สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

กระทู้: พระอภัยมณี ตอนที่ ๔ ศรีสุวรรณพบนางเกษรา

  1. #1

    พระอภัยมณี ตอนที่ ๔ ศรีสุวรรณพบนางเกษรา

    เข้าห้องสนทนา (คลิก)

    พระอภัยมณี ตอนที่ ๔ ศรีสุวรรณพบนางเกษรา
    สงสารนางแก้วเกษรา ธิดาท้าว เมื่อครั้งคราวจะได้คู่ สู่สงวน
    สถิตอยู่แท่นสุวรณ ให้รัญจวน แต่อักอ่วนป่วนใจ ไม่ไสยา
    พอหลับลงทรงซึ่ง สุบินนิมิตร ประหวัดจิตต์นุชนาฏ หวาดผวา
    ตื่นสดุ้งรุ่งแสง พระสุริยา พระธิดานึกแหนง แคลงฤทัย
    จึงเรียกสี่พี่เลี้ยง มาเคียงข้าง นุชนางเล่าแจ้ง แถลงไข
    ฉันฝันว่าวาสุกรี อันเกรียงไกร เข้าในแท่นสุวรรณ อันบรรจง
    เกี่ยวกระหวัดรัดรอบ อุราน้อง ฉันร่ำร้องอยู่บนเตียง จนเสียงหลง
    ให้ร้อนรุ่มกลุ้มจิตต์ พิษภุชงค์ หมายว่าปลงชีวา นิคาไลย
    จนเดี๋ยวนี้นึกกลัว ยังตัวสั่น อันความฝันพี่เห็น เป็นไฉน
    พี่เลี้ยงฟังนั่งนึก แต่ในใจ ยิ้มละไมในหน้า แล้วว่าพลัน
    ลักษณะพระสุบิน นิมิตรแม่ ครั้นจะแก้กลัวจะโกรธ พิโรธฉัน
    สมุดมีอยู่ที่ริม แท่นสุวรรณ ตำราฝันทรงดู ให้รู้ความ
    จะได้ลาภหรือกระไร ก็ไม่ช้า ด้วยเวลานั้นก็ล่วง เข้ายามสาม
    พี่จะช่วยอวยพร พงางาม ให้สมความปรารถนา ไม่ช้าวัน
    ทูลพลางทางพลิก สมุดถวาย ถูกที่ทายงูขบ สบกับฝัน
    ยุพยงทรงอ่าน อักษรพลัน มีสำคัญว่างู หมู่กุมภา
    แม้นขบกัดรัดใคร ในนิมิตร จะได้ชมสมสนิท เสน่หา
    แม้นงูร้ายฝ่ายคู่ ภิรมยา วาสนาฟุ้งเฟื่อง เรืองเจริญ
    นางฟังเรื่องเคืองขัด ปัดสมุด ให้แสนสุดอับอาย ระคายเขิน
    สี่พี่เลี้ยงเคียงข้าง เห็นนางเมิน ต่างอวยชัยให้เจริญ พระชนมาน
    พระบุตรีโกรธตรัส ด้วยขัดแค้น พี่นี้แสนเล่ห์ลมประ สมประสาน
    เห็นว่าเกลียดแล้วมาแสร้ง แกล้งประจาน ชวนให้อ่านแต่ตำหรับ ที่อัปรีย์
    นี่หากเห็นเป็นผู้ใหญ่ ยังไว้หน้า หาไม่ว่าเสียให้อาย กับสาวศรี
    แล้วผันผินพักตรา ไม่พาที ทำเข้าที่ไสยาสน์ บนอาสน์ทอง
    ทั้งสี่นางต่างคน เห็นเคืองขัด ชุลีหัตถ์นบนอบ ไม่ตอบสนอง
    ครั้งสุริยาฉายแสง ขึ้นเรืองรอง ออกจากห้องไสยา ปรึกษากัน
    พระบุตรีนิมิต ผิดประหลาด ที่เราคาดนั้นก็งาม กับความฝัน
    แสนสงสารเจ้าพราหมณ์ ก็ครามครัน จะโศกศัลย์อยู่ในสวน รัญจวนใจ
    เราออกไปถามดู ให้รู้แจ้ง อยู่ตำแหน่งนัคเรศ ประเทศไหน
    ลวงกำนัลกัลยา ว่าจะไป เก็บดอกไม้มาถวาย พระบุตรี
    เห็นพรักพร้อมยอมใจ เข้าในห้อง เปิดคันฉ่องส่องตะบอย สอยเกศี
    กระเหม่าจีนจับซ้ำ ให้ดำดี กรีดสำลีเรียบร้อย ที่รอยไร
    แล้วผัดหน้าทาจันท์ กระแจะฟุ้ง ต่างคนนุ่งยกทอง ล้วนผ่องใส
    ห่มกรองทองรองแสด เป็นซับใน เรียกสาวใช้คนรัก มาชักชวน
    ให้ถือซองสลา ผ้าเช็ดปาก แล้วออกจากประตูข้าง ทางฉนวน
    ทำกรีดชาย กรายก้อย เที่ยวลอยนวล ตรงไปสวนมาลี ด้วยปรีดาฯ
    ฝ่ายสองเฒ่าเฝ้าผลัด กันนอนนั่ง เวียนระวังพราหมณ์น้อย ในเคหา
    ครั้นรุ่งรางส่งแสง พระสุริยา อียายเฒ่าจึงว่า ตาแก่พลัน
    บ่าวเรามีสี่คน ล้วนหนุ่มหนุ่ม ตาเอ๋ยคุมออกไปใช้ ในสวนขวัญ
    ทั้งจอบเสียมมีดพร้า หาให้มั่น ให้ช่วยกันถางหญ้า กว่าจะเย็น
    ตาเฒ่าผัวหัวเราะ ว่าจริงอยู่ ปัญญากูมืดมิด คิดไม่เห็น
    เสียแรงมีบ่าวไพร่ ใช้ไม่เป็น นิ่งให้มันนอนเล่น เสียทั้งวัน
    จึงร้องเรียกเจ้าพราหมณ์ ตามบ้านนอก เด็กเอ่ยออกมานี่ ขมีขมัน
    แล้วรีบรัด จัดจอบให้ คนละอัน มาช่วยกันถากหญ้า จะพาไปฯ
    หน่อกษัตริย์ขัดแค้น คำอ้ายเฒ่า จะใคร่เอาจอบสับ ให้ตักไสย
    พี่เลี้ยงพราหมณ์สามคน เข้ายุดไว้ แล้วแก้ไขบอกเล่า เฒ่าชรา
    น้องข้าเจ้าเจ็บอยู่ อย่าจู้จี้ เกณฑ์หน้าที่สักเท่าไรจงใช้ข้า
    จะถากทำแทนกัน ไม่ฉันทา ตรงไหนหญ้าจะให้ทำ จงนำไปฯ
    ส่วนตาเฒ่าเหย่าย่าง มาข้างสระ เห็นระยะหญ้าแพรก แตกไสว
    จึงวัดวาหน้าที่ ให้ทันใด ใครทำให้ค้างอยู่ กูไม่ฟัง
    แล้วตาเฒ่าเข้าใต้ ต้นชมพู่ เอาผ้าปูปัดผง ลงเอนหลัง
    ระหวยหิวหาวนอน อ่อนกำลัง ลืมระวังพราหมณ์น้อย ม่อยหลับไปฯ
    ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามนาย ชายฉลาด เห็นหน่อนาถมัวหมอง ไม่ผ่องใส
    จึงเลือกเด็กดอกลำดวน ที่ยวนใจ มายื่นให้อนุชา แล้วพาที
    ถึงมาดแม้นตกยาก ต้องถากหญ้า จะอาสาแทนน้อง อย่าหมองศรี
    เรารอรั้งฟังกัน ดูวันนี้ ถ้าแม้นพี่คาดผิด จึงคิดการ
    ธรรมดามาเที่ยว เกี้ยวผู้หญิง ต้องอ้อยอิ่งอดเปรี้ยว ไว้กินหวาน
    เราอุตส่าห์พยายาม ตามโบราณ คงเป็นการมั่นคง อย่าสงกา
    ว่าพลางทางจับ เอาจอบสวน เริงสำรวลชวนกัน เข้าฟันหญ้า
    ไม่เคยทำซ้ำสับ แผ่นสุธา แต่เปลี่ยนซ้ายย้ายขวา อยู่สามคนฯ
    หน่อกษัตริย์ขัดเคือง ชำเลืองค้อน สะท้อนถอนหฤทัย พิไรบ่น

