สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 7 จากทั้งหมด 7

กระทู้: พระอภัยมณี ตอนที่ 6 ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

  1. #1

    พระอภัยมณี ตอนที่ 6 ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

    เข้าห้องสนทนา (คลิก)

    พอเดือนยี่มีผู้ถือหนังสือบอก ชาวด่านนอกนัคราพนาสัณฑ์
    ทั้งเหนือใต้ฝ่ายปัศจิมมาพร้อมกัน บังคมคัลทูลท้าวเจ้าภารา
    ว่าบัดนี้ท้าวอุเทนเกณฑ์ทหาร เป็นสามด่านข้าศึกฮึกหนักหนา
    พวกนายด่านบ้านนอกบอกเข้ามา แล้ววันทาทูลแถลงแจ้งคดี
    หนังสือบอกปากน้ำว่ากำปั่น สักห้าพันพลชวากลาสี
    มาทอสู่อยู่ตรงท่าหน้าธานี ห่างสักสี่สับเส้นพอเห็นกัน
    ข้างฝ่ายเหนือบอกว่าปัจจามิตร พวกฝรั่งอังกฤษกับมักระสัน
    ล้วนขี่ม้าห้าหมื่นพื้นฉกรรจ์ เข้าบุกบั่นตีบ้านด่านดงมา
    อันโยธามาทางตวันตก กระบวรบกแบกพื้นล้วนปืนผา
    มลายูสุระตันวิลันดา ตีเข้ามาในด่านชานบุรีฯ
    สมเด็จท้าวทศวงศ์ดำรงราชย์ ฟังอำมาตย์ทูลฉลองให้หมองศรี
    จึงตรัสสั่งทั้งสองเสนาบดี เร่งเตรียมกรีฑาพลสกลไกร
    เป็นสามทัพเกณฑ์กองละสองหมื่น ให้ถือปืนถ้วนทั่วทุกตัวไพร่
    ไปรบรับทัพแขกให้แตกไป อย่าให้ไพรีรุกบุกเข้ามา
    ที่ปากน้ำสำคัญอยู่แห่งหนึ่ง เอาโซ่ขึงค่ายคูดูรักษา
    ให้ลากปืนป้อมฝรั่งขึ้นจังกา คอยยิงข้าศึกให้บรรไลยลาญ
    ตำแหน่งไหนใครขาดราชการ กูจะผลาญชีวันให้บรรไลยฯ
    เสนารับอภิวาทกรุงกษัตริย์ มาเร่งรัดเรียกกันเสียงหวั่นไหว
    ครั้นพร้อมเสร็จยกทัพขับกันไป คอยชิงไชยชาญชาวชวามลายู
    พวกรักษาหน้าที่สักสี่หมื่น ประปืนน้อยใหญ่ใส่ดินหู
    บ้างขึ้นป้อมล้อมวังนั่งประตู มิให้ผู้คนเข้าละเล้าละลุม
    เที่ยวร้องป่าวชาวอาณาประชาราษฏร์ สั่งให้กวาดครอบคัวเข้ามั่วสุม
    ทั้งเหนือใต้ไพร่ฟ้ามาประชุม ตั้งชุมชนแน่นไปในกำแพง
    พวกผู้ดีมีทรัพย์แลสิ่งของ เอาเงินทองใส่ถังเที่ยวฝังแฝง
    ทั้งเอมโอชโภชนาราคาแพง ทุกเขตต์แขวงธานีไม่มีสบายฯ
    ฝ่ายสุรางค์นางนาฏในราชฐาน แต่ทราบสารศึกใหญ่ก็ใจหาย
    หลวงแม่เจ้าท้าวนางทั้งขรัวนาย เที่ยวยักย้ายข้าวของทำกรองกรอบ
    พระญาติวงศ์พงศาคณาสนม ทุกหมู่หรมตรอมอุราทำหน้าจ๋อย
    ไม่ผัดหน้าทาน้ำมันกันไรรอย แต่เศร้าสร้อยโศกาทุกนารี
    บ้างพูดกันฉันเองอกจะแตก กลังแต่แขกเช่นเขาว่ากลาสี
    มันจับได้จะไปฆ่าผ่าเอาดี ไปเขียนสีผ้าลายลูกตายจริง
    บรรดาเหล่าสาวสวรรค์ให้ครั่นคร้าม คิดไปตามวิไสยน้ำใจหญิง
    บ้างไปบอกเพื่อนรักที่พักพิง เราอย่าทิ้งกันหนอจนมรณา ฯ
    สงสารองค์นงลักษณ์อัคเรศ แต่แจ้งเหตุให้วิโยคโศกหนักหนา
    รบครรไลไปปราสาทราชธิดา เข้ากอดแก้วเกษราโศกาไลย
    โอ้ลูกน้อยกลอยจิตต์เจ้าแม่เอ๋ย กรรมเจ้าเคยสมสร้างแต่ปางไหน
    กษัตริย์อื่นหมื่นแสนทุกแดนไกร มาขอเจ้าท้าวก็ไม่เป็นไมตรี
    ทำจนให้อ้ายแขกที่แปลกชาติ มามุ่งมาดหมายประโลมแม่โฉมศรี
    ไม่ให้ปันมันมาจะราวี ชาวบุรีร้อนใจดังไฟกาล
    แม่กลัวพระปิตุรงค์จะส่งเจ้า ไปให้เขาต่างประเทศเขตต์สถาน
    เช่นนั้นแน่แม่หมายจะวายปราณ แต่สงสารสายใจจะไกลกัน
    กรรแสงพลางต่างสอึกสอื้นไห้ กำนัลในใหญ่น้อยพลอยโศกศัลย์
    ทั้งองค์แก้วเกษราวิลาวรรณ นางก้มกรรแสงให้พิไรทูล
    ถึงสุดคิดปิตุรงค์จะส่งลูก จะไปผูกคอตายให้หายสูญ
    ไม่ขอพบคบแขกแปลกประยูร แล้วนางพูลเทวษร่ำระกำใจ
    พระมารดาสอนธิดาว่าเจ้าแม่ จงอยู่แต่ปรางค์ปราอย่าไปไหน
    หมั่นสวดมนต์บ่นภาวนาไป ให้พ้นไภยพวกพาลชาญฉกรรจ์
    แม่จะไปเผ้าองค์พระทรงเดช ให้แจ้งเหตุทุกข์ร้อนได้ผ่อนผัน
    พลางจุมพิตธิดาวิลาวรรณ แล้วโศกศัลย์เสด็จมายังสามีฯ
    สงสารแก้วเกษราสุดาสมร ครั้นมารดรจากห้องให้หมองศรี
    กลัวจะตกไปแก่ไพรี นางเข้าที่ไสยาโศกาไลย
    คิดคนึงถึงพราหมณ์ทรามสวาท ใจจะขาดเสียด้วยคิดพิสมัย
    ได้ตอบสารการรักประจักษ์ใจ จำจำไกลเนตรน้องเพราะกองกรรม
    พอรู้ข่าวข้าศึกจะนึกพรั่น เพราะหมายมั่นไม่มีที่อุปถัมภ์
    จะหนีไปไหนไม่สั่งมั่งสักคำ หรือจะจำคิดอ่านประการใด
    จึงเรียกสี่พี่เลี้ยงมาเคียงข้าง แล้วว่าพี่สี่นางจะทำไฉน
    แม้นสุดฤทธิบิตุรงค์จะส่งไป น้องนี้ไม่ขออยู่จะสู้ม้วยฯ
    ทั้งสี่นางต่างประโลมโฉมเฉลา แม้นแม่เจ้าวอดวายจะตายด้วย
    ต่างครวญคร่ำกำสรดระทดระทวย ใครจะช่วยแม่ได้ก็ไม่มี
    จำจะไปใต่ถามเจ้าพราหมณ์น้อย ยังติดสอยคอยครวญอยู่สวนศรี
    ซึ่งสาราว่าสวาทแสนทวี ประเดี๋ยวนี้จะคิดอ่านประการใด
    แต่ประตูผู้คนเขาค้นคว้า จะไปมาซ่อนเร้นเห็นไม่ได้
    ว่าโฉมยงจะประสงค์สุมาไลย ใช้ออกไปเป็นรับสั่งจึงบังควรฯ
    พระบุตรีศรีสวัสดิ์จึงตรัสว่า กระนั้นพี่ศรีสุดาจงไปสวน
    ยังมีต่อ

