหญ่ออกทีละ 3-6 ดอก กลีบดอกของมันยาวห้อยลง มีประมาณ 6 กลีบ กลีบชั้นนอก ปลายเรียวยาว ขอบของมันเป็นหยักเป็นคลื่น รูปกลีปแคบ
    กลีบยาวประมาณ 4-5 นิ้ว กลีบชั้นในจะสั้นและเล็กกว่าเล็กน้อย กลิ่นของดอกมีกลิ่นหอมฉุน

    ผล : เป็นสีเขียวเข้ม เมื่อผลสุกจะเป็นสีเหลืองคล้ำ ผิวมันเรียบและผลออกเป็นพวง ประมาณ 4-14 ผล เป็นรูปรี



    การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์โดยการ ตอนกิ่ง แล้วนำไปปลูก ในดินที่ร่วนซุย หรือดินเหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี



    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  9. #9

    Re: อุทยาน...ลานพฤกษา



    กระดังงาสงขลา
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cananga odorata Hook.f. et Th. Var. fruticosa (Craib) J.Sincl.
    วงศ์ : ANNONACEAE
    ชื่ออื่น : กระดังงาสาขา (กรุงเทพฯ) กระดังงาเบา (ใต้) กระดังงอ (ยะลา)

    กระดังงาสงขลาไม้ดอกหอมเฉพาะถิ่นของไทย ในวงศ์กระดังงา ANNONACEAE
    มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Dwarf Ylang - Ylang หมายถึงกระดังงาแคระ
    พบครั้งแรกที่บ้านจะโหน่ง อ.จะนะ จ.สงขลา แต่หมอคาร์ชาวไอริชเก็บตัวอย่างมาจาก
    ต้นที่ปลูกอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อเดือนมีนาคม พศ. 2458 และมีรายงาการตั้งชื่อเมื่อพศ.2465

    กระดังงาสงขลา เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-3 เมตร แตกกิ่งมาก
    ใบหนาเป็นทรงพุ่มแน่น ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุกที่บริเวณปลายกิ่ง
    กลีบดอกมีสีเหลือง กลีบเรียวยาวบิดเป็นเกลียวและอ่อนนิ่ม มีกลีบดอก 15-24 กลีบ
    เรียงตัวหลายชั้น ชั้นละ 3 กลีบ กลีบยาว 5-9 เซนติเมตร ดอกอ่อนจะมีสีเขียว
    เมื่อเริ่มบานจึงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ดอกมีกลิ่นหอมแรง ออกดอกได้ตลอดทั้งปี
    นิยมปลูกเป็นไม้ประดับโชว์ทรงพุ่มสวยงาม ดอกมีกลิ่นหอมและยังนิยมนำมาสกัด
    เป็นน้ำมันหอกระเหย กระดังงาสงขลาขยายพันธุ์ได้ง่ายด้วยการตอนกิ่ง
    กิ่งตอนออกรากง่าย ชอบดินที่มีความชุ่มชื้นสูง และชอบแสงแดดจัด


    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

  10. #10

    Re: อุทยาน...ลานพฤกษา



    ประโยชน์ของกระดังงา
    ประโยชน์และสรรพคุณทางสมุนไพรของกระดังงาไทยและกระดังงาสงขลาจะเหมือนกันค่ะ
    ส่วนที่นำมาใช้ทำประโยชน์มีอยู่หลายส่วนดังนี้ค่ะ

    1. เปลือก มีรสฝาดเฝื่อน ใช้ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แก้คัน,
    นอกจากนี้แล้วเปลือกยังสามารถใช้ทำเชือกชนิดหยาบได้
    2. ใบ : รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน แก้คัน
    นำใบ ,เปลือกและเนื้อไม้ มาต้มกับน้ำใช้ดื่มกินเป็นยาขับปัสสาวะ
    3. ราก : คุมกำเนิด
    4. เกสร : แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ปถวีธาตุ แก้โรคตา ช่วยเจริญอาหาร
    5 . ดอกที่แก่จัด (สีเหลืองอ่อน นำดอกมากลั่น ในดอกที่แก่จัดนั้นจะมีน้ำมันที่มีคุณภาพดี
    หรือที่เรียกว่าน้ำมันหอมระเหย เป็น ester



