ตอนที่ ๒
นางผีเสื้อลักพระอภัยมณี
จะกล่าวถึงอสุรีผีเสื้อน้ำ อยู่ถ้ำวังวนชลสาย
ได้เป็นใหญ่ในพวกปีศาจพราย สกนธ์กายโตใหญ่เท่าไอยรา
ตะวันเย็นขึ้นมาเล่นทะเลกว้าง เที่ยวอยู่กลางวารินกินมัจฉา
ฉวนฉนากลากฟัดกัดกุมภา เป็นภักษานางมารสำราญใจ
แล้วเล่นน้ำดำโดดโลดทะลึ่ง เสียงโผงผึงเผ่นโผนโจนไถล
เข้าใกล้ฝั่งวังวนข้างต้นไทร พอนางได้ยินเสียงสำเนียงดัง
วิเวกแว่ววังเวงด้วยเพลงปี่ ป่วนฤดีดาลดิ้นถวิลหวัง
เสน่หาอาวรณ์อ่อนกำลัง เข้าเกยฝั่งหาดทรายสบายใจ
แล้วลุกขึ้นเท้าแขนแหงนชะแง้ ชำเลืองแลหลากจิตคิดสงสัย
เห็นพระองค์ทรงโฉมประโลมใจ นั่งเป่าปี่อยู่ใต้พระไทรทอง
ทั้งทรวดทรงองค์เอวก็อ้อนแอ้น เป็นหนุ่มแน่นน่าชมประสมสอง
ถ้าแม้นได้กันกับกูเป็นคู่ครอง จะประคองกอดแอบไว้แนบเนื้อ
น้อยหรือแก้มซ้ายขวาก็น่าจูบ ช่างสมรูปนี่กระไรวิไลเหลือ
ทั้งลมปากเป่าปี่ไม่มีเครือ นางผีเสื้อตาดูทั้งหูฟัง
ยิ่งปั่นป่วนรวนเรเสน่ห์รัก สุดจะหักวิญญาณ์เหมือนบ้าหลัง
อุตลุดผุดทะลึ่งขึ้นตึงตัง โดยกำลังโลดโผนโจนกระโจม
ชุลมุนหมุนกลมดังลมพัด กอดกระหวัดอุ้มองค์พระทรงโฉม
กลัดกระโดดลงน้ำเสียงต้ำโครม กระทุ่มโถมถีบดำไปถ้ำทอง
ครั้นถึงแท่นแผ่นผาศิลาลาด แสนสวาทเปรมปรีดิ์ไม่มีสอง
ค่อยวางองค์ลงบนเตียงเคียงประคอง ทำกระหยิ่มยิ้มย่องด้วยยินดีฯ
แสนสงสารพระอภัยใจจะขาด กลัวอำนาจนางยักขินีศรี
สลบล้มมิได้สมประฤๅดี อยู่บนที่แผ่นผาศิลาลายฯ
อสุรีผีเสื้อแสนสวาท เห็นภูวนาทนิ่งไปก็ใจหาย
เออพ่อคุณทูนหัวผัวข้าตาย ราพณ์ร้ายลูบต้องประคององค์
เห็นอุ่นอยู่รู้ว่าสลบหลับ ยังไม่ดับชนม์ชีพเป็นผุยผง
พ่อทูนหัวกลัวน้องนี้มั่นคง ด้วยรูปทรงอัปลักษณ์เป็นยักษ์มาร
จำจะแสร้งแปรงร่างเป็นนางมนุษย์ ให้ผาดผุดทรวดทรงส่งสัณฐาน
เห็นพระองค์ทรงโฉมประโลมลาน จะเกี้ยวพานรักใคร่ดังใจจง
แล้วอ่านเวทเพศยักษ์ก็สูญหาย สกนธ์กายดังกินนรนวลหง
เอาธารามาชโลมพระโฉมยง เข้าแอบองค์นวดฟั้นคั้นประคองฯ
พระพลิกฟื้นตื่นสมประดีได้ ในฤทัยหมกมุ่นให้ขุ่นหมอง
และเขม้นเห็นนางนวลละออง เคียงประคองอยู่บนแท่นแผ่นศิลา
นิ่งพินิจพิศดูรู้ว่ายักษ์ ด้วยแววจักษุหายทั้งซ้ายขวา
ยิ่งชิงชังคั่งแค้นแน่นอุรา จะใคร่ด่าให้ระยำด้วยคำพาล
แล้วคิดกลับดับเดือดให้เหือดหาย จึงอุบายวิงวอนด้วยอ่อนหวาน
นี่แน่แม่นางอสุรีขินีมาร ไม่ต้องการที่จะแกล้งมาแปลงกาย
จะขอถามตามตรงจงประจักษ์ เจ้าเป็นยักษ์อยู่ในวนชลสาย
อันตัวเราเป็นมนุษย์บุรุษชาย เจ้าคิดร้ายลักพาเอามาใย
เข้าอิงแอบแนบข้างอยู่อย่างนี้ หรือว่ามีข้อประสงค์ที่ตรงไหน
มนุษย์ยักษ์รักกันด้วยอันใด ผิดวิสัยที่จะอยู่เป็นคู่ควรฯ
อสุรีผีเสื้อสดับเสียง เพราะสำเนียงเสนาะในฤทัยหวน
ทำเสแสร้งใส่จริตกระบิดกระบวน ละมุนม้วนเมียงหมอบแล้วยอบตัว
อันน้องนี้ไร้คู่ที่สู่สม เป็นสาวพรหมจารีไม่มีผัว
ถึงเป็นยักษ์ยังไม่มีราคีมัว พระมากลัวผู้หญิงด้วยสิ่งใด
แม่เจ้าเอ๋ยคิดมาน่าหัวร่อ เห็นเขาง้อแล้วยิ่งว่าไม่ปราศรัย
พลางแกล้งทำสะบัดสะบิ้งทิ้งสไบ ร้อนเหมือนใจจะขาดประหลาดนัก
แล้วแกล้งทำสำออยพูดอ้อยอิ่ง เข้าแอบอิงเอนทับลงกับตัก
ยิ่งถอยหนีก็ยิ่งตามด้วยความรัก ยิ่งพลิกผลักก็ยิ่งแอบแนบอุราฯ
พระสุดแสนแค้นเคืองรำคาญจิต มิได้คิดอินังชังน้ำหน้า
ถีบจนพลัดจากแท่นแผ่นศิลา แล้วเดือดด่าว่าอีกาลีลาม
เขาเบือนเบื่อเหลือเกลียดขี้เกียจตอบ ยังขืนปลอบปลุกปล้ำอีส่ำสาม
ทำแสนแง่แสนงอนฉะอ้อนความ แพศยาบ้ากามกวนอารมณ์
ถึงมาตรแม้นม้วยมุดสุดชีวาตม์ อย่าหมายมากว่ากูจะสู่สม
สัญชาติยักษ์ไม่สมัครสมาคม แล้วทุดถ่มน้ำลายไม่ไยดี
อีนางยักษ์กลับปลอบไม่ตอบโกรธ พระจงโปรดเกล้าน้องอย่าหมองศรี
ข้าหมายเหมือนภัสดาถึงด่าตี ก็ตามทีเถิดเมียไม่เสียใจ
จนผู้หญิงอิงแอบแนบถนอม กระไรหม่อมจะตั้งปึ่งไปถึงไหน
ช่างไม่คิดขวยเก้อเอออะไร ทำบ้าใบ้เบือนหนีไปทีเดียว
มาร่วมเรียงเคียงข้างอยู่อย่างนี้ ยังว่ามีน้ำใจจะไม่เกี่ยว
น่าอดสูผู้หญิงเสียจริงเจียว พลางกลมเกลียวกอดรัดกษัตราฯ
พระเหวี่ยงวัดขัดใจมิให้ต้อง จนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยสองพระหัตถา
มันดื้อด้านทานทนพ้นปัญญา จึงแกล้งว่าวิงวอนให้อ่อนใจ
อะไรเจ้าเฝ้ากวนกันจู้จี้ ข้าจะหนีหน่ายนางไปข้างไหน
ขอพักนอนเสียหน่อยถอยออกไป สบายใจจึงค่อยมาพูดจากัน
แล้วเอนองค์ลงบนแท่นแสนระทด โศกกำสรดซบทรงกันแสงศัลย์
โอ้สงสารป่านฉะนี้ศรีสุวรรณ อยู่ด้วยกันหลัดหลัดมาพรัดพราย
พอตื่นขึ้นยามเย็นไม่เห็นพี่ จะโศกีโหยหาน่าใจหาย
ได้เห็นแต่เจ้าพราหมณ์ทั้งสามนาย เขาผันผายลับตาจะอาวรณ์
นิจจาเอ๋ยเคยเห็นกันพี่น้อง มาเที่ยวท่องบุกเดินเนินสิงขร
อียักษ์ลักพี่ลงมาในสาคร จะทุกข์ร้อนว้าเหว่อยู่เอกา
พระนึกนึกแล้วสะอึกสะอื้นไห้ ชลเนตรหลั่งไหลทั้งซ้ายขวา
ซบพระพักตร์อยู่บนแท่นแผ่นศิลา ทรงโศกากำสรดระทดใจฯ
อีนางยักษ์ฟังสะอื้นค่อยชื่นจิต สำคัญคิดแว่วว่าพระปราศรัย
เข้าอิงแอบแนบองค์พระทรงชัย เห็นเธอไม่ผินผันจะนรรจา

โปรดติดตามอ่านต่อ