  2. #2

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ 6 ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

    พระบุตรีศรีสวัสดิ์จึงตรัสว่า กระนั้นพี่ศรีสุดาจงไปสวน
    แล้วซักไซ้ไต่ถามตามกระบวร ให้ถี่ถ้วนด่วนมาอย่าช้าทีฯ
    ศรีสุดาดีใจเข้าในห้อง เปิดคันฉ่องส่องเสยเกสีหวี
    แล้วผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย์ ให้ทาสีถือกระจาดแล้วนาดนวล
    บอกกับชายนายประตูผู้กำกับ บัดนี้รับสั่งใช้ให้ไปสวน
    นางโฉมยงจะประสงค์ดอกลำดวน บอกแล้วด่วนรีบรุดไปอุทยาน
    พอเห็นหน่อกษัตริย์สามพราหมณ์พี่เลี้ยง มายืนเคียงคอยท่าน่าสงสาร
    จึงหยุดยั้งนั่งประณตบทมาลย์ ไม่ว่าขานค้อนพราหมณ์ทั้งสามคน
    แล้วแสแสร้งแจ้งข้อหน่อกษัตริย์ ถ้าคิดปัดเสียแล้วเห็นไม่เป็นผล
    บัดนี้ท้าวอุเทนเขาเกณฑ์พล มาประจญจะให้ส่งองค์ธิดา
    ทูลกระหม่อมจอมกษัตรยิ์ต้องจัดทัพ ไปตั้งรับรบพุ่งยุ่งหนักหนา
    ถ้าเพลี่ยงพล้ำจำส่งองค์พงา กัลยาหมายมั่นจะบรรลัย
    จึงใช้ข้ามาถามเป็นความลับ พระจะดับยุคเข็ญเป็นไฉน
    แม้นสุดฤทธิสุดรู้ภูวนัย จะบรรลัยเสียให้ลับอัประมาณฯ
    พระฟังข่าวผ่าวร้อนถอนสะอื้น แล้วกลั้นกลืนชลนาน่าสงสาร
    จึงตอบตำศรีสุดายุพาพาล แม้นเกิดการโกลาถึงธานี
    ท้าวจะส่งองค์นางเหมือนอย่างว่า จะอาสาสู้ศึกไม่นึกหนี
    ถวายตัวเป็นทหารออกต้านตี ให้โยธีทัพแขกแตกกระจาย
    ทั้งพวกพี่สี่คนไม่เข็ดขาม จะสงครามชิงนางเหมือนอย่างหมาย
    แม้นดวงเนตรเกษราชีวาวาย จะขอตายตามสัตย์ที่ปฏิญาณ
    วันนี้เจ้าเอาข่าวมาบอกพี่ เป็นไมตรีตราบเท่าอวสาน
    ทำไฉนพี่จะได้ทำราชการ ช่วยคิดอ่านเพททูลอย่าสูญใจฯ
    ศรีสุดาหน้าม่อยชม้อยชม้าย ทำเอียงอายอ่อนคอแล้วพ้อให้
    น่าหัวเราะทั้งทุกข์สนุกใจ พระจะไปเป็นทหารสงสารจริง
    อันศึกเสือเหนือใต้มิใช่ง่าย ไม่สบายเหมือนหนึ่งเที่ยวเกี้ยวผู้หญิง
    ถึงกล้าหาญชาญไชยจะไปจริง ก็เห็นมิ่งเยาวมาลย์จะทานทัด
    ซึ่งโปรดไว้ใยเยื่อเมื่อตะกี้ เหมือนมณีหรือจะผูกกับลูกปัด
    ไม่คู่เคียงเรียงเม็ดเพชรรัตน์ อย่าแกล้งตรัสแยบคายภิปรายเปรยฯ
    พระแย้มยิ้มพริ้มพักตร์พจนารถ อย่าเพ่อขาดไมตรีเจ้าพี่เอ๋ย
    ไม่เห็นรักหนักในน้ำใจเลย ทั้งเยาะเย้ยย้อนว่าสารพัน
    ถึงผอมซูบรูปร่างเหมือนอย่างพี่ ถ้าต่อตีเรี่ยวแรงแข็งขยัน
    แต่สี่คนพลอื่นลักหมื่นพัน จะห้ำหั่นเสียให้ยับลงกับมือ
    ครั้นจะออกอาสาเหมือนว่ากล่าว ก็กลัวท้าวจะไม่รับไม่นับถือ
    จึงรอรั้งฟังข่าวเขาเล่าลือ ถ้าเหลือมือศึกมาถึงธานี
    จะไปรับโฉมงามทรามสวาท จากปราสาทมาสงวนไว้สวนศรี
    แม้นสงครามตามมาจะราวี ให้ไพรีย่อยยับอัปรา
    เจ้าเข้าไปในวังจงฟังข่าว ได้เรื่องราวรีบออกมาบอกหนา
    แล้วเด็กดอกสุมาลีให้ศรีสุดา นางคำนับรับบุบผาลาครรไล
    ทั้งสามพราหมณ์ถามข่าวถึงคู่ชื่น สำราญรื่นหรือว่าน้องไม่ผ่องใส
    ศรีสุดาว่าข้าไม่เข้าใจ ว่าข้างในจะอยู่สุขหรือทุกข์ร้อน
    มีธุระจะสั่งไปมั่งหรือ จะช่วยสื่อศุภสารสมานสมร
    นางพ้อตัดขัดเคืองชำเลืองค้อน แล้วรีบร้อนกลับหลังเข้าวังใน
    ถึงปรางค์ทองย่องย่างเข้าข้างที่ อัญชลีเล่าแจ้งแถลงไข
    หน่อกษัตริย์ตรัสสั่งมาอย่างไร รำพรรณให้แจ้งจิตต์พระธิดาฯ
    ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ รู้รหัสว่าพระคอยละห้อยหา
    คิดถึงองค์ทรงเดชให้เวทนา จะอาสาสงครามเพราะความรัก
    เมื่อรูทรงองค์เอวก็อ้อนแอ้น ยังขืนแค่นคิดการจะหาญหัก
    น่าสงสารผ่านฟ้าหนักหนานัก นางซบพักตรให้สอื้นกลืนน้ำตา
    พระยอดรักรูปทองของน้องเอ๋ย เมื่อไรเลยน้องจะได้ออกไปหา
    แม้นบ้านเสียเมืองแตกแขกเข้ามา จะอุตส่าห์ไปให้พบประสบองค์
    ขอวายวางข้างบาทบทเรศ พระปิ่นเกศกษัตริย์ชาติราชหงส์
    ถึงชาตินี้มิได้อยู่เป็นคู่คง ขอพบองค์ภูวนาถทุกชาติไป
    อันชายอื่นหมื่นแสนทั้งแผ่นภพ ไม่ขอคบขอคิดพิสมัย
    นางครวญคร่ำรำพึงตลึงตไล ด้วยจิตต์ใจอยู่ที่ศรีสุวรรณฯ
    สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างบรรจถรณ์แท่น ต่างก็แสนคร่ำครวญถึงสวนขวัญ
    ข้ากับเจ้าเศร้าโศกเสมอกัน ไม่เว้นวันโหยไห้อาลัยลานฯ
    จะกล่าวถึงนายทัพอุเทนราช พบอำมาตย์รมจักรเข้าหักหาญ
    ทั้งยิงแย้งแทงฟันประจัญบาน ไทยไม่ทานมือแขกก็แตกยับ
    พลชวามลายูทั้งมูหงิด ก็ตามติดหักโหมเข้าโจมจับ
    ชาวบุรีหนีหลบไม่รบรับ จนกองทัพโอบอ้อมเข้าล้อมเมืองฯ
    สงสารท้าวทศวงค์พงศ์กษัตริย์ โทมนัสทุกข์ตรอมจนผอมเหลือง
    ยังมีต่อ

  3. #3

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ 6 ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

    สงสารท้าวทศวงค์พงศ์กษัตริย์ โทมนัสทุกข์ตรอมจนผอมเหลือง
    เสนาในไพร่นายก็ตายเปลือง เห็นบ้านเมืองแม่นมั่นจะอันตราย
    นึกจะส่งองค์ธิดาให้ข้าศึก แล้วกลับนึกอดสูไม่รู้หาย
    หวนมานะกษัตราปรีชาชาย ถึงเป็นตายไว้ชื่อให้ลือชา
    จึงแต่งองค์ทรงขอขึ้นคอช้าง พวกขุนนางแห่แหนไปแน่นหนา
    เที่ยวตรวจไตรไพร่พหลพลโยธา ให้รักษาหน้าที่เชิงเทินไว้
    แม้นข้าศึกฮึกเหิมมาหักหาญ จะต่อต้านปีนสะพานขึ้นด้านไหน
    หลอมตะกั่วขั้วทรายปรายลงไป ยิงปืนใหญ่แย้งรับให้ยับเยิน
    แล้วเกณฑ์ไพร่ในบุรีไว้สี่หมื่น ฉวยค่ำคืนการขุกจะฉุกเฉิน
    จะได้เพิ่มเติมคนบนเชิงเทิน เสด็จเดินช้างตรวจทุกหมวดมาฯ
    ฝ่ายทหารท่านท้าวอุเทนราช สี่อำมาตย์ตัวนายทั้งซ้ายขวา
    เช้าตั้งค่ายรายกำแพงแย่งปีกกา แล้วปรึกษาคิดอ่านการณรงค์
    จำจะให้ทูตถือหนังสือสาร ไปว่าขานข้อความตามประสงค์
    แม้นเจ้าเมืองรมจักรยังรักองค์ ให้เร่งส่งพระธิดาอย่าช้านาน
    เห็นพร้อมใจให้เสมียนเขียนหนังสือ ให้ผู้ถือสาราที่กล้าหาญ
    ขึ้นขี่ม้าโบกธงตรงทวาร ชูแต่สารไว้ให้เห็นเป็นสำคัญฯ
    ข้างพวกไทยให้ล่ามไปถามซัก แจ้งประจักษ์ความจริงทุกสิ่งสรรพ์
    จึงเสนาเข้าเฝ้าพระทรงธรรม์ บังคมคัลทูลแถลงแจ้งกิจจาฯ
    กรุงกษัตริย์ให้กลับไปรับสาร เอามาอ่านพร้อมขุนนางที่ข้างหน้า
    หนังสือสี่มนตรีซึ่งมีมา ว่าเมตตาทูลท้าวเจ้านคร
    พระปิ่นเกล้าชาวชวาอาณาจักร ประสงค์รักพระบุตรีศรีสมร
    ได้งอนง้อขอสู่กับภูธร ก็ตัดรอนมิได้รับให้อัประมาณ
    จึงตรัสใช้ให้เรามาเอาโทษ ให้สิ้นโคตรขัตติยามหาศาล
    บัดนี้เราเข้ามาล้อมป้อมปราการ ชีวิตท่านเหมือนลูกไก่อยู่ในมือ
    แม้นบีบเข้าก็จะตายคลายก็รอด จะคิดลอดหลบหลีกไปอีกหรือ
    แม้นโอนอ่อนงอนง้อไม่ต่อมือ อย่าดื้อดึงเร่งส่งองค์บุตรี
    จะนำนางไปถวายถ่ายชีวิต ให้พ้นผิดอยู่บำรุงซึ่งกรุงศรี
    ไม่ส่งมาถ้าเราได้เข้าตี ชาวบุรีก็จะตายวายชีวาฯ
    พระทรงฟังหนังสือรื้อเป็นทุกข์ จึงถามมุขมนตรีที่ปรึกษา
    หนังสือสี่มนตรีเขามีมา พวกเสนาใครจะเห็นเป็นอย่างไรฯ
    ฝ่ายข้าเฝ้าเข้าชื่อหารือพร้อม แล้วทูลจอมกษัตริย์อัชฌาไสย
    มิอ่อนน้อมยอมยิงจะชิงไชย ก็เห็นไม่พ้นอาญาปัจจามิตร
    แม้นทรงธรรม์กรุณาประชาราษฎร์ อนุญาตยอมถวายให้หายผิด
    เหมือนให้เหล่าชาวบุรีมีชีวิต ขอพระองค์ทรงคิดให้ควรการณ์ฯ
    พระฟังคำปรึกษาพวกข้าเฝ้า ยิ่งร้อนเร่าราวกับไฟประลัยผลาญ
    แต่นิ่งนึกตรึกตราอยู่ช้านาน มีโองการสั่งมหาเสนาใน
    จงปล่อยทูตผู้ถือหนังสือสาร ไปแจ้งการณ์บอกับแม่ทัพใหญ่
    ซึ่งให้คิดผิดชอบเราขอบใจ ขอตรึกไตรตรองความสักสามวันฯ
    อำมาตย์รับกลับออกมาบอกทูต ต่างคนพูดนัดหมายแล้วผายพัน
    ท้าวทศวงศ์ลงจากอาสน์สุวรรณ เข้าสู่บรรจถรณ์แท่นแสนรำคาญ
    บรรทมนิ่งอิงแอบแนบเขนย ไม่สรงเสวยโภชนากระยาหาร
    เสียงอึงอื้อรื้อออกนอกพระลาน พระวงศ์วารพร้อมพรั่งคอยฟังความฯ
    ฝ่ายพระนุชบุตรีกับพี่เลี้ยง ได้ยินเสียงกึกก้องท้องสนาม
    ให้คนใช้ไปสืบข่าวสงคราม มาทูลความว่าเขาล้อมป้อมปราการ
    นางโฉมยงองค์สั่นพระขวัญหาย ก็ฟูมฟายชลนาน่าสงสาร
    สี่พี่เลี้ยงชมโฉมประโลมลาน เยาวมาลย์อย่ากรรแสงแข็งพระทัย
    หน่อกษัตริย์ตรัสว่าจะมารับ ถ้าถึงอับจนแท้จะแก้ไข
    เห็นพระองค์คงจะมาเหมือนว่าไว้ อย่าเสียใจเลยพระน้องจะหมองนวล
    อันชาตินี้พี่ไม่ขอเป็นข้าแขก ถึงเมืองแตกจะไปตายอยู่ปลายสวน
    นางฟังคำรำพรรณที่รัญจวน ให้ปั่นป่วนใจอยู่ไม่รู้วาย ฯ
    ศรีสุวรรณครั้นเห็นปัจจามิตร มาตั้งติดกรุงไกรก็ใจหาย
    จึงปรึกษาว่ากับพราหมณ์ทั้งสามนาย น้องเสียดายพระธิดายุพาพาล
    พี่ไม่ห่วงบ่วงใยใครดอกหรือ จึงกอดมือเมินหน้าไม่ว่าขาน
    เขาตั้งค่ายรายล้อมป้อมปราการ ไม่สงสารสามนางหรืออย่างไร ฯ
    พี่เลี้ยงพราหมณ์สามคนว่าจนจิตต์ หรือพ่อคิดเห็นจะคล่องทำนองไหน
    รณรงค์สงครามก็ตามใจ ไม่ไปไกลบาทาฝ่าธุลี ฯ
    หน่อกษัตริย์ตรัสว่าถ้าเช่นนั้น จะพากันไปเฝ้าเจ้ากรุงศรี
    ยังมีต่อ

  4. #4

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ 6 ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