    ในดอกกระดังงามีน้ำมันหอมระเหยเรียกว่า" Ylang Ylang oil " มีฤทธิ์ลดความดันเลือดสูง
    ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ ไล่แมลง ฆ่าเซลล์มะเร็งได้
    นอกจากนั้นยังนำไปใช้ในการรักษาแบบ aromatherapy แก้อาการหัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบ
    ความดันเลือดสูง ปัญหาระบบทางเดินอาหาร และน้ำมันหอมระเหยจากดอกกระดังงา
    นิยมใช้แก้ลมวิงเวียนศรีษะ และบำรุงเลือด จึงใช้ปรุงเป็นยาหอม เมื่อดื่มแล้ว
    จะช่วยผ่อนคลายความเครียด ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ
    ช่วยลดอาการท้อแท้หดหู่ ลดความดันโลหิต และปัญหาจิตใจเกี่ยวกับทางเพศ
    จึงช่วยให้นอนหลับสนิท



    น้ำมันนวดตัวซึ่งผสมน้ำมันหอมระเหยจากดอกกระดังงา
    สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากความเครียด ยังใช้เพื่อกระตุ้นกำหนัดด้วย



    น้ำมันหอมระเหยจากกระดังงายังใช้ทำน้ำหอม แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง ใช้แต่งกลิ่นขนม
    หรือ อาหารให้มีกลิ่นหอมน่ากินอีกด้วย ใช้แต่งกลิ่นอาหาร ทำได้โดยนำดอกที่แก่จัด
    ลมควันเทียนหรือเปลวไฟจากเทียนเพื่อให้ต่อมน้ำหอมในกลีบดอกแตก และส่งกลิ่นหอมออกมา
    แล้วนำไปลอยน้ำเพื่อนำน้ำไปคั้นกะทิ และน้ำเชื่อมมาปรุงขนมหวาน ต่าง ๆ
    เช่น ทับทิมกรอบ ข้าวต้มน้ำวุ้น สลิ่ม เป็นต้น
    หรือจะเอามาทำเป็นเทียนอบร่ำเพื่อใช้อบทำให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นหอม หรืออบขนมต่างๆ
    ให้มีกลิ่นหอม เช่น ข้าวตู ลูกชุบ ถั่วกวน เผือกกวน เป็นต้น


    ใช้ดอกกระดังงามาสะกัดจะได้หัวน้ำหอมที่นำมาทำเป็นน้ำหอมจากดอกกระดังงา

    ฉะนั้นน้ำมันกระดังงา (oil of Ylong-Ylong) น้ำมันกระดังงาชนิดที่มีคุณภาพ
    จะไม่มีสีหรือมีสีก็มีเพียงสีเหลืองเรื่อ ๆ เท่านั้นใช้ปรุงน้ำอบ อบร่ำ ทำน้ำหอม เครื่องสำอาง
    หมายเหตุ : น้ำมันกระดังงาใช้เข้าเครื่องหอมทุกชนิด มักจะใช้กับเครื่องหอมที่มีราคาแพง
    เช่นน้ำหอม ซึ่งจะเห็นว่าเดิมนั้นเป็นสินค้าออกของประเทศฟิลิปปินส์ แต่ต่อมาประเทศอื่น ๆ ในแถบร้อนก็ปลูก
    และก็ใช้สินค้าออกขายต่างประเทศได้ ทำให้กระดังงานี้จัดอยู่ในพืชเศรฐกิจได้อีกอย่างหนึ่ง

    สารเคมี : ในน้ำมันกระดังงา ( ylang -ylang oil ) มีสารสำคัญคือ linalool , benzyl benzoate p-totyl methylether,
    methylether, benzyl acetate


    ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเวปไซด์ต่างๆค่ะ

ถ้าท่านชอบใจก็ไลค์ โลด...
หน้า 1 จากทั้งหมด 3 หน้า 123 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ ปิด
  • HTML สถานะ ปิด