  2. #2

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ ๔ ศรีสุวรรณพบนางเกษรา

    หน่อกษัตริย์ขัดเคือง ชำเลืองค้อน สะท้อนถอนหฤทัย พิไรบ่น
    เสน่หาตาบอด ไม่รอดตน ต้องทุกข์ทนถากหญ้า ประดาตาย
    ถึงจะชักนางฟ้า ลงมาให้ ที่จะใช้ถากหญ้า นั้นอย่าหมาย
    พระฮึดฮัดขัดใจ ไม่สบาย ทั้งสามนายเมินหน้า ถากหญ้าไปฯ
    ฝ่ายพี่เลี้ยงพระธิดา มาถึงสวน แสนรัญจวนผูกจิตต์ พิสมัย
    ทำเสสั่งสาวสวรรค์ กำนัลใน จะลุมเล้าเข้าไป ก็ไม่ควร
    จงรอรั้งนั่งท่า อยู่ที่นี่ เราทั้งสี่จะเข้าไป ข้างในสวน
    แล้วแสแสร้งแต่งจริต กระบิดประบวร ทำชี้ชวนกันเก็บ มาลามา
    แต่มือปลิดจิตต์นึก ถึงพราหมณ์น้อย เนตรชม้อยแลลอด ชำเลืองหา
    มามองเมียงเพียงทับ ยายกับตา ไม่เห็นหน้าพราหมณ์น้อย ละห้อยใจ
    ทั้งสี่นางต่างว่า ประหลาดแล้ว พ่อรูปทองน้องแก้ว ข้าไปไหน
    หรือเที่ยวเก็บบุปผา สุมาไลย สงไสยใจย่างย่อง มามองเมียง
    พอใกล้สระโกสุม ประทุมชาติ เสียงจอบฉาดฟัดดิน ได้ยินเสียง
    อยู่ที่นี่แล้วกระมัง ฟังสำเสียง ค่อยมองเมียงเลี่ยง แลอยู่แต่ไกล
    เห็นเจ้าพราหมณ์สามคน ก่นถางหญ้า เวทนากรรมกรรม จะทำไฉน
    แค้นอ้ายเฒ่าเฝ้าสวน แสนจัญไร มันแกล้งใช้กรากรำ ให้ทำการ
    แล้วดูแลพราหมณ์น้อย เห็นสร้อยเศร้า เข้าแฝงเงาพฤกษา น่าสงสาร
    ทั้งสี่นางต่างว่า น่ารำคาญ จะคิดอ่านแก้ไข อย่างไรดี
    นางประภาว่าเรา จะพูดด้วย ก็คิดขวยวิญญาณ์ น่าบัดสี
    เราออกไปให้เขาเห็น พอเป็นที ฟังไมตรีเขาก่อน จึงผ่อนปรน
    ปรึกษาพลางทางเดิน เด็ดดอกไม้ เข้ามาใกล้สระน้ำ แล้วทำบ่น
    ทำไฉนจึงจะได้ ดอกอุบล แล้วทำกลแวดชาย ชม้ายเมียงฯ
    เจ้าโมรา สานน พราหมณ์วิเชียร กำลังเพียรฟันดิน ได้ยินเสียง
    พอเหลียวมาเห็นหน้า นางพี่เลี้ยง เอาจอบเหวี่ยงไว้กับที่ ด้วยดีใจ
    มาบอกความพราหมณ์น้อย ค่อยกระซาบ คงตายราบมั่นคง อย่าสงไสย
    พ่อพูดกับเขาเล่น ก็เป็นไร ดูท่าทางนางใน จำนรรจาฯ
    ศรีสุวรรณสั่นพักตร ไม่รักคบ อย่าเร้ารบไปเลยน้อง ไม่ปรารถนา
    พี่รักเขาก็จงเข้า ไปพูดจา ที่ถากหญ้านี้น้อง จะทำแทน
    พออย่าให้อ้ายเฒ่า มันหยามหยาบ ฉันเหม็นสาบหนังเนื้อ มันเหลือแสน
    ไม่รักมีชู้สาว เมื่อคราวแกน ย่าขืนแค่นเลยพี่พราหมณ์ เป็นความจริง
    พระว่าพลางทางลุก ขึ้นถากหญ้า แล้วเมินหน้าไม่ดู ข้างผู้หญิง
    พี่เลี้ยงพราหมณ์สามคน เข้าช่วงชิง พ่อนั่งนิ่งอย่าทำ ให้รำคาญ
    ต่างวางจอบตอบน้อง แล้วย่องย่าง เข้าใกล้นางกัลยา แล้วว่าขาน
    หม่อมทั้งสี่นี้หรือขา ตระลาการ เมื่อเย็นวานนี้ให้พา ฉันมาคุม
    เขาฟ้องหาว่ากระไร ไม่ไต่ถาม ให้คุมความร้อนใจ ดังไฟสุม
    ทั้งอดนอนยังรุ่ง ด้วยยุงชุม ท่านผู้คุมเล่าร้าย ทั้งยายตา