    หน่อกษัตริย์ตรัสว่าถ้าเช่นนั้น จะพากันไปเฝ้าเจ้ากรุงศรี
    เราเดินทางหว่างค่ายพวกไพรี ให้โยธีกองทัพออกจับตัว
    จึงฟันฝ่าข้าศึกสะอึกไล่ เอาหัวไอ้ชาวพลไปคนละหัว
    แทนธูปเทียนดอกไม้ถวายตัว ให้เห็นทั่วจะได้ลือฝีมือเรา ฯ
    เจ้าพราหมณ์ฟังสรรเสริญเกินฉลาด สมเป็นชาติเชื้อชายไม่อายเขา
    แม้นมิให้ใครรู้จะดูเบา ด้วยรูปเรานั้นไม่น่าจะราวี ฯ
    พระแย้มสรวลชวนพราหมณ์สามพี่เลี้ยง จะทุ่มเถียงกันอยู่ไยไปหรือพี่
    แล้วแต่งองค์ทรงงามเป็นพราหมณ์ชี เหน็บกระบี่ถือกระบองของอาจารย์
    พี่เลี้ยงพราหมณ์สามตะพายสายกำซาบ ถือทั้งดาบสองข้างอย่างทหาร
    พระนำหน้าพากันออกนอกอุทยาน แกล้งเดินผ่านริมค่ายพวกไพรี ฯ
    ฝ่ายฝรั่งอังกฤษคิดประหลาด พราหมณ์บังอาจเดินมุ่งเข้ากรุงศรี
    จะจับไว้ไต่ถามความบุรี พวกโยธีพรูพร้อมออกล้อมพราหมณ์
    พระโฉมยงทรงกระบองของวิเศษ สำแดงเดชชิงชัยในสนาม
    สามพี่เลี้ยงเคียงหน้ากล้าสงคราม คอยเดินตามฟันแขกแตกกระจาย
    หน่อกษัตริย์กวัดแกว่งกระบองฟาด บ้างคอขาดแขนกระเด็นไม่เห็นหาย
    ตัดศีรษะโยธาที่ฆ่าตาย ทั้งสามนายหิ้วมาหน้าประตู
    พวกรักษาหน้าที่ก็มี่ฉาว ทั้งนายบ่าวบอกกันสนั่นหู
    เห็นพราหมณ์หิ้วหัวแขกแตกกันดู เปิดประตูให้เจ้าเข้าในเมือง
    แล้วเสนีที่เป็นใหญ่จึงไต่ถาม เจ้าหนุ่มพราหมณ์งามเหลือดูเนื้อเหลือง
    พ่อพากันฟันฝ่าเข้ามาเมือง ธุระเรื่องราชการสถานใด ฯ
    เจ้าพราหมณ์ว่าข้าพเจ้าสำเภาแตก เป็นแต่แขกเมืองมาอยู่อาศัย
    เห็นเขาล้อมป้อมปราการรำคาญใจ ไม่มีใครรบรับกับทมิฬ
    จึงเข้ามาว่าจะขอออกต่อต้าน สังหารผลาญพวกแขกให้แตกสิ้น
    สนองพระเดชพระคุณท้าวเจ้าแผ่นดิน ให้เพิ่มภิญโญยศปรากฏไป ฯ
    พวกเสนาว่าแน่กระนั้นหรือ เจ้าพราหมณ์รื้อรับว่าอย่าสงสัย
    สมคะเนเสนีก็ดีใจ พาเข้าไปทูลแถลง แจ้งกิจจา ฯ
    สมเด็จท้าวเจ้าบุรีรมจักร เพ่งพระพักตร์ดูพราหมณ์งามนักหนา
    เจ้าหนุ่มน้อยนวลละอองอย่างทองทา ดูดวงหน้าเนตรขนงดังวงเดือน
    ทั้งสามพราหมณ์งามราวดาวประดับ ถูกสำรับกันกระไรใครจะเหมือน
    ลูกผู้ดีมิใช่คนพลเรือน ดำริห์พลางทางเอื้อนโองการทัก
    นี่แน่เจ้าเผ่าพราหมณ์นามไฉน จะชิงชัยช่วยสังหารผลาญปรปักษ์
    ซึ่งฟันฝ่าเข้ามาได้ขอบใจนัก แต่จะหักศึกเสือเห็นเหลือมือ
    ด้วยตัวเจ้าเยาว์ยังกำลังน้อย เหมือนไก่ต้อยจะไปสู้อ้ายอูหรือ
    จะแจ้งเหตุเภทผลแต่ต้นมือ มีหนังสือเสนามาวันนี้
    ให้เราส่งองค์ราชธิดาถวาย จะเคลื่อนคลายกองทัพกลับกรุงศรี
    เราปรึกษาข้าเฝ้าเหล่าเสนี เขาเห็นดีจะให้ส่งองค์ธิดา
    แม้นเจ้าออกชิงไชยไม่ชนะ ก็เห็นจะชุลมุนวุ่นหนักหนา
    ซึ่งจะปราบศัตรูกู้ภารา ด้วยวิชาความรู้หรือสู้รบ ฯ
    เจ้าพราหมณ์ฟังบังคมบรมนาถ ข้าพระบาทพากเพียรได้เรียนจบ
    ชำนาญในไตรเพทวิเศษครบ จะรุกรบราวีให้มีชัย
    ซึ่งจะส่งองค์พระบุตรีนั้น ทมิฬมันจะประมาทพระบาทได้
    เป็นเหตุผลต้นความด้วยทรามวัย ขอจงให้นางสะเดาะพระเคราะห์นาม
    จะช่วยทำน้ำทิพมนต์ถวาย พระเคราะห์คลายข้าศึกจะนึกขาม
    จะอาสาพระองค์ทำสงคราม ช่วยปราบปรามปัจจามิตรที่ติดเมือง
    ขอแต่ม้าพาชีสีต่างต่าง เป็นสี่อย่างขาวเขียวกะเลียวเหลือง
    ที่เคยศึกฝึกสันทัดไม่ขัดเคือง ประดับเครื่องสำหรับรบให้ครบครัน
    แล้วโปรดให้ไปนัดนายกองทัพ ให้ออกรับรบสู้เป็นคู่ขัน
    จะสังหารผลาญนายวายชีวัน แล้วไล่ฟันพวกไพร่ให้เป็นเบือ ฯ
    สมเด็จท้าวทศวงศ์ทรงสดับ เจ้าพราหมณ์รับอาสาเห็นกล้าเหลือ
    รู้วิชาสามารถเป็นชาติเชื้อ พระหลงเชื่อชื่นใจใครจะปาน
    จึงตรัสว่าถ้าเสร็จสำเร็จศึก เราจะนึกว่าเหมือนบุตรสุดสงสาร
    แล้วตรัสสั่งเสนาปรีชาชาญ เกณฑ์ทหารให้เจ้าพราหมณ์ดูตามบุญ
    เอาม้าทรงโรงในมาให้ขี่ แล้วเสนีจงกำกับเป็นทัพหนุน
    เห็นเพลี่ยงเราเข้าช่วยให้ชุลมุน เดชะบุญก็จะแพ้แก่เจ้าพราหมณ์
    ให้นัดนายทัพชวาว่าพรุ่งนี้ ให้มาที่ทุ่งกว้างกลางสนาม
    จะชิงชัยไว้ยศให้งดงาม แพ้สงครามจึงจะส่งองค์ธิดา
    บนเชิงเทินทำให้มีที่ประทับ ไว้สำหรับดูเล่นเป็นสง่า
    เร่งจัดห้องท้องพระโรงรจนา ให้เจ้าพราหมณ์ตามประสาสบายใจ
    แล้วปลอบถามพราหมณ์น้อยกลอยสวาท เจ้ารู้ศาสตราเวทข้าเพศไสย
    จะเสดาะเคราะห์นางนั้นอย่างไร ช่วยขับไล่ผ่อนผันให้บันเทา ฯ
    * หน่อกษัตริย์สมคเนจึงเสแสร้ง จะต้องแต่งเตียงพิธีเป็นสี่เสา
    สำหรับทำน้ำสรงนางนงเยาว์ แล้วเสกเป่าปัดเคราะห์เสดาะไป ฯ
    * ฝ่ายท้าวทศวงศ์ก็หลงเชื่อ ด้วยเชื่อถือมั่นคงไม่หลงไสย
    จึงว่าเชิญโฉมงามเจ้าพราหมณ์ไป ที่ข้างในจะได้ช่วยอำนวยการ
    แล้วนำหน้าพราหมณ์ตามลีลาศ เข้าในวังนั่งอาสน์มุกดาหาร
    มเหสีสาวสรรคพนักงาน มาหมอบกรานกราบก้มบังคมคัล
    พระบอกองค์นงลักษณ์อัคเรศ เจ้าพราหมณ์เทศทั้งสี่ดีขยัน
    เห็นฝรั่งอังกฤษมาติดพัน จึงบุกบั่นฟันฝ่ามาหาเรา
    จะอาสาฆ่าแขกให้แตกยับ ถ้าเสร็จสรรพแล้วจะแทนพระคุณเขา
    อันองค์แก้วเกษราธิดาเรา ข้างฝ่ายเจ้าพราหมณ์เห็นว่าเป็นเคราะห์
    ประเดี๋ยวนี้พี่ก็พาเขามาด้วย ให้เขาช่วยรดน้ำทำเสดาะ
    เดชะบุญลูกน้อยค่อยละเลาะ ให้สิ้นเคราะห์สิ้นโศกสิ้นโรคไภย ฯ
    * มเหสีฟังสารโองการตรัส นางกษัตริย์ยินดีจะมีไหน
    ยังมีต่อ

  5. #5

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ 6 ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

    * มเหสีฟังสารโองการตรัส นางกษัตริย์ยินดีจะมีไหน
    ดูรูปพราหมณ์งามพร้อมละม่อมละไม จึงปราไสยสนทนาด้วยการุญ
    น่าเอ็นดูผู้ใดเป็นพี่น้อง นวลลอองรูปร่างเหมือนอย่างหุ่น
    ช่วยรบแขกแตกแตนจะแทนคุณ จงการุญราษฎรร้อนอุรา
    ซึ่งเจ้าจะเสดาะพระเคราะห์ น้อง ต้องการของสิ่งใดจะได้หา
    ศรีสุวรรณอภินันท์จำนรรจา จะเอาผ้าขาวลาดดาเพดาน
    ให้โฉมยงนงเยาว์เข้ามณฑล รดน้ำมนต์มุรธากระยาสนาน
    จัดบัลลังก์ตั้งเครื่องนมัสการ จะได้อ่านมนต์เสดาะพระเคราะห์นาง ฯ
    * ท้าวทศวงศ์ทรงฟังไม่กังขา ให้จัดหาสาระพัดไม่ขัดขวาง
    ทุกกระทรวงหลวงแม่เจ้าทั้งท้าวนาง รีบไปปรางค์พระธิดายุพาพาล
    ทูลแถลงแจ้งความว่าพราหมณ์เทศ ผู้วิเศษจะมาทำน้ำสนาน
    ภูวไนยใช้ข้ามาจัดการ ให้เยาวมาลย์เข้ามณฑลพิธี ฯ
    * นางฟังความซักถามประจักษ์แจ้ง ว่าพระแกล้งจะมาหามารศรี
    จึงว่าตามรับสั่งเถิดครั้งนี้ แล้วเทวีเข้าในห้องไสยา
    สี่พี่เลี้ยงเคียงข้างต่างวิตก เออก็อกเอ๋ยอาจออกอาสา
    นางโฉมยงทรงสอื้นกลืนน้ำตา คิดว่าว่าเล่นเล่นมาเป็นจริง
    เมื่อรูปทรงองค์เอวจะเด็ดขาด กิริยามารยาทเหมือนผู้หญิง
    จะสู้เขาเอาชีวิตมาปลิดทิ้ง ยิ่งคิดยิ่งสงสารพระผ่านฟ้า
    แม้นมาถึงปรางค์ทองน้องจะห้าม มิให้พระโฉมงามออกอาสา
    ถึงอับจนผลกรรมได้ทำมา จะก้มหน้าหนีไปในไพรวัน
    พี่เลี้ยงว่าน่าแค้นทั้งสาม ไม่ห้ามปรามน้องชายให้ผายผัน
    มาถึงนี่พี่จะว่าสาระพัน ปรึกษากันต่างแลชะแง้คอย ฯ
    * ฝ่ายท้าวนางต่างแต่งตามรับสั่ง พระเต้าตั้งน้ำมนต์ปนส้มป่อย
    ประทีปธูปเทียนบูชาระย้าย้อย ให้ตั้งคอยเสร็จสรรพแล้วกลับไป
    ทูลฉลองว่าจัดเสร็จ เชิญเสด็จโดยจินดาอัชฌาไสย
    สองกษัตริย์ตรัสชวนพราหมณ์ครรไล กำนัลในนางห้ามก็ตามมา
    ขึ้นปราสาทพระบุตรีศรีสวัสดิ์ เห็นที่จัดแจงพร้อมหอมบุบผา
    ให้พราหมณ์นั่งยั้งอยู่ดูเวลา พระมารดาเข้าห้องทองบรรทม
    เห็นลูกน้อยสร้อยเศร้าเฝ้ากรรแสง จึงบอกแจ้งจูบเกล้าทั้งเผ้าผม
    พระบิดาพาผู้รู้อาคม เป็นพราหมณ์พรหมจารีทั้งสี่คน
    จะเสดาะเคราะห์ร้ายสายสวาท ให้แคล้วคลาดโรคาสถาผล
    สายสุดใจไปเข้าที่มณฑล จะได้พ้นภยันต์อันตราย ฯ
    * นางกราบกรานมารดาประหม่าจิตต์ ให้เขินคิดอดสูมิรู้หาย
    ทำบิดเบือนเชือนช้าระอานาย หมอบชะม้ายเบือนหน้าไม่พาที
    พระมารดาว่าองค์พระทรงเดช ปิตุเรศคอยท่ามารศรี
    จะเคืองขัดอัธยาฝ่าธุลี นางพวกพี่เลี้ยงมาพาออกไป
    สี่พี่เลี้ยงเคียงประคองทั้งสองข้าง มิใคร่ย่างบาทาลีลาได้
    ค่อยแหวกม่านคลานเคียงเลี่ยงออกไป เข้าไปในมณฑลบนบัลลังก์
    ให้ทั้งสี่พี่เลี้ยงอยู่เคียงข้าง พวกห้ามแหนแสนสุรางค์อยู่ข้างหลัง
    สมเด็จท้าวทศวงศ์ดำรงวัง จึงตรัสสั่งพี่พราหมณ์อย่าขามใคร
    จงพลีบัดปัดเคราะห์เสดาะนาม ไม่ห้ามปรามตามตำราอัชฌาไสย
    เหมือนพงศ์พันธุ์กันเองอย่าเกรงใจ สุดแต่ได้ฤกษ์พาเวลาดี ฯ
    * ศรีสุวรรณรับรสพจนาตถ์ ขึ้นนั่งอาสน์ตรงหน้ามารศรี
    พราหมณ์พี่เลี้ยงขึ้นนั่งบังอัคคี พอพาทีกันเบาเบาแต่เก้าคน
    แล้วจุดเทียนบูชาสมาธิ ตั้งสติตาจับกันสับสน
    เสียงพึมพำทำอุบายว่าร่ายมนต์ พอให้คนเขาได้ยินไม่กินใจ ฯ
    * หน่อกษัตริย์ทัศนานุชน้อง นวลลอองผ่องพักตรเพียงแขไข
    ดูจิ้มลิ้มพริ้มพร้อมละม่อมละไม ดังนางในดุสิตาลงมาดิน
    พระลืมองค์หลงขยับจะรับขวัญ แล้วคิดทันถอยหลังหวังถวิล
    ค่อยพาทีมิให้ใครได้ยิน ขอเชิญผินพักตรน้องอย่าหมองนวล
    พี่อุส่าห์มาเสดาะพระเคราะห์ให้ หวังจะได้แจ้งความทรามสงวน
    ให้เห็นรักหนักในใจรัญจวน จึงกล้าชวนกันมาอาสารบ
    แม้นม้วยมอดวอดวายสายสวาท นุชนาฎนงเยาว์ช่วยเผาศพ
    พี่คิดถึงจึงอุสาห์มาให้พบ อย่าแกล้งซบซ่อนพักตรไม่ทักทาย ฯ
    * นางโฉมยงทรงสดับอภิวาท กัมปนาทนึกพรั่นพระขวัญหาย
    องค์ระทวยขวยเขินสะเทิ้นอาย ขืนซังตายตอบรสพจมาน
    ซึ่งอาสาสงครามเพราะความรัก พระคุณหนักยิ่งกว่าสุธาสถาน
    แม้นมีไชยไพรินทมิฬมาร จะสำราญเริงรื่นทุกคืนวัน
    ถ้าเสียทัพอัปราปัจจามิตร พระทรงฤทธิมรณาจะอาสัญ
    มิขออยู่สู้ตายวายชีวัน พลางก้มกรรแสงสะอื้นกลืนน้ำตา ฯ
    * พระรับขวัญขวัญอ่อนสมรมิ่ง แม่เป็นหญิงยอดมนุษย์สุดจะหา
    ยังมีต่อ

  6. #6

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ 6 ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

    * พระรับขวัญขวัญอ่อนสมรมิ่ง แม่เป็นหญิงยอดมนุษย์สุดจะหา
    เพราะรักนางอย่างยิ่งกว่าชีวา จึงอาสาปิตุรงค์ออกสงคราม
    แขกฝรั่งอังกฤษไม่คิดพรั่น จะฟาดฟันให้วินาศกลาดสนาม
    แต่เสร็จศึกขอให้เสร็จสำเร็จความ จะได้งามพักตราในธาตรี ฯ
    * นางฟังคำทำเคืองชำเลืองค้อน ยิ่งทุกข์ร้อนก็ยิ่งว่าน่าบัดสี
    แม้นต่อตีมีชัยจะได้ดี คงเป็นที่เจ้าพระยาอย่าปรารมภ์
    เมื่อเอวองค์ทรงฤทธินิดเท่านั้น จะประจัญกับศัตรูดูไม่สม
    เข้ารบกันมันผลักก็จักล้ม น้องปรารมภ์ร้อยอย่างไม่วางใจ ฯ
    * พระแย้มยิ้มพริ้มพรายเห็นตายราบ กระซิบกระซาบสั่งมิตรพิสมัย
    พรุ่งนี้เช้าเจ้าตามเสด็จไป ดูชิงไชยบนพลับพลาหน้าเชิงเทิน
    พอให้พี่มีแรงได้แผลงฤทธิ ให้อังกฤาทัพแขกแตกกระเพิ่น
    ศรีสุดาว่าพุคะไม่ละเมิน ถึงไม่เชิญก็ไปดูจะสู้ตาย
    สามพี่เลี้ยงต่างงดอดไม่รอด กระซิบสอดว่าเจ้าพราหมณ์สามสหาย
    ช่างขันสู้แขกเหลื่อเบื่อจะตาย ดูรูปกายก็ไม่น่าอาสารบ
    ถ้าเสียทีชีวีฉันทั้งสาม จะต้องตามหม่อมตายลงหลายศพ
    แม้นชวนองค์ทรงฤทธิคิดอพยพ ดีกว่ารบร้อยเท่าทั้งเบามือ ฯ
    * พราหมณ์พี่เลี้ยงเบี่ยงบ่ายภิปรายตอบ เจ้าว่าชอบกลเหลือจะเชื่อถือ
    ช่วยรบกู้สู้เมืองให้เลื่องลือ ไปปลายมือเห็นจะเป็นเหมือนเช่นนึก ฯ
    * หน่อกษัตริย์ตรัสห้ามสามพี่เลี้ยง อย่าทุ่มเถียงต่อสำนวนจวนจะดึก
    อันถ้อยคำร่ำว่าจะจารึก ที่ตื้นลึกก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ฯ
    * ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ เกรงกษัตริย์สองพระองค์จะสงไสย
    กระซิบว่าน่าเบื่อนี่เมื่อไร จึงจะได้สำเร็จเสร็จพิธี
    ช่างลวงล่อหมอเอกเษกเสดาะ น่าหัวเราะถ้าเขารู้ดูบัดสี
    แกล้งให้น้องต้องมานั่งอยู่อย่างนี้ พระชนนีปิตุรงค์จะสงกา ฯ
    * พระฟังคำจำใจไกลสวาท ใจจะขาดเสียด้วยรักนั้นหนักหนา
    กระซิบสั่งสายใจอาไลยลา แม่ดวงเนตรเกษราจงถาวร
    พี่ขอฝากความรักที่หนักอก ช่วยปกปิดไว้แต่ในน้ำใจสมร
    ถึงม้วยดินสิ้นฟ้าและสาคร อย่าม้วยมรณ์ไมตรีของพี่เลย
    ขอฝากความเสน่ห์หาสาพิภักดิ์ ภิรมย์รักร่วมเรียงเคียงเขนย
    ถึงตัวไปใจอยู่เป็นคู่เชย เมื่อไรเลยจึงจะสมอารมณ์เรียม ฯ
    * นางฟังคำร่ำว่าน่าสังเวช ชลเนตรฟูมฟายไม่อายเหนียม
    ประณตนอบตอบความตามธรรมเนียม น้องทุกข์เทียมเท่าฟ้าสุธาธาร
    แม้นมิกีดปิตุราชมาตุรงค์ จะเชิญองค์ไว้ปราสาทราชฐาน
    บรรทมที่ยี่ภู่ช่วยอยู่งาน ให้สำราญร่มเกล้าทุกเพลางาย
    นี่จนใจได้แต่ใจนี่ไปด้วย เป็นเพื่อนม้วยภูวนาถเหมือนมาดหมาย
    แม้นเมตตาอย่าให้น้องต้องได้อาย นางฟูมฟายชลนาด้วยอาไลย
    บรรดาเหล่าสาวสุรางค์ ทั้งปรางค์รัตน์ กับกษัตริย์สององค์ไม่สงไสย
    เสียงงึมงึมพึมพำร่ำพิไร สำคัญไปว่าบ่นพระมนตรา
    จนจวนรุ่งเทียนไชยจะใกล้หมด พระกำสรดสั่งมิตรขนิษฐา
    ทั้งสองข้างต่างสะอื้นกลืนน้ำตา พระลีลาจากบัลลังก์ทั้งพี่เลี้ยง
    มานบนั่งบังคมบรมนาถ อยู่ริมอาสน์เบื้องซ้ายฝ่ายเฉลียง
    พระบุตรีสี่นางอยู่ข้างเคียง ค่อยคลานเลี่ยงเข้าที่มุลี่บัง ฯ
    * กรุงกษัตริย์ตรัสว่าเจ้าพราหมณ์เทศ ต้องอ่านเวทช้านานทานเจ็บหลัง
    จงกลับไปหลับนอนผ่อนกำลัง อยู่ที่นั่งพระโรงรัตนชัชวาลย์
    ให้ท้าวนางข้างในออกไปส่ง ส่วนพระองค์มาปราสาทราชฐาน
    ฝ่ายขุนนางข้างหน้าราชการ เกณฑ์ทหารไว้แต่ดึกเสียงครึกครื้น
    พอรุ่งเช้าผู้คนก็พร้อมพรั่ง ทั้งหน้าหลังซ้ายขวาสักห้าหมื่น
    ผูกพาชีสี่ม้าล้วนกล้าปืน จูงมายืนเตรียมอยู่ประตูวัง ฯ
    * ฝ่ายพระนุชบุตรีในนิเวศน์ แต่ลับเนตรหน่อกษัตริย์ประหวัดหวัง
    กับทั้งสี่พี่เลี้ยงเคียงบัลลังก์ ไม่นอนนั่งสนทนาด้วยอาไลย
    จนรุ่งแจ้งแต่งองค์สรงสนาน คิดรำคาญขุ่นข้องไม่ผ่องใส
    ชวนพี่เลี้ยงสาวสรรค์กำนัลใน ขึ้นเฝ้าไทปิตุราชมาตุรงค์ ฯ
    * สองกษัตริย์ตรัสทักแล้วซักถาม แม่โฉมงามทรามสงวนนวลหงส์
    ขึ้นมาไยไม่อุสาห์รักษาองค์ หรือโฉมยงขัดขวางเป็นอย่างไร
    * พระธิดาอาดรูทูลฉลอง เสียงกึกก้องโกลาสุธาไหว
    ไม่เห็นองค์ทรงธรรม์ให้พรั่นใจ จะไปไหนลูกน้อยจะพลอยตาม ฯ
    * พระบิดาว่าพ่อก็ไม่ขัด วันนี้นัดชิงไชยในสนาม
    ไปพลับพลาหน้าประตูดูเจ้าพราหมณ์ จะสงครามครั้งนี้ให้มีไชย
    บรรดาเหล่าสาวสรรค์กำนัลนาง จะไปบ้างก็ ไม่ขัดอัชฌาไสย
    แล้วสั่งเหล่าท้าวนางพวกข้างในนาง ไปสั่งให้เตรียมวอจรลี ฯ
    * ฝ่ายท้าวนางต่างคำนับรับบรรหาร ชุลีคลานลงจากปราสาทศรี
    มาเรียกเร่งกรมวังสั่งคดี ออกอึงมี่วุ่นวิ่งทั้งหญิงชาย ฯ
    * ฝ่ายพระหน่อนฤบาลชาญสนาม กับสามพราหมณ์พี่เลี้ยงเห็นเที่ยงสาย
    ต่างชำระสระสนานสำราญกาย ทั้งสามนายแต่งงามเป็นพราหมณ์ชี
    พระทรงเครื่องเคยประดับสำหรับกษัตริย์ เพ็ชรรัตนไพฑูริย์ จำรูญศรี
    แล้วรั้งรอบริกรรมทำพิธี บังเกิดมีแรงกำลังดังนารายณ์
    ครั้นเสร็จสรรพจับกระบองของวิเศษ เจ้าพราหมณ์เทศถือดาบกำซาบสาย
    มาขึ้นม้าพาชีให้คลี่คลาย พลนิกายไปประทับที่พลับพลา ฯ
    * สมเด็จท้าวทศวงศ์ ดำรงราษฎร์ อยู่ปราสาทพรั่งพร้อมพระวงศา
    ฟังสำเนียงเสียงโห่ โกลา ก็ รู้ว่าคลี่คลายขยายทัพ
    จึงสระสรงทรงเครื่องพิไชยยุทธ ใส่มงกุฎแก้วเก็จเพ็ชรประดับ
    ทรงพระแสงเปล่งปลาบดูวาบวับ ตรัสกำชับสาวสุรางค์ไม่วางใจ
    ไปกับกูดูเล่นเห็นเลือดฝาด อย่าหวีดหวาดคิดพรั่นประหวั่นไหว
    แล้วนำหน้าพาสนมกรมใน เสด็จไปหน้าพระลานชานชลา
    ทหารแห่หอกดาบกราบเดียรดาษ พระทรงราชยานเดินดำเนินหน้า
    สองพระองค์ทรงวอต่อกันมา ถึงพลับพลาที่ริมป้อมก็พร้อมเพรียง
    พระจอมพงศ์ทรงนั่งบัลลังก์รัตน์ นางกษัตริย์ สาวสวรรค์อยู่ชั้นเฉลียง
    ดูฝรั่งตั้งค่ายอยู่รายเรียง ออกแซ่เสียงสาวสาวนางชาววัง ฯ
    * ฝ่ายเสนาข้าเฝ้ากับเจ้าพราหมณ์ ก็คลานตามกันมาหน้าที่นั่ง
    ศิโรราบกราบงามลงสามครั้ง คอยตรับฟังพจนาบัญชาการ ฯ
    * สมเด็จท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นประเทศ ทอดพระเนตรโยธาที่หน้าฉาน
    เห็นพร้อมกันบันเทิงเริงสำราญ พระเบิกบานเบือนพักตรมาทักพราหมณ์
    เดชะบุญอุ่นใจบิดานัก เห็นเจ้าจักมีไชยในสนาม
    อย่าประมาทอาจองในสงคราม ดูฤกษ์ยามยกออกนอกบุรี
    เจ้าพราหมณ์ พร้อมน้อมประณตบทเรศ พระชายเนตรทางพลับพลาหลังคาสี
    พอเห็นองค์นงนุชพระบุตรี พระยินดีดูนางไม่วางตา ฯ
    * นางโฉมยงสงสารพระผ่านเกล้า กำสรดเศร้าสอดเนตรดูเชษฐา
    ยังมีต่อ

  7. #7

    Re: พระอภัยมณี ตอนที่ 6 ศรีสุวรรณรบท้าวอุเทน

    * นางโฉมยงสงสารพระผ่านเกล้า กำสรดเศร้าสอดเนตรดูเชษฐา
    ทั้งสามพราหมณ์สามนางต่างตอบตา ศรีสุดาเฝ้าดูภูวไนย
    ทั้งสองข้างต่างคิดพิสวาส แต่ไม่อาจออกหน้าอัชฌาไสย
    สงสารแก้วเกษรายิ่งอาไลย จะใคร่ไปรบด้วยได้ช่วยกัน
    ถึงบรรไลยไม่คิดชีวิตน้อง จะขอรองมุลิกาจนอาสัญ
    พระเปลี่ยวองค์สงสารรำคาญครัน ต่างนึกกลืนกลั้นชลนาโศกาไลย ฯ
    * ฝ่ายห้ามแหนแสนสุรางค์นางสนม พลอยปรารมภ์เศร้าหมองไม่ผ่องใส
    สงสารพราหมณ์ทรามสวาทจะขาดใจ ช่างกระไรอาจองออกสงคราม
    บ้างว่ารูปราวกับหุ่นพ่อคุณเอ๋ย ยังไม่เคยเข้าศึกน้องนึกขาม
    แม้นโรมรันอันตรายเสียดายงาม ให้มีความเสนหาทุกนารี
    บ้างนึกช่วยอวยไชยแต่ในจิตต์ จงเรืองฤทธิ์รบแขกให้แตกหนี
    พอโมงเศษสิบบาทฆาฏเภรี เจ้าพราหมณ์ศรีสุวรรณก้มบังคมลา
    กรุงกษัตริย์อวยพระพรให้ จงมีไชยแก่ศัตรูหมู่มิจฉา
    ให้ผ่องแผ้วแคล้วคลาดซึ่งศาสตรา ทรงศักดาดังนารายณ์วายกูณฐ์ ฯ
    * ศรีสุวรรณกับสามเจ้าพราหมณ์พร้อม ประณตน้อมนบปิ่นบดินทร์ สูรย์ ฯ
    พอสบเนตรเกษรายิ่งอาดรู จำต้องทูลลามาขึ้นพาชี
    ให้ทหารขานโห่ขึ้นสามหน ดำเนินพลออกทวารอิสาณศรี
    เสียงฆ้องกลองก้องสะเทื้อนธรณี พวกโยธีเดินกระบวรล้วนทวนธง
    พวกนายทัพขับม้าพยศย่าง ดูเหมือนอย่างหุ่นเชิดระเหิดระหง
    แกล้งชักน้อยซอยเต้นเผ่นผะจง ผ่านมาตรงหน้าพลับพลาสง่างาม
    เหล่าทหารราญรณประจนศึก กระหึมฮึกโห่ก้องท้องสนาม
    ให้หยุดยั้งตั้งที่สีหนาม เรียงไปตามรัถยาหน้ากำแพง ฯ
    * ฝ่ายฝรั่งปังกลิมาวิชาเยนทร์ สุรเหนมูรตานชาญกำแหง
    เห็นชาวเมืองออกมาตั้งอยู่กลางแปลง ล้วนเสื้อแดงสักระหลาดดาษดา
    นายทั้งสี่มีสัปทนกั้น แต่ไกลกันไม่ตระหนักรู้จักหน้า
    ทั้งสี่นายค่ายหมวดตรวจโยธา ปังลิมากองแขกแซกสมทบ
    วิชาเยนทร์เกณฑ์ฝรั่งฝ่ายอังกฤษ มุรหงิดแขงขันเข้าบรรจบ
    สุรเหนเกณฑ์ชวาล้วนกล้ารบ เข้าสมทบกับปิตันวิลันดาฃ
    มลายูมูรตานเป็นนายทัพ สมทบกับกองฝรั่งบั้งกล่า
    เป็นโยธีสี่หมู่ผู้ศักดา ถือศัสตรากฤชตรีกระบี่ยาว
    ฝ่ายทหารฝรั่งทั้งห้าหมื่น ถีอแต่พื้นทวนคู่ใส่ภู่ขาว
    บ้างถือหอกดาบสั้นกั้นหยั่นยาว เสียงเกรียวกราวเข้าสมทบบรรจบกัน
    ฝ่ายแม่ทัพทั้งสี่เสนีใหญ่ ต่างสอดใส่เสื้อแดงดูแขงขัน
    คาดเข็มขัดรัดผ้าเช็ดหน้าพัน สวมเกราะกันอาวุธยุทธนา
    ใส่หมวกดำกำมะหยี่ล้วนมียอด ขนนกสอดแซมใส่ทั้งซ้ายขวา
    ครั้นเสร็จสรรพจับกระบี่ขึ้นขี่ม้า ให้โยธาเดินธงตรงออกไป
    ทหารโห่รับเร้าจะเอาฤกษ์ เอิกเกริกโกลาสุธาไหว
    เสียงกลองศึกกึกก้องทั้งฆ้องไชย พลไกรเกรียงกรูเป็นหมู่มา ฯ
    * ฝ่ายพระนุชบุตรีสี่พี่เลี้ยง ได้ยินเสียงคึกคักมาหนักหนา
    พระองค์สั่นขวัญหนีดังตีปลา ภาวนาอวยไชยให้เจ้าพราหมณ์
    สาวสุรางค์ต่างเห็นแขกฝรั่ง บ้างถอยหลังล้มทับกับวับหวาม
    กระสับกระส่ายกายสั่นให้ครั่นคร้าม กรุงกษัตริย์ตรัสห้ามให้แขงใจ ฯ
    * ฝ่ายศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ ทรงกัณฐศว์องอาจไม่หวาดไหว
    ม้าพี่เลี้ยงเคียงกันเป็นหลั่นไป เห็นทัพใหญ่ยกมาเป็นหน้ากระดาน
    จึงให้ยกโยธีตีตลบ เข้ารุมรบกลางแปลงแทงทหาร
    ตลุมบอนฟอนฟันประจัญบาน ฝรั่งต้านต่อแย้งแทงด้วยตรี
    โยธาไทยไล่ฟันกระชั้นชิด ผลาญชีวิตแขกชวากลาสี
    ทั้งไพร่นายตายล้มไม่สมประดี ได้ทุกทีบุกบันกระชั้นตาม ฯ
    * ฝ่ายกองทัพปังกลิมาวิชาเยนทร์ สุรเหนมูรตานชาญสนาม
    เห็นพวกพลย่นย่อต่อสงคราม ต่างคุกคามขู่ทัพเข้ารับรบ
    แกว่งกระบี่ขี่ม้าฝ่าทหาร ออกต่อต้านชาวบุรีตีตลบ
    หน่อกษัตริย์สุริยวงศ์ทรงสินธพ ควบเข้ารบกับฝรั่งปังกลิมา
    พราหมณ์วิเชียรชิงสู้มูรตาน ประทะทานทวนรบหลบถลา
    วิชาเยนทร์เผ่นฟาดด้วยศาสตรา เจ้าโมรารองรับทำนองยุทธ
    เจ้าสานนนั้นสู้สุรเหน ล้วนจัดเจนกลอกกลับสัปยุทธ
    ไม่ถอยหลังพลั้งเพลี่ยงเพลงอาวุธ อุดตลุดเลี้ยวไล่ในทำนอง
    ฝรั่งฟาดพลาดแพลงแทงด้วยกฤช เจ้าพราหมณ์ปิดป้องกันผันผยอง
    หน่อกษัตริย์กวัดแกว่งพระแสงกระบอง เข้าตีต้องปังกลิมาชีวาวาย
    เจ้าโมราอานุภาพเอาดาบฉะ ตัดศีร์ษะสุรเหนกระเด็นหาย
    วิเชียรนั้นฟันมูรตานตาย สานนนายพราหมณ์ฆ่าวิชาเยนทร์
    พวกฝรั่งอังกฤษมุรหงิดแขก บ้างตื่นแตกต่างวิ่งทิ้งโล่เขน
    โยธาไทยไล่ทันฟันระเนน ที่ลุยเลนลงน้ำเที่ยวซ้ำแทง
    บ้างจับได้ไพร่เหล่าที่เมื่อยล้า เอาหมวกผ้ามิได้เหลือทั้งเสื้อแสง
    บ้างวิ่งบุกซุกซอนนอนตะแคง โยธาแทงฟันซ้ำระกำเยิน ฯ
    * ฝ่ายท่านท้าวเจ้ากรุงมุ่งเขม้น พอแลเห็นทัพแขกแตกกระเพิ่น
    ทรงพระสรวลเสียงสนั่นชั้นเชิงเทิน อย่ายืนเมินมนตรีเร่งตีกลอง
    ให้พวเราชาวเมืองออกไปช่วย รับคนป่วยคนเจ็บเก็บเอาของ
    แล้วเพิ่มเติมออกไปให้หลายกอง พระยืนร้องเร็วเข้าเอาให้ตาย ฯ
    * พระบุตรีดีใจดังได้แก้ว พระพักตรแผ้วผ่องเหมือนดังเดือนฉาย
    กำนัลในใหญ่น้อยพลอยสบาย พวกผู้ชายสรวลเสเสียงเฮฮา ฯ
    * ฝ่ายกองทัพกับเจ้าพราหมณ์ที่ตามรบ ฟันตลบซ้อนซับดับสังขาร์
    ต้องลุยเลือดไหลนองท้องสุธา จนถึงป่าชายทุ่งนอกกรุงไกร
    จึงเลิกทัพกลับหลังยังสถาน เหล่าทหารโห่ลั่นสนั่นไหว
    เก็บศาสตราอาวุธแลธงไชย บ้างจับได้พาชีก็ขี่มา ฯ
    * สมเด็จท้าวทศวงศ์เห็นธงทัพ รู้ว่ากลับพร้อมกันก็หรรษา
    ส่วนพระองค์ลงจากที่พลับพลา มายืนท่ากองทัพคอยรับพราหมณ์ ฯ
    * ศรีสุวรรณครั้นเห็นกรุงกษัตริย์ ลงกัณฐัศว์เยื้องย่างมากลางสนาม
    พอสบเนตรเกษราพงางาม ต่างมีความชื่นชมโสมนัส
    ครั้นใกล้ถึงจึงคลานค่อยกรานก้ม มาบังคมธิบดินทร์ปิ่นกษัตริย์
    สาวสุรางค์ต่างเบียดกันเยียดยัด คอยฟังตรัสไต่ถามเนื้อความกัน ฯ
    * สมเด็จท้าวทศวงศ์ตรงเข้าใกล้ จึงปราไสยว่าเจ้าแรงแขงขยัน
    ช่วยรบแขกแตกตายวายชีวัน ขอเชิญขวัญนัยนาเข้าธานี
    แล้วพระองค์ทรงราชยานรัตน์ พร้อมขนัดแน่นสนมนารีศรี
    สองพระองค์ทรงวอจรลี พวกเสนีชีพราหมณ์ ก็ตามมา
    ครั้นถึงวังสั่งจัดมนเทียรสถาน นอกปราการชั้นกลางที่ข้างหน้า
    ให้พราหมณ์อยู่อย่าขัดอัธยา จะไปมามิให้ห้ามตามสบาย
    เอาหมอนวดวงในไปไว้ด้วย จะได้นวดคลึงเคล้นดูเส้นสาย
    ครั้นเสร็จสั่งเสนีทั้งสี่นาย พระผันผายพาสุรางค์ไปปรางค์ทอง ฯ
    * ฝ่ายเสนามาแต่งตามรับสั่ง กรมวังสับสนไปขนของ
    ทอดยี่ภู่ปูปัดสลัดลออง เขนยรองเขนยข้างมาวางเรียง
    ทั้งเครื่องอานพานพระศรีมีสำหรับ เอาฉากพับขึงกั้นชั้นเฉลียง
    ชวาลาอัจกลับสลับเรียง ได้พร้อมเพรียงให้เจ้าพราหมณ์ ตามโองการ ฯ
    จบตอนที่ 6 โปรดติดตามอ่านตอนที่ 7 ศรีสุวรรณพยาบาลนางเกษรา

ถ้าท่านชอบใจก็ไลค์ โลด...

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด