สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

กระทู้: เชิญอ่าน พุทธสุภาษิต ที่ไพเราะและมีประโยชน์

  1. #1

    เชิญอ่าน พุทธสุภาษิต ที่ไพเราะและมีประโยชน์


    รายนามผู้บริจาคปัจจัย
    พุทธศาสนสุภาษิต

    พุทธศาสนสุภาษิต มีอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นเนื้อความสั้น ๆ ที่ทรงคุณค่า ให้ข้อคิด ข้อเตือนใจ ให้ผู้ที่ได้ศึกษาแล้ว มีความรู้ความเข้าใจ และยึดถือเป็นหลักธรรมประจำใจ เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติ ในแนวทางที่ถูกที่ควร ตรงทาง อันจะนำไปสู่ความสุข ความเจริญงอกงามในชีวิตของตน แล้วยังเป็นการเสริมสร้างสันติสุข ในสังคมโลกอีกด้วย

    • อัตตวรรค - หมวดตน
    • ตนทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง
    • จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น

    • อัปปมาทวรรค - หมวดไม่ประมาท
    • ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐสุด
    • ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย
    • ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์
    • คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ
    ย่อมละทิ้งคนนั้น เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว ทิ้งม้าไม่มีกำลังไป ฉะนั้น

    • กัมมวรรค - หมวดกรรม
    • กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทุคคติ
    • ความดี อันคนดีทำง่าย
    • ความดี อันคนชั่วทำยาก
    • ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี
    • ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี
    • สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้
    • ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี
    • ความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า
    • บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
    ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว
    • ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า
    • เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก
    เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้
    • ผู้ใดปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง
    ผู้นั้นย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ดุจมาณพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ)หักไม้กุ่ม ฉะนั้น
    • ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ
    ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ ฉะนั้น
    • สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน
    ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข

    • กิเลสวรรค - หมวดกิเลส
    • บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้ว ย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม
    • ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา
    ความร่าเริง การเล่น และเมถุนพร้อมทั้งเครื่องประดับเสีย
    • พราหมณ์ พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ
    ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก
    • โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ ฉะนั้น
    • บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง (เพราะ) ทุกข์ทั้งหลาย
    ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น
    • โลกถูกความอยากผูกพันไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก
    เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้
    • ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก
    สัตว์เป็นอันมากถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนางนกถูกบ่วงรัดไว้ ฉะนั้น
    • โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในความทุกข์
    • ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
    ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย
    • ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น
    เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้

    • โกธวรรค - หมวดโกรธ
    • ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก
    • ความโกรธก่อความพินาศ
    • ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมนย่อมมีขึ้นเมื่อนั้น
    • ความโกรธทำจิตให้กำเริบ
    • ฆ่าความโกรธได้ อยู่เป็นสุข
    ความโกรธ คือ ความกราดเกรี้ยว ขุ่นมัว ฉุนเฉียว ที่เกิดขึ้นแก่จิต เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วหน้าตาทมึงตึง ย่อมจะเป็นคนดุร้าย ทำความพินาศให้แก่ตนเอง และผู้อื่น ทำให้เสื่อมลาภ ยศ และทรัพย์สิน ดังนั้น จงตัดมันเสียด้วยการเจริญขันติธรรม และเมตตาธรรม จึงจะอยู่เป็นสุข หน้าตาผ่องใส เป็นที่รักและเคารพของผู้อื่น เจริญยศ เจริญลาภ และทรัพย์สมบัติ ได้รับความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
    • ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย
    • คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
    • ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเลี่ยงคนมักโกรธ
    • ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม
    • ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้
    • พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ

    • ขันติวรรค - หมวดอดทน
    • ผู้มีขันติ ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ ทั้งแก่ตนทั้งแก่ผู้อื่น
    ผู้มีขันติ ชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน
    • ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น
    ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียนและการทะ เลาะกันได้
    • ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา
    และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยบูชาอันยิ่ง
    • ขันติเป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ
    กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น
    • ขันติเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติเป็นตบะของผู้พากเพียร
    ขันติเป็นกำลังของนักพรต ขันตินำประโยชน์สุขมาให้
    • ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี
    จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มีเพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ)
    • เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชารบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้
    (เพราะ) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลังนั้น ย่อมสงบระงับ

    • จิตตวรรค - หมวดจิต
    • จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้
    • จิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้
    • ผู้ประพฤติตามอำนาจจิตย่อมลำบาก
    • พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรที่เต็มด้วยน้ำมัน
    • ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ
    • โจรกับโจรหรือไพรีกับไพรี พึงทำความพินาศให้แก่กัน
    ส่วนจิตตั้งไว้ผิด พึงทำให้เขาเสียหายยิ่งกว่านั้น
    • มารดาบิดาหรือญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้
    ส่วนจิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว พึงทำเขาให้ดีกว่านั้น
    • ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด
    บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น
    • โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป
    สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว
    • ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติพี่น้องพ่อแม่
    ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา

    • ชยวรรค - หมวดชนะ
    • ผู้ชนะย่อมก่อเวร
    • การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง
    • รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง
    • ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
    • ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
    • ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี
    • พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ

    • ทานวรรค - หมวดทาน
    • เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อยย่อมไม่มี
    • การเลือกให้ อันพระสุคตทรงสรรเสริญ
    • คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน
    • ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้
    • ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
    • ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข
    • ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ
    • เมื่อให้ทานในวัตถุอันเลิศ บุญอันเลิศ อายุ
    วรรณะ ยศ เกียรติ สุข และ กำลังอันเลิศ ก็เจริญ
    • ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ
    ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศ ในภพที่ตนเกิด
    • ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้
    เหมือนรดน้ำที่โคนให้ผลที่ปลาย
    • ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง
    ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ
    • ผู้ให้ข้าวชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ
    ผู้ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟชื่อว่าให้จักษุ
    • ผู้ใดไม่ให้ทานในคนที่ไม่ควรให้ แต่ให้ทานในคนที่ควรให้
    เมื่อประสบปัญหา ย่อมได้พบผู้ช่วยเหลือ

    • ทุกขวรรค - หมวดทุกข์
    • สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
    • ความจน เป็นทุกข์ในโลก
    • การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก
    • คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์
    • ผู้แพ้ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
    • ทุกข์ ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล
    • การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์
    • การพบเห็นสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์
    • ธัมมวรรค - หมวดธรรม
    • ธรรมเหมือนห้วงน้ำไม่มีตม
    • ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้
    • ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
    • ผู้ประพฤติธรรม ไม่ไปสู่ทุคติ
    • ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่ทำบาป
    • พึงประพฤติธรรมให้สุจริต
    • เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างเกิดขึ้นในโลก
    พระองค์ย่อมประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้
    • ชนใดประพฤติธรรม ในธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว
    ชนเหล่านั้นจักข้ามแดนมฤตยูที่ข้ามได้ยาก
    • ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ สุข อันเป็นทิพย์
    ผู้นั้นพึงงดเว้นบาปทั้งหลาย แล้วประพฤติสุจริตธรรม ๓ อย่าง
    • จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง
    จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง)พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว
    • ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีความเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์
    ย่อมถูกต้องพระนิพพาน อันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้
    • เรา (ตถาคต) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย
    นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัว และการสละสิ่งทั้งปวง

    • ปัญญาวรรค - หมวดปัญญา
    • ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
    • ปราชญ์กล่าวชีวิตของผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญาว่าประเสริฐ สุด
    • คนย่อมเห็นเนื้อความด้วยปัญญา
    • คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้วย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน
    ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียน ทั้งตนและผู้อื่น

    • ปาปวรรค - หมวดบาป
    • ผู้ทำบาป ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ละไปแล้วก็เศร้าโศก ชื่อว่าเศร้าโศกในโลกทั้งสอง
    เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จึงเศร้าโศกและเดือดร้อน
    • แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำฉันใด
    คนเขลาสั่งสมบาปแม้ทีละน้อย ๆ ก็เต็มด้วยบาปฉันนั้น
    • ถ้าฝ่ามือไม่มีแผล ก็พึงนำยาพิษไปด้วยฝ่ามือได้
    ยาพิษซึมเข้าฝ่ามือไม่มีแผลไม่ได้ฉันใด บาปย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ทำฉันนั้น
    • ควรงดเว้นบาปเสีย เหมือนพ่อค้ามีพวกน้อยมีทรัพย์มาก
    เว้นหนทางที่มีภัย และเหมือนผู้รักชีวิตเว้นยาพิษเสียฉะนั้น

    • ปุญญวรรค - หมวดบุญ
    • บุญอันโจรนำไปไม่ได้
    • บุญนำสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต
    • ความสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
    • บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า
    • ผู้ทำบุญแล้วย่อมยินดีในโลกนี้
    ตายแล้วย่อมยินดีชื่อว่ายินดีในโลกทั้งสอง
    เขาย่อมยินดีว่าเราทำบุญไว้แล้ว ไปสู่สุคติย่อมยินดียิ่งขึ้น
    • ถ้าบุรุษจะพึงทำบุญ ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ
    ควรทำความพอใจในบุญนั้น การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้
    • ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่ามีประมาณน้อยจักไม่มีมาถึง
    แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมาฉันใด
    ผู้มีปัญญาสั่งสมบูญแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญ ฉันนั้น

    • ปุคคลวรรค - หมวดบุคคล
    • ชื่อว่าบัณฑิต ย่อมทำประโยชน์ให้สำเร็จได้แล
    • บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟสว่าง
    • บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์
    • ในหมู่มนุษย์ ผู้ฝึกตนแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด
    • คนฉลาดย่อมละบาป
    • คนมีปัญญา ย่อมแนะนำทางที่ควรแนะนำ
    • ผู้ใดไม่พูดเป็นธรรม ผู้นั้นไม่ใช่สัตบุรุษ
    • สัตบุรุษยินดีในการเกื้อกูลสัตว์
    • สัตบุรุษมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
    • กลิ่นของสัตบุรุษย่อมหอมทวนลมได้
    • คนซึ่งรู้สึกตนว่าโง่ จะเป็นผู้ฉลาดเพราะเหตุนั้นได้บ้าง
    • อสัตบุรุษย่อมไปนรก
    • ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
    • ผู้เคารพย่อมมีผู้เคารพตอบ
    • ผู้ไหว้ย่อมได้รับไหว้ตอบ
    • ผู้กินคนเดียวไม่ได้ความสุข
    • คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก
    • คนแข็งกระด้างก็มีเวร
    • มารดาบิดาเป็นที่นับถือของบุตร
    • มารดาบิดาท่านว่าเป็นบูรพาจารย์(ของบุตร)
    • สามีเป็นเครื่องปรากฏของสตรี
    • บรรดาภริยาทั้งหลาย ภริยาผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ประเสริฐ
    • บรรดาบุตรทั้งหลาย บุตรผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
    • ผู้มีความดี จงรักษาความดีของตนไว้
    • เมื่อเขาขอโทษ ถ้าผู้ใดมีความขุ่นเคือง
    โกรธจัด ไม่ยอมรับ ผู้นั้นชื่อว่า หมกเวรไว้
    • ผู้ที่มีมารดาบิดาเลี้ยงมาได้โดยยากอย่างนี้
    ไม่บำรุงมารดาบิดา ประพฤติผิดในมารดาบิดา ย่อมเข้าถึงนรก
    • ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ
    เพราะการสงเคราะห์นั้น เขาย่อมได้เกียรติ ละไปแล้วย่อมบันเทิงในสวรรค์
    • ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน
    แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น
    • ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว ละเสียได้ด้วยกรรมดี
    ผู้นั้นย่อมยังโลกให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆ
    • บุคคลนั่งหรือนอน (อาศัย) ที่ร่มเงาต้นไม้ใด
    ไม่ควรรานกิ่งต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวทราม
    • ผู้ใดย่อมเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม
    บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้ เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์

    • มัจจุวรรค - หมวดมฤตยู
    • ชีวิตของสัตว์เหมือนภาชนะดิน ซึ่งล้วนมีความสลายเป็นที่สุด
    • ทรัพย์สักนิดก็ติดตามคนตายไปไม่ได้
    • ทั้งคนมีคนจน ล้วนมีแต่ความตายเป็นเบื้องหน้า
    • ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด
    ล้วนไปสู่อำนาจแห่งความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า
    • ผู้เลี้ยงโคย่อมต้อนฝูงโค ไปสู่ที่หากินด้วยพลองฉันใด
    ความแก่และความตาย ย่อมต้อนอายุของสัตว์มีชีวิตไปฉันนั้น
    • ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด
    สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น
    • กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป
    ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำความสุขมาให้

    • มิตตวรรค - หมวดมิตร
    • มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน
    • สหายเป็นมิตรของผู้มีความต้องการเกิดขึ้นเนือง ๆ
    • ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง
    • ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้
    • ภรรยาเป็นเพื่อนสนิท
    • ความเป็นสหายไม่มีในคนพาล
    • ถ้าได้สหายผู้รอบคอบ พึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา

    • วาจาวรรค - หมวดวาจา
    • เปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ
    • วาจาเช่นเดียวกับใจ
    • คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน
    • คนโกรธมีวาจาหยาบ
    • ความสะอาดพึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ
    • ควรกล่าวแต่วาจาที่ไม่ยังตนให้เดือดร้อน
    • ผู้ใดสรรเสริญคนควรติ หรือติคนที่ควรสรรเสริญ
    ผู้นั้นย่อมเก็บโทษด้วยปาก เขาไม่ได้สุขเพราะโทษนั้น

    • วิริยวรรค - หมวดความเพียร
    • คนขยันย่อมไม่พร่าประโยชน์ชั่วตามกาล
    • คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร
    • ประโยชน์ย่อมไม่สำเร็จโดยชอบแก่ผู้ทำโดยเบื่อหน่าย
    • คนที่ผลัดวันประกันพรุ่งย่อมเสื่อม ยิ่งว่ามะรืนนี้ยิ่งเสื่อม
    • ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
    ส่วนผู้ปรารภความเพียรมั่นคง มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียวก็ประเสริฐกว่า
    • ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านเป็นภัย
    และเห็นการปรารภความเพียรเป็นความปลอดภัย
    แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี
    • ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล มีปัญญา มีใจมั่นคงดีแล้ว
    ปรารภความเพียรตั้งตนไว้ในกาลทุกเมื่อ ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก

    • สีลวรรค - หมวดศีล
    • ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา
    • ศีลพึงรู้ได้เพราะอยู่ร่วมกัน
    • ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
    เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
    • ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
    ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
    • ศีลเป็นสะพานอันสำคัญ ศีลเป็นกลิ่นที่ไม่มีกลิ่นอื่นยิ่งกว่า
    ศีลเป็นเครื่องลูบไล้อันประเสริฐสุด เพราะศีล (มีกลิ่น)ขจรไปทั่วทุกทิศ

    • สุขวรรค - หมวดสุข
    • ละเหตุทุกข์ได้เป็นสุขในที่ทั้งปวง
    • ความไม่เบียดเบียนเป็นสุขในโลก
    • ความสุข (อื่น) ยิ่งกว่าความสงบไม่มี
    • นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
    • จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล
    • ผู้เจริญเมตตาดีแล้วย่อมหลับและตื่นเป็นสุข
    • ความเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าทั้งหลายนำสุขมาให้

    • เสวนาวรรค - หมวดคบหา
    • เพราะความไว้ใจภัยจึงตามมา
    • เพราะอยู่ด้วยกันนานเกินไป คนที่รักกันก็มักหน่าย
    • คบคนใดก็เป็นเช่นคนนั้น
    • อยู่ร่วมกับคนพาลนำทุกข์มาให้เสมอไป เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรู
    • ผู้คบคนเลวย่อมเลวลง
    • สมาคมกับคนพาลนำทุกข์มาให้
    • สมาคมกับสัตบุรุษนำสุขมาให้
    • ผู้ไม่คบคนชั่ว ย่อมได้รับสุขส่วนเดียว
    • ควรระแวงในศัตรู
    • แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ
    • ไม่ควรไว้ใจคนทำบาป
    • ไม่ควรไว้ใจคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
    • คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้
    แม้ใบไม้ก็หอมไปด้วยฉันใด การคบกับนักปราชญ์ก็ฉันนั้น
    • คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา
    แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด การคบคนพาลก็ฉันนั้น
    • บัณฑิตพึงทำความเป็นเพื่อนกับคนมีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก
    มีปัญญาและเป็นพหุสูต เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ
    • บุคคลควรคบผู้เลื่อมใสเท่านั้น ควรเว้นผู้ไม่เลื่อมใส
    ควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้เลื่อมใส เหมือนผู้ต้องการน้ำเข้าไปหาห้วงน้ำฉะนั้น

    • ปกิณณกวรรค - หมวดเบ็ดเตล็ด
    • ความริษยาเป็นเหตุทำโลกให้ฉิบหาย
    • ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง
    • กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง
    • โภคทรัพย์ ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม
    • ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำบาปกรรม ไม่มีในโลก
    • ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
    • ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
    • เมื่อรากยังมั่นคงไม่มีอันตราย ต้นไม้แม้ถูกตัด แล้วย่อมงอกได้อีกฉันใด
    เมื่อตัณหานุสัยยังไม่ถูกกำจัดแล้ว ทุกข์นี้ย่อมเกิดร่ำไปฉันนั้น
    • การไม่ทำบาปทั้งปวง การยังกุศลให้ถึงพร้อม
    การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

    ขอขอบพระคุณ K.KASIN 2 มา ณ.ที่นี้ด้วยค่ะ

    CREDIT BY http://www.larnbuddhism.com/webboard...ead.php?t=1135

    http://board.agalico.com/showthread.php?t=24100
    ก่อนเกิดใครเป็นเรา<br />เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร<br /><br />สิ่งที่ทำอยู่คือกรรมใหม่<br />ผลที่ได้รับคือกรรมเก่า<br /><br />ฟังในสิ่งที่ไม่ได้ยิน<br />มองในสิ่งที่ไม่เห็น<br />ทำในสื่งที่ไม่มี

  2. #2

    Re: เชิญอ่าน พุทธสุภาษิต ที่ไพเราะและมีประโยชน์

    [color=red]โมทนา สาธุ คะ พี่แปดคิว[/color


    ตะวันส่องแสงธรรมนำ มิตรภาพไร้พรมแดน

ถ้าท่านชอบใจก็ไลค์ โลด...

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ ปิด
  • HTML สถานะ ปิด