    แต่เช้าตรู่ขู่เข็ญ จะเฆี่ยนขับ มากำกับกรำกราก ให้ถากหญ้า
    ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยตัว ทั่วกายา สู้อุตส่าห์ทำไป ทั้งไม่เคย
    สารพัดจะไม่มี บุหรี่หมาก ความเปรี้ยวปากเหลือเปล่า แม่คุณเอ๋ย
    ไม่เมตตาทารุณกรรม แต่จำเลย ยังไม่เคยพบเห็น พึ่งเป็นความ
    มาหยุดยั้งนั่งนี่ หน่อยเถิดหม่อม ฉันแสนตรอมตรมใจ จะไต่ถาม
    กรุณาปราณี กับชีพราหมณ์ อย่ามีความกินแหนง แคลงวิญญาฯ
    ทั้งสี่นางต่างอาย ระคายเขิน ชม้ายเมินยิ้มละไม อยู่ในหน้า
    จึงตอบความ ตามธรรมดามา ฉันมิใช่เป็นสุภา ตระลาการ
    ความข้างในให้คุม ไว้เพียงสวน เป็นสำนวนแล้วจะส่ง ไปโรงศาล
    เขากราบทูลพระธิดา ยุพาพาล เมื่อเย็นวานนี้จึงให้ ไปเอาตัว
    อีกระจงแจ้งความ ว่าพราหมณ์น้อย มาติดสอยสมสู่ เป็นชู้ผัว
    เมื่อคบค้ากันเอง ไม่เกรงกลัว ถึงดีชั่วก็เขา เป็นชาววัง
    น่าสมเพชเวทนา หนักหนานัก ช่างไม่รักเจ็บอาย เสียดายหลัง
    นี่หากฉันอนุกูล ทูลประทัง จึงรับสั่งให้มาถาม เอาความจริง
    ว่าพราหมณ์น้อยกับข้างนี้ เป็นพี่น้อง หรือพวกพ้องเพื่อนเที่ยว เกี้ยวผู้หญิง
    ใครชื่อไรเร่งว่า อย่าประวิง เอาความจริงให้ทั่ว ทุกตัวตน
    ต้องคุมกันวันเดียว ว่าเปรี้ยวปาก บุหรี่หมากสารพัด จะขัดสน
    ถ้าเช่นนั้นฉันจะให้ ไว้สักคน ใครกังวลอะไรมั่ง ก็สั่งไป
    ราคาหมากกับบุหรี่ สักกี่เบี้ย พอสู้เสียซื้อหา เอามาให้
    แต่จะถามตามจริง อย่านิ่งไว้ จึงจะได้กรุณา เหมือนพาทีฯ
    เจ้าพราหมณ์ฟังนั่งนึก เห็นลึกแหลม ช่างเหน็บแนมล้วนเลมียด ทั้งเสียดสี
    ต่างยิ้มแย้มเยื้อนว่า กับนารี มิเสียทีเป็นสุภา ตระลาการ
    แม้นน้องฉันคบหา กับข้าหลวง ผิดกระทรวงลามลวน ควรประหาร
    ถ้าแม้นนางชาววัง ทำจัณฑาล มาเกี่ยวพานเข้าบ้าง จะอย่างไร
    พราหมณ์น้อยนี้ดีนัก อย่าพักว่า ถึงเอาพร้าคัดปาก ไม่อยากไหว
    จริงนะหม่อมย่อมรู้ อยู่เต็มใจ อย่างสงไสยเสียเปล่าเล่า ไม่เข้ายา
    ซึ่งองค์พระบุตรี มีรับสั่ง ให้ถามทั้งนามวงศ์ แลพงศา
    จะแถลงแจ้งอรรถ แต่สัจจา อันพวกข้าเหล่านี้ เป็นพี่ชาย
    ชื่อโมราสานน พราหมณ์วิเชียร หม่อมอย่าเปลี่ยนชื่อเสียง ช่วยเรียงถวาย
    โน่นพราหมณ์น้อยศรีสุวรรณ พรรณราย เป็นน้องชายชัณษา สิบห้าปี
    สำเภาซัดพลัดเมือง มาพี่น้อง ขึ้นเที่ยวท่องชมแต่ บุรีศรี
    จะเกี้ยวพานท่านผู้ใด ก็ไม่มี จริงนะขาฟ้าฝี่ เถิดไม่ลวง
    ฉันเป็นชาวบ้านนอก ดอกคะหม่อม ไม่อ้อมค้อมพูดจา เหมือนข้าหลวง
    คิดจะใคร่ไต่ถาม ตามกระทรวง หม่อมทั้งปวงก็เป็นใหญ่ อยู่ในวัง
    อันทุกวันฉันไม่มี ที่จะเห็น อยากจะเป็นขอเฝ้า กับเขามั่ง
    ขอถามตามสุจริต อย่าปิดบัง หม่อมมานั่งถามความ นี้นามใดฯ
    สี่พี่เลี้ยงเอียงอาย ชม้ายชม้อย ทำชดช้อยพูดจา อัชฌาไสย

  3. #3

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ ๔ ศรีสุวรรณพบนางเกษรา

    สี่พี่เลี้ยงเอียงอาย ชม้ายชม้อย ทำชดช้อยพูดจา อัชฌาไสย
    นี่หรือชาวบ้านนอก มาหลอกใคร เขาเข้าใจอยู่ดอกหม่อม ทำปลอมพล
    ซึ่งสงสัยไต่ถาม ถึงนามฉัน แต่เพียงนั้นพอจะแจ้ง แห่งนุสนธิ์
    โน่นประภาวดี นี่จงกล นั่นอุบลคนนี้ ศรีสุดา
    ซึ่งหม่อมรักจักใคร่ เป็นขอเฝ้า จะต้องเหลาไม้กลัด จัดบุบฝา
    ถ้าทำได้ไม่คิด ระอิดระอา ไปปีหน้าฟ้าใหม่ คงได้ดี
    ถ้าขี้เกียจขืนเที่ยว เกี้ยวชู้สาว ทำฉาวฉาวเช่นนั้น ฉันบัดสี
    ให้เจ้านายขายหน้า ทั้งตาปี ก็จะมีคนว่าชั่ว ฉันกลัวอายฯ
    เจ้าพรหมณ์ว่าอย่าเย้ย ไปเลยหม่อม ไม่อ้อมค้อมพูดเล่น เหมือนเช่นหมาย
    ถ้ารักใคร่ใครแล้ว ก็สู้ตาย ไม่กลับกลายแกล้งว่า สัจจาจริง
    นี่เที่ยวเล่นโดยดีประสีประสา ควรหรือมาต้องเกาะเพราะผู้หญิง
    ด้วยจนใจไม่มีที่พึ่งพิง จะต้องนิ่งนึกเจียมเสงี่ยมใจ
    ครั้นฉันจะถวายตัวก็กลัวอยู่ ยังไม่รู้กริยาอัชฌาไสย
    หนึ่งพระรูปร่างเจ้าสักคราวใคร น้ำพระทัยร้ายหรือดีก็มิรู้
    ฉันพลัดบ้านเมืองมาอนาโถ เหมือนคนโซสิ้นแกนแสนอดสู
    แม้ว่าหม่อมอุปถัมภ์ช่วยค้ำชู จะได้อยู่พึ่งบุญเหมือนมูลนาย
    อันลูกเมียก็ไม่มีฟ้าฝ่าพี่เถิด ประดักประเดิดโดยจนต้องขวยขวาย
    แม้นได้มีที่พึ่งพอฝากกาย ตัวไม่ตายก็ไม่ทิ้งจริงจริงเจียวฯ
    ทั้งสี่นางต่างรู้ในเชิงรัก แกล้งหน่วงหนักพจนาตถ์ฉลาดเฉลียว
    แม้นไม่มีที่กลัวตัวคนเดียว จะท่องเที่ยวทาระกรรมไปทำไม
    จงอยู่เป็นข้ารองละอองบาท องค์พระราชธิดาอัชฌาไสย
    จะช่วยทูลให้ท่านเห็นว่าเข็ญใจ ให้อยู่ในสวนศรีที่นี่พลาง
    ตำหนักจันทน์นั้นก็มีทั้งสี่หลัง ไปนอนนั่งเล่นเถิดคะค่อยกว้างขวาง
    อีกสักวันฉันจะเชิญเสด็จนาง มาเล่นกลางสวนสอยสุมามาลย์
    จึงเมียงหมอบลอบแลแต่พอเห็น ไม่สมเป็นเจ้าข้าจึงว่าขาน
    หรือใจจิตต์คิดขลาดราชการ จะหนีบ้านบวชเรียนก็เพียรไปฯ
    เจ้าพราหมณ์ยิ้มพราย ภิปรายตอบ ช่างรู้รอบกริยาอัชฌาไสย
    สมเป็นหม่อมมูลนายอยู่ฝ่ายใน ความจริงใจฉันนี้แน่ไม่แชเชือน
    แต่พราหมณ์น้อยน้องรักนี้หนักแน่น ในพื้นแผ่นปัถพีไม่มีเหมือน
    ถ้าเห็นงามความรักมาตักเตือน จะค่อยเคลื่อนคลายโศกที่โรครัด
    ช่วยเชิญองค์พระธิดามาให้เห็น จะได้เป็นขอเฝ้าเหลาไม้กลัด
    พรุ่งนี้นะคะหม่อมให้เหมือนนัด ฉันจะหัดทูลฉลองให้ว่องไว
    ซึ่งหม่อมช่วยแนะนำที่สำนัก ให้ตำหนักพระธิดาอยู่อาไศรย
    จะได้นอนผ่อนกายสบายใจ ไม่บรรไลยแล้วคงต้องสนองคุณฯ
    ทั้งสี่นางต่างตอบว่าขอบจิตต์ ถ้าสิ้นคิดขาดเหลือจะเกื้อหนุน
    มิใช่ฉันมั่นหมายเป็นนายมูล จะทำคุณด้วยเป็นข้ากรมเดียวกัน
    แล้ววางซองหมากลงที่ตรงหน้า กินสลาเล่นเถิดนายอย่าอายฉัน
    ต่างพูดพลอดทอดสนิทเชิงติดพัน จนตวันบ่ายเบี่ยงพี่เลี้ยงลา
    เจ้าพราหมณ์เด็กดอกรักหักเต่าร้าง ให้สี่นางแจ้งจิตต์เป็นปฤศนา
    ทั้งสองข้างต่างชม้ายชายหางตา แล้วลุกมาจากที่ทั้งสี่นาง
    ทำเมียงเมินเดินกรายชายชม้อย ดูพราหมณ์น้อยนุชน้องเห็นหมองหมาง
    พิโรธเรียกยายตามาด่าพลาง ใช้เธอถางถากหญ้านี้ว่าไร
    ไม่แลดูรูปร่างท่านบ้างหรือ แต่จะถือจอบเจียนจะไม่ไหว
    ทีนี้อย่าใช้สอยจงปล่อยไป ให้อาศัยสำนักตำหนักจันทน์
    แม้นมิฟังยังทำให้เธอโกรธ จะลงโทษยายตาถึงอาสัญ
    สั่งสองเฒ่าเฝ้าสวนแล้วชวนกัน มาเรียกบ่าวเหล่านั้นเข้าวังในฯ
    ฝ่ายเจ้าพราหมณ์สามนายสบายจิตต์ มานั่งชิดอนุชา แล้วปราศรัย
    เมื่อตะกี้พี่ไปเกี้ยวประเดี๋ยวใจ ท่านข้างในให้หมากมาฝากน้อง
    แล้วกล่าวโฉมพระธิดาน่ารัก ประเสริฐศักดิ์กษัตรีย์ไม่มีสอง
    เห็นจะสมคเนนึกที่ตรึกตรอง พระน้องลองเล่นชู้ดูสักคราวฯ
    ศรีสุวรรณว่าไม่พอใจเกี้ยว แต่มาเที่ยวซื่อซื่อยังอื้อฉาว
    ถ้าเกี้ยวจริงยิ่งจะมีราคีคาว เหมือนเรื่องราวบุราณร่ำคำภิปราย
    ผู้ใดหลงคำหญิงทิ้งทำเนียบ ไม่ราบเรียบแรงรักมักฉิบหาย
    นางพี่เลี้ยงเหล่านี้ไม่มีอาย มาชวนชายให้งงหลงละเลิง
    ฉันเชื่อเตือนตามจิตต์สนิทสนม กลัวต้องลมแล้วจะหาวเหมือนว่าวเหลิง
    สลาตันต้องปีกจะฉีกเปิง ทำร่าเริงทำแตกจะแหลกลงฯ
    เจ้าพราหมณ์ยิ้มพริ้มพรายภิปรายตอบ พ่อว่าชอบอยู่มิใช่จะใหลหลง
    ซึ่งเกิดความหนามเสี้ยนเพราะซื่อตรง จึงต้องบ่งด้วยหนามตามตำรา
    อันหนึ่งพ่อหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ จากสมบัติมาลำบากยากนักหนา
    แม้นองค์พระบุตรีมีเมตตา ได้พึ่งพาแต่พอผ่อนที่ร้อนรน
    อนึ่งจะให้ไพร่ฟ้ารู้จักชื่อ ตลอดลือเล่าแจ้งทุกแห่งหน
    แม้นพระพี่มิตายในสายชล มีผู้คนบอกความจะตามมา
    ถึงพวกเราเล่ามิใช่จะไม่คิด คงจะติดตามแสวงทุกแห่งหา
    แต่พบลาภหลุมทองต้องตำรา จะหลับตาเสียไม่ขุดก็สุดอายฯ
    ศรีสุวรรณรันทดถอนใจใหญ่ แต่เกรงใจเจ้าพราหมณ์สามสหาย

  4. #4

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ ๔ ศรีสุวรรณพบนางเกษรา

    ศรีสุวรรณรันทดถอนใจใหญ่ แต่เกรงใจเจ้าพราหมณ์สามสหาย
    จึงว่าน้องตรองความตามนินาย เห็นจะเป็นเช่นกระต่ายที่หมายจันทร์
    เมื่อตัวต่ำน้ำใจจะใฝ่สูง เหมือนนกยูงมุ่งเมฆเมืองสวรรค์
    ต้องซูบผอมกรอมใจด้วยไกลกัน ด้วยหมายมั่นมุ่งมิตรให้ผิดทาง
    เรายากจนคนจรเที่ยวร่อนเร่ นึกเสน่ห์นางกษัตริย์เห็นขัดขวาง
    ฉวยว้าวุ่นขุ่นเคืองแต่เรื่องนาง จะต้องร้างนัคราเข้าป่าไปฯ
    พี่เลี้ยงพราหมณ์สามนายภิปรายปลอบ ให้ชื่นชอบวิญญาอัชฌาไสย
    พ่อไม่รักรูปงามก็ตามใจ จะไปไหนไปด้วยจนม้วยมรณ์
    เวลานี้จวนค่ำไปสำนัก ที่ตำหนักพระบุตรีมีฟูกหมอน
    เสียแรงเขาชาววังสั่งให้นอน ล้วนอ่อนอ่อนอุ่นใจจงไคลคลา
    พลางสำรวลชวนศรีสุวรรณน้อง เดินประคองเคียงกายทั้งซ้ายขวา
    ขึ้นตำหนักผลักเผยทวารา ทัศนาที่ในห้องทุกช่องชั้น
    มีฉากพับลับแลมู่ลี่แขวน บรรจ์ฐรณ์แท่นที่บรรทมภิรมย์ขวัญ
    ต่างแย้มสรวลชวนศรีสุวรรณพลัน ขึ้นบนบรรจ์ฐรณ์แท่นแสนสบาย
    ส่วนเจ้าพราหมณ์สามคนอยู่ข้างที่ พอราตรีเดือนแจ่มกระจ่างฉาย
    เผยพระแกลแลชมดาราราย ต้องพระพายพัดพานสำราญใจ ฯ
    ฝ่ายนารีพี่เลี้ยงมาถึงวัง จะนอนนั่งนึกพะวงให้หลงใหล
    คิดถึงพราหมณ์สามนายที่หมายไว้ จะเป็นใครคู่สร้างยังคลางแคลง
    แต่พราหมณ์น้อยนุชน้องเป็นของหลวง ย่อมทราบทรวงสุดสิ้นไม่กินแหนง
    แต่ชายสามหญิงสี่ที่ระแวง ครั้นจะแบ่งออกเป็นตัวไม่ทั่วกัน
    แต่นึกนึกตรึกตรองให้ข้องจิตต์ ไม่ลืมคิดคร่ำครวญถึงสวนขวัญ
    พอโพล้เพล้เพลาจะสายัณห์ มาพร้อมกันสี่นางเหมือนอย่างเคย
    ปลอบประโลมพระธิดายุพาพักตร ให้นงลักษณ์แต่งองค์สรงเสวย
    ถึงยามค่ำเข้าบรรทมทำชมเชย บ้างรำเพยพัดวีด้วยปรีดา
    แล้วทำพูดกันกับเพื่อนว่าเดือนนี้ ระดูดอกมาลีแล้วหนอจ๋า
    ฉันอยากใคร่ได้ดอกมลิลา มาร้อยมาลัยถวายให้หลายพวง
    บ้างบ่นว่ามาลีที่ในสวน แก้วกุหลาบลำดวนจวนจะร่วง
    แล้วทูลแก้วเกษราธิดาดวง ไปสวนหลวงเล่นสักวันหรือขวัญตา ฯ
    พระบุตรีดีใจไปสิพี่ เก็บมาลีเลือกหักให้หนักหนา
    เวลาเฝ้าเช้าฉันจะทูลลา พี่สั่งข้าหลวงเหล่าขอเฝ้าไว้ฯ
    ทั้งสี่นางต่างรับคำนับน้อม แล้วขับกล่อมกลอนประดิษฐ์พิสมัย
    มะโหรีเรื่อยร้องทำนองใน วังเวงใจแจ้วเสียงเมื่อเที่ยงคืน
    ครั้นยามดึกพระธิดาไสยาหลับ จนเดือนลับเลื่อนฟ้าไม่ฝ่าฝืน
    อโณไทยใสสว่างนภางค์พื้น พี่เลี้ยงตื่นลุกมานั่งสั่งกำนัล
    บอกให้พวกขอเฝ้าเหลาไม้สอย มาเตรียมคอยข้างพลับพลาสุทธาศวรรย์
    พวกข้าหลวงล้วนเหล่า สาวสกรรจ์ ผู้ใหญ่นั้นไม่ให้ใครออกไปตาม
    แล้วเรียกวอช่อฟ้าเข้ามาไว้ พวกข้างในนางโขลนเป็นคนหาม
    หมากบุหรี่ที่จะไปให้เจ้าพราหมณ์ คนละสามซองซ่อน ใส่หีบมาฯ
    ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ จิตต์กำหนัดนึกคนึงถึงบุบผา
    บรรทมตื่นแต่งองค์อลงการ์ ผลัดภูษาจัดจีบกลีบประจง
    ทางสพักสะไบกรองลายทองริ้ว สัมผัสผิวพระนลาต วาดขนง
    สร้อยสังวาลบานพับประดับองค์ ดังอนงค์นางสวรรค์ชั้นโสฬศ
    ครั้นเสร็จใส่ฉลองบาทแล้วยาตรย่าง กำนัลนางแวดล้อมมาพร้อมหมด
    นางสาวสาวชาววังนั่งประณต ทรงพระกลดคันสั้นกั้นกางมา
    ขึ้นปราสาททรงฤทธิปิตุเรศ นางก้มเกศอภิวันท์ด้วยหรรษา
    ทูลสนองสองกษัตริย์ขัตติยา ลูกจะลาออกไปเล่นอุทยานฯ
    สมเด็จท้าวทศวงศ์ดำรงราชย์ แสนสวาทรับขวัญแล้วบรรหาร
    เจ้าไปสวนสอยบุบผาสุมามาลย์ มาสักพานฝากพ่อจะขอชม
    ประโลมลูกลูบหลังแล้วสั่งสอน แม้นแดดร้อนก็จงเล่นอยู่ร่มร่ม
    จะครั่นตัวมัวหมองต้องแดดลม ไปเชยชมแต่พอชื่นแล้วคืนมา
    พระมารดรสอนสั่งสี่พี่เลี้ยง ตะวันเที่ยงแล้วให้นอนเสียก่อนหนา
    ระดูนี้ขี้มักเป็นโรคา เอาหมอยาออกไปบ้างอย่าวางใจ
    พระบุตรีพี่เลี้ยงประณตน้อม ทูลลาจอมกษัตราอัชฌาไสย
    จากประสาทเสด็จหน้าพลับพลาไชย กำนัลในแห่ห้อมมาพร้อมกัน
    นางโฉมยงทรงวอสุวรรณรัตน พวกโขลนหามสามผลัดหัดขยัน
    สี่พี่เลี้ยงเคียงวอจรจรัล ฝูงกำนัลติดตามาหลามทาง
    พวกผู้ชายรายเรียงอยู่ริ้วนอก ถือดาบหอกแห่ห้ามคนกีดขวาง
    เสด็จตามฉนวนกั้นในชั้นกลาง เถ้าแก่กางกั้นพระกลดให้บดบัง
    พอสายแสงสุริยามาถึงสวน ต้นลำดวนที่ประทับก็คับคั่ง
    พวกตำรวจรวจไตรระไวระวัง ออกรายนั่งล้อมรอบเป็นคอบคันฯ
    นางโฉมยงทรงใส่ฉลองบาท ยุรยาตรนาฏนวลเข้าสวนขวัญ

  5. #5

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ ๔ ศรีสุวรรณพบนางเกษรา

    นางโฉมยงทรงใส่ฉลองบาท ยุรยาตรนาฏนวลเข้าสวนขวัญ
    พระพี่เลี้ยงเคียงคลอจรจรัล ชวนชมพรรณบุบฝาระย้าย้อย
    เห็นพิกุลชวนกันขึ้นสั่นต้น ให้ดอกดวงร่วงหล่นลงผอยผอย
    พวงผยอมหอมรื่นดูชื่นช้อย นางโฉมยงทรงสอยกระชากชัก
    พวกข้าหลวงหน่วงน้าวกิ่งสาวหยุด บ้างแย่งยุดชิงกันเก็บจนเล็บหัก
    บ้างเด็ดดอกโสกแซมแกมดอกรัก ให้ประจักษ์แจ้งเพื่อนว่าเหมือนใจ
    บ้างเด็ดช่อชุมแสงมดแดงกัด เต้นตะปัดตะป่องจะร้องให้
    บ้างเดินร้อยสร้อยสนสุมาไลย จะเอาไปฝากน้องของสำคัญ
    พระบุตรีกรีดเล็บเก็บกาหลง บรรจงทรงแซมเกล้าให้สาวสวรรค์
    นางข้าหลวงน้อยน้อยสอยลูกจันทร์ ต่างชวนกันเก็บอึงคนึงไปฯ
    ศรีสุวรรณกับสามพราหมณ์พี่เลี้ยง ได้ยินเสียงอึกกะทึกนึกสงไสย
    ค่อยเมียงมองตามช่องบัญชรไชย เห็นนางในรับร้อยเทียวลอยนวล
    เจ้าพราหมณ์เชิญศรีสุวรรณให้ผันผาย ว่าดีร้ายพระธิดาออกมาสวน
    จะนิ่งอยู่อย่างนี้ก็มิควร ว่าแล้วชวนกันลงจากตำหนักจันทน์
    ค่อยลัดแลงแฝงไม้ใบชอุ่ม มาถึงพุ่มต้นลำดวนที่สวนขวัญ
    ด้วยนัดแนะสี่นางไว้อย่างนั้น ต่อยพูดกับซุบซิบกระหยิบตาฯ
    ศรีสุวรรณนั้นชังไม่นั่งใกล้ ไปนั่งใต้ต้นจำปีประสีประสา
    พราหมณ์พี่เลี้ยงแลลอดสอดไนยนา ดูบรรดาสาวสาวนางชาววัง
    ล้วนลอยชายกรายกรีดทำดีดดิ้น ขัดขมิ้นเหลืองเหลือในเนื้อหนัง
    หมายว่าลับขับรำเล่นลำพัง บ้างนั่งซุ่มแนบเพื่อนเหมือนผู้ชาย
    บ้างคาดพุงนุ่งผ้าเกี้ยวคอไก่ เป็นไฝใต้เต้างามเจ้าพราหมณ์หมาย
    บ้างก็ว่าข้าหลวงยังแยบคาย เป็นเจ้านายท่านจะดีกว่านี้ครัน
    พอเห็นสี่พี่เลี้ยงเคียงซ้ายขวา พระดาเดินกลางดั่งนางสวรรค์
    ตลึงหลงงงงวยไปด้วยกัน ดูผิวพรรณผ่องเหมือนดังเดือนเพ็ง
    ทั้งกายกรอ่อนลมุนพึ่งรุ่นสาว อายุราวสักสิบสี่ปีมะเสง
    ไม่เหลียวหลังตั้งแต่ จะแลเล็ง ดูปลั่งเปล่ง ปลาบปลื้ม ลืมพริบตา
    ฝ่ายนารีพี่เลี้ยงเมียงชม้าย เห็นสามนายนั่งซุ่มพุ่มพฤกษา
    แกล้งสั่งบ่าวสาวใช้ให้ไคลคลา เที่ยวเก็บมาลาถวายรายกันไป
    แล้วทำใบ้ไต่ถามพราหมณ์พี่เลี้ยง ว่าเคียงคู่พระบุตรีอยู่ที่ไหน
    เจ้าพราหมณ์บุ้ยปากชี้ตรงนี้ไป พี่เลี้ยงให้ซองหมากแล้วจากมา
    แกล้งชักชวนโฉมตรูยรูยาตร เที่ยวประพาสชมพรรณบุบฝา
    นางโฉมยงหลงเพลินดำเนินมา พี่เลี้ยงพาเที่ยวไปจนใกล้พราหมณ์
    ศรีสุวรรณนั้นนั่งผินหลังนิ่ง เสียงผู้หญิงหวั่นไหวฤไทยหวาม
    ชำเลืองเห็นพระธิดาพงางาม ให้มีความพิศวาสจะขาดใจ
    ด้วยคู่สร้างปางหลังแล้วอย่างนั้น พอเห็นหันก็ให้คิดพิสมัย
    จนลืมองค์หลงแลตรึงไป เหมือนนางในดุสิตาลงมาดิน
    ดูจิ้มลิ้มพริ้มเพราดังเหลาหล่อ พระทรวงศอสองขนงดังวงศิลป์
    นวลลอองสองปรางอย่างลูกอิน ช่างงามสิ้นสาระพางค์สำอางองค์
    ยิ่งพินิจพิศเพ่งให้เปล่งปลั่ง ใจกำลังรุ่นหนุ่มให้ลุ่มหลง
    กระแอมพลางทางออกให้เห็นองค์ ดูโฉมยงอยู่แต่ไกลมิให้เคืองฯ
    พระบุตรีแว่วเสียงสำเนียงชม้อย เห็นพราหมณ์น้อยสีเนื้อนั้นเหลือเหลือง
    นางหลีกเลี่ยงเอียงอายชายชำเลือง ดูทรงเครื่องเหมือนพราหมณ์งามวิไล
    พอเนตรน้องต้องเนตรหน่อกษัตริย์ หวนประหวัดหวาดจิตต์คิดสงไสย
    องค์ระทวยขวยเขินสะเทิ้นใจ แฝงต้นไม้เมียงชม้อยคอยชายตา
    ทั้งสี่นางต่างเมินทำเดินเฉย แกล้งแหงนเงยดูดวงพวงบุบฝา
    พราหมณ์พี่เลี้ยงเมียงมองเห็นสองรา ต่างก็ว่าเข้าช่องแล้วน้องเราฯ
    ศรีสุวรรณครั้นนางไปห่างพักตร์ ด้วยรสรักร้อนฤทัยดังไฟเผา
    ค่อยด้อมเดินดูองค์นางนงเยาว์ จนโฉมเฉลาเลี้ยงลับขึ้นพลับพลา
    ความอาไลยใจวาบให้ปลาบปลื้ม ตลึงลืมหลงชะแง้หา
    พระบุตรีลีลาศชำเลืองมา ไม่เห็นหน้าพราหมณ์น้อยละห้อยใจ
    พระพัตรผ่องหมองเหมือนเดือนพยับ ด้วยจิตต์จับถึงมิตรพิสมัย
    ลืมบรรดาข้างหลวงพวงดอกไม้ ถอนฤทัยทุกข์ถึงคนึงครวญ
    เจ้าพราหมณ์นี้ดีร้ายจะหมายมาด จึงองอาจแอบดูอยู่ในสวน
    สี่พี่เลี้ยงก็เห็นจะเป็นชะนวน จึงแกล้งชวนมาให้พบประสบกัน
    จำจะกลับวังในได้ไต่ถาม ให้ได้ความตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
    จึงแสแสร้งสั่งสุรางค์นางกำนัล ไปเรียกกันมาเถิดเจ้าเราจะไป
    ครั้นเห็นสี่พี่เลี้ยงเข้าเคียงข้าง ทำหมองหมางเมินหน้าไม่ปราใส
    เสด็จด้วยสาวสวรรค์กำนัลใน มาต้นไทรทรงวอจรจรัล
    สี่พี่เลี้ยงเคียงประคองทั้งสองข้าง ไปตามทาง นอกสวน ฉนวนกั้น
    ตำรวจแฝง สองข้าง ทางจรัล คอยป้องกันห้ามคนไปจนวังฯ
    หน่อกษัตริย์ทัศนาจนลับเนตร แสนเทวษดานดิ้นถวิลหวัง
    อุรารักหนักหน่วงเพียงทรวงพัง พระทรุดนั่งลงบนแท่นแผ่นศิลา
    คนึงนางพลางสะท้อนถอนใจใหญ่ ทำไฉนจะได้ชิดขนิษฐา
    พี่รู้ข่าวสาวสวรรค์แต่วันมา ไม่รู้ว่ารูปร่างเจ้าอย่างนี้
    จนพี่พราหมณ์สามคนเขาชวนชัก เราตัดรักซ้ำว่าน่าบัดสี
    จะผันแปรแก้ไขไฉนดี ไม่พอที่พูดผิดคิดรำคาญ
    พระกอดเข่าเศร้าสร้อยละห้อยหวล จนหลงครวญขับลำเป็นคำหวาน
    โอ้เจ้าแก้วเกษรายุพาพาล ไม่สงสารพี่บ้างหรืออย่างไร
    เมื่อผันแปรแลพบก็หลบพักตร จะเห็นรักหรือไม่เห็นเป็นไฉน
    บุราณว่ามิตรจิตต์ก็มิตรใจ จะกระไรอยู่มั่งยังไม่เคย
    พอเห็นพราหมณ์สามนายก็อายนัก พระเมินพักตรผินหลังแล้วนั่งเฉย
    เจ้าพราหมณ์ยิ้มพริ้มพรายภิปรายเปรย พ่อเสวยหมากเล่นก็เป็นไร
    ศรีสุวรรณผันพักตรมาซักถาม เมื่อตะกี้พี่พราหมณ์อยู่ตรงไหน
    หมากบุหรี่ที่ซองนี้ของใคร พี่เลี้ยงให้พี่หรือจึงถือมา
    มิเสียทีฝีปากช่างฝากรัก จนรู้จักข้างในให้สลา
    เหมือนน้องนี้โฉดเขลาเบาปัญญา ไม่รู้ว่าเกี้ยวพานประการใด
    เป็นบุญน้อยพลอยพึ่งแต่บุญพี่ สูบบุหรี่กินหมากจนปากไหม้
    จะขอถามตามจริงอย่างกริ่งใจ สักเมื่อไรอีกเล่าเขาจะมาฯ
    เจ้าพราหมณ์ยิ้มพริ้มพรายอธิบายบอก เขาจะออกมาเยือนต่อเดือนหน้า
    จะห่วงไปไยเล่าไม่เข้ายา เราจะพาหันไปข้างไหนดีฯ
    ศรีสุวรรณรันทดถอนใจใหญ่ กลัวจะไกลพระธิดามารศรี
    จึงแสแสร้งแกล้งว่าเขาปราณี พี่จะหนี หน่ายนางเสียอย่างไร
    ถึงช้าวันฉันคงจะคอยท่า ให้เชษฐาสมจิตต์พิสมัย
    พลางสำรวลชวนสามพราหมณ์ครรไล เสด็จไปที่สำนักตำหนักจันทน์
    ระทวยองค์ทรงขึ้นบนบรรจฐรณ์ พอรอนรอนอ่อนแสงพระสุริฉัน
    คิดถึงแก้วเกษราวิลาวรรณ ให้ร้อนรัญจวนใจไม่ไสยาฯ

    จบตอนที่ 4 ศรีสุวรรณพบนางเกษรา โปรดติดตามอ่านตอนที่ 5 ศรีสุวรรณเกี้ยวนางเกษรา

    หากท่านใดต้องการไฟล์เสียงอ่าน(MP 3) ตอนใด แจ้งเข้ามาหน่อย ซิ /- อ่านไว้แล้ว 35 ตอน

ถ้าท่านชอบใจก็ไลค์ โลด...

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด