สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 10

กระทู้: สมเด็จพระสังฆราช สิ้นพระชนม์

  1. #1

    สมเด็จพระสังฆราช สิ้นพระชนม์

    เข้าห้องสนทนา (คลิก)

    สมเด็จพระสังฆราช สิ้นพระชนม์

    สมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์ เมื่อเวลา19.29น. วันนี้ (24 ต.ค.) ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
    พระชันษา100ปี ประดิษฐานพระศพตำหนักเพชร วัดบวรฯ

  2. #2




    ขอถวายอภิสัมมานสักการะ แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ด้วยเศรียรเกล้าค่ะ



    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย DAO : 10-31-2013 เมื่อ 10:36 AM





    สิ้นทุกข์สุขที่แท้จึงได้พบพาน

  3. #3





    ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมกราบบูชาคุณองค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ด้วยเศียรเกล้า

    ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมบูชาพระคุณอันยิ่งของเจ้าพระคุณ ด้วยกุศลทั้งหลายที่ข้าพระพุทธเจ้าได้บำเพ็ญมาแล้วด้วยดี


    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย chocobo : 10-24-2013 เมื่อ 10:22 PM

  4. #4





    อภิวันท์ก้มเกล้าบังคมกราบ
    ด้วยซึมซาบสำนึกในพระทัยท่าน
    น้อมใจส่งเสด็จสู่วิมุตติขันธ์
    นิจนิรันดร์สถิตในใจประชา


    <<< คลิกเพื่อรับฟัง >>>

    เสียงอ่านโดย...ดีเจ DAO




    เดฟ

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย D E V : 11-02-2013 เมื่อ 08:46 PM

    สรณะคือพระรัตนตรัย

  5. #5
    ประวัติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) เกิดวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2456 เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2532 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปัจจุบันทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่มีพระชันษามากกว่าสมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ในอดีต และทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกของไทยที่มีพระชันษา 100 ปี

    เรื่องราวของสมเด็จพระสังฆราช ย้อนไปเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2456 เด็กชายผู้หนึ่งถือกำเนิดขึ้นในตระกูล "คชวัตร" ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำแคว ในหมู่บ้านรุ่งสว่าง บนถนนปากแพรก ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นบุตรชายคนโตของนายน้อย คชวัตร ปลัดอำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม และนางกิมน้อย ทำอาชีพตัดเสื้อ นามว่า "เจริญ" มีน้องชายคลานตามกันออกมาอีก 2 คน ขณะที่มีอายุได้ 9 ปี เด็กชายเจริญต้องสูญเสียบิดา ทำให้ครอบครัวลำบากมาก จึงย้ายไปอยู่ในอุปการะของ "ป้ากิมเฮง" ผู้เป็นพี่สาวแม่ เด็กชายเจริญสุขภาพไม่สู้ดีนัก เจ็บป่วยออดแอดเป็นประจำ จนมีการไปบนบาน หากหายจากความเจ็บป่วยจะบวชเป็นสามเณร หลังศึกษาเล่าเรียนจนจบชั้นประถมปีที่ 5 จากโรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆาราม ไม่รู้ว่าจะไปศึกษาต่อที่ไหน จึงหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ มุ่งศึกษาพระธรรม และบวชเณรแก้บนที่ติดค้างไว้

    เมื่ออายุ 14 ปี บุตรชายคนโตของตระกูลคชวัตร ตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆาราม โดยมีพระครูอดุลยสมณกิจ (พุทฺธโชติ ดี เอกฉันท์) เจ้าอาวาส ซึ่งเรียกกันว่า "หลวงพ่อวัดเหนือ" เป็นพระอุปัชฌาย์ นับแต่นั้นเป็นต้นมาสามเณรก็เดินบนเส้นทางแห่งธรรมโดยไม่หันกลับมาสู่ทางโลกอีกเลย เด็กชายที่ถือกำเนิดจากบ้านคชวัตรเป็นครอบครัวที่ใจบุญสุนทานมีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนามักจะชอบเล่นเป็นพระหรือเล่นเกี่ยวกับการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเช่นเล่นสร้างถ้ำก่อเจดีย์เล่นทอดผ้าป่าทอดกฐิน เล่นทิ้งกระจาด แม้ของเล่นก็ชอบทำของเล่นที่เกี่ยวกับพระ เช่น ทำคัมภีร์เทศน์เล็ก ๆ ตาลปัตรเล็ก ๆ นิสัยที่แปลกอีกอย่าง คือชอบเล่นเทียน จนป้าต้องหาเทียนมาให้จุดเล่น บางครั้งนั่งเล่นเทียนส่องดูเปลวเทียวจนสว่าง กระทั่งได้ครองเพศบรรพชิต

    70 กว่าปีต่อมา ใครเลยจะคาดคิดว่าเณรน้อยจากลุ่มแม่น้ำแควจะได้รับพระราชทานสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในราชทินนามเดิม คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงดำรงตำแหน่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงรับพระราชทานพัดยศจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันศุกร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ.2532 เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกที่มิได้ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ แต่ทรงได้รับพระราชทานสถาปนาในราชทินนามพิเศษ คือ "สมเด็จพระญาณสังวร" เป็นพระองค์ที่ 2 เช่นเดียวกับ สมเด็จพระสังฆราช(สุก) เป็นระยะเวลากว่า 152 ปี

    60 ปี บนเส้นทางธรรม จนก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำศาสนากว่า 20 ปี ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ได้สมบูรณ์ครบถ้วนในฐานะประมุขฝ่ายสงฆ์ ผู้นำทางจิตใจเป็นศูนย์กลางแห่งบวรพระพุทธศาสนา แม้การบรรพชาของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ จะเริ่มต้นจากการบวชแก้บน แต่ก็ทรงอยู่ในความปกครองของหลวงพ่อวัดเหนือ ทรงปฏิบัติรับใช้หลวงพ่อ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ เรียนรู้การต่อเทศน์ จนขึ้นเทศน์ปากเปล่าให้ญาติโยมฟังในโบสถ์คืนวันพระ ขณะที่ยังเป็นสามเณร จากนั้นได้เริ่มเรียนบาลี ไวยากรณ์ ที่วัดเสน่หา กระทั่งวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2472 หลวงพ่อวัดเหนือได้พาเจ้าพระคุณสมเด็จฯ เดินทางมากรุงเทพฯ พาไปเข้าเฝ้าถวายตัวต่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เพื่ออยู่ศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักวัดบวรนิเวศ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯทรงพระเมตตารับไว้ ประทานนาม ว่า เจริญ สุวฑฺฒโน ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้เจริญดี"

    เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ทรงบันทึกเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับการเข้ามาอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร ของพระองค์ไว้อย่างน่าสนใจ ตอนหนึ่งบันทึกว่า "สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ นั้น ทรงมีพระเมตตาต่อภิกษุสามเณรทั่วไป โดยเฉพาะสามเณรที่มาจากบ้านนอก ดูจะมีพระเมตตาเป็นพิเศษ ทรงฝึกให้สามเณรอ่านหนังสือพิมพ์ หากสามเณรรูปใดอ่านไม่คล่อง หรือไม่ถูก ก็จะทรงอ่านให้ฟังเสียเอง ครั้งหนึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ รับสั่งให้เอากระดาษรองข้างในขวด แต่เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ไม่เข้าพระทัย เอากระดาษไปรองก้นขวด พอทอดพระเนตรเห็นเข้าก็รับสั่งว่า "เณรนี่ก็โง่เหมือนกัน" แล้วก็ทรงทำให้ดู ส่วนความดีพระทัย ที่ปรากฎในบันทึกระบุว่า "ไม่มีปีใดที่ให้ความสุขกาย สุขใจมากเท่ากับคราวที่สอบ ป.ธ.3 ได้" จากนั้นทรงมุ่งมั่นศึกษาเรียนประโยค 4 แต่กลับสอบตก ด้วยเหตุที่ว่า ทรงละเลยเรื่องง่าย ๆ ทรงรู้สึกเสียใจและท้อแท้ใจมาก พอคิดทบทวนและไตร่ตรองดู ได้พบความจริงด้วยพระองค์เองว่า "การสอบตกนั้นเป็นผลของความประมาท ความหยิ่งทนงในความรู้ของตนเองมากเกินไป คิดว่าสอบได้แน่ ไม่พิจารณาให้รอบคอบ ด้วยสำคัญผิดว่าตนรู้ดีแล้ว จึงทำข้อสอบผิดพลาดมาก มุ่งแต่คาดคะเนหรือเก็งข้อสอบเท่านั้น"

    นับแต่นั้นมาทรงศึกษาพระปริยัติธรรม จนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค เรียนภาษาสันสกฤตและภาษาอังกฤษ พอเป็นพื้นฐานให้พระองค์ทรงศึกษาต่อ จนพูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เคยละเลยเป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติในคณะธรรมยุตที่ว่า"ภิกษุสามเณรพึงปฏิบัติสมาธิ" ขณะเดียวกัน สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ก็ทรงพระเมตตา ทรงมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในโอกาสสำคัญ ๆ ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน เสด็จออกทรงผนวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา และเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร 15 วัน ทรงปฏิบัติหน้าที่พระอภิบาล เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงสร้างผลงานในด้านต่าง ๆ ทั้งการศึกษา การปกครอง การสั่งสอน เผยแผ่ การก่อสร้างปฏิสังขรณ์ และการสาธารณสงเคราะห์

    เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงประกาศเมตตาจิตของผู้จัดตั้งหรือจัดทำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนทั้งหลายว่า "กรุณา คือความคิดปรารถนาให้ผู้อื่นปราศจากทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์เกิดแก่ผู้อื่น ก็พลอยหวั่นใจสงสาร เป็นเหตุให้คิดช่วยทุกข์ภัยของกันและกัน สิ่งที่เป็นเครื่องเปลื้องช่วยบำบัดทุกข์ภัยทั้งหลาย เช่น โรงพยาบาล เป็นต้น ล้วนประกาศกรุณาของท่านผู้สร้าง" ด้วยภารกิจมากมาย แต่ภาพที่ประชาชนจดจำภาพสมเด็จพระสังฆราชได้เป็นอย่างดี คือ การมีชีวิตประจำวันสามัญเฉกเช่นคนธรรมดาทั่วไป ทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังที่นำตนไปสู่ความเป็นผู้เจริญดี และผู้เจริญพร้อม ทรงอยู่ท่ามกลางคนหูหนวก และทำสัญลักษณ์ภาษามือว่า "I Love You"

    "พระพุทธองค์ทรงสอนไว้อย่างหนึ่งที่เป็นคุณอย่างยิ่งแก่ผู้ปฏิบัติ คือ ทรงสอนให้อยู่กับปัจจุบันไม่ให้อาลัยอดีต ไม่เพ้อฝันถึงอนาคต" นี่คือคำสอนของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวัฑฒนมหาเถระ) ผู้ทรงกล่าวถึงภูมิหลังชีวิตที่เป็น "มนุษย์" หรือเป็น "คนธรรมดาสามัญ" ที่ไม่เคยทรงเห็นว่าเป็นเรื่องเร้นลับที่ต้องปิดบังอะไร และ ทรงให้โอวาท "ทุกชีวิตมีเวลาอันจำกัด" ว่า "ใจของเราทุกคนนี้สำคัญนัก สติก็สำคัญนัก ปัญญาก็สำคัญนัก ทั้งหมดนี้ไม่ควรแยกจากกัน มีใจก็ต้องให้มีสติ ต้องให้มีปัญญา ต้องให้มีกรุณา ประคับประคองกันไปให้เสมอ อย่าให้มีสิ่งอื่นนอกจากสติปัญญา และเมตตากรุณาเข้ากำกับใจ"


    ขออนุญาตใส่ข้อมูลประวัติของท่านด้วยความเคารพศรัทธาในองค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

  6. #6
    Moderator รูปส่วนตัว oubasika
    สมัครเมื่อ
    Jul 2011
    ที่อยู่
    แวดวงคนดี
    โพสต์
    355


    น้อมใจกราบสมเด็จพระสังฆราช
    พระนักปราชญ์ของปวงเหล่าชาวสยาม
    พระจริยวัตรทรงมีอันดีงาม
    ขอปฏิบัติตามรอยธรรมที่นำทาง



    ดีเจ.อุบาสิกา
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย oubasika : 10-25-2013 เมื่อ 08:18 PM


    *กิจโฉ มนุสสปฏิลาโภ การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นแสนยากส์
    *



  7. #7



    ข้าพระพุทธเจ้าขออภิสัมมานสักการะแด่
    สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
    ด้วยเศียรเกล้า


    Butsaya

    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Butsaya : 10-30-2013 เมื่อ 09:30 PM

    ธรรมมีทุกหย่อมหญ้า.......สำหรับผู้มีปัญญา

  8. #8
    ยี่สิบสี่ ตุลา พาวิโยค
    ชาวพุทธโศก อาลัย สุดใฝ่หา
    เจ้าพระคุณ สมเด็จ สังฆราชา
    ที่เคารพ บูชา สิ้นพระชนม์





    ขอ "อภิสัมมานสักการะ" แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ด้วยเศียรเกล้าฯ



    DJ.Saisaw
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Saisaw : 10-30-2013 เมื่อ 09:24 PM

  9. #9


    ข้าพระพุทธเจ้าขออภิสัมมานสักการะแด่
    สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
    ขอบูชาคุณที่พระองค์ทรงเผยแผ่พระธรรมนั้นให้ครองหัวใจปวงประชา
    เพื่อให้น้อมนำมาปฏิบัติขจัดซึ่งทุกข์โศก

    พาว
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Praw : 10-30-2013 เมื่อ 09:32 PM


  10. #10



    "ขอถวายอภิสัมมานสักการะ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ด้วยเศียรเกล้า"

    DJ. Anatta


    เหตุเกิดที่ไหน ให้ดับที่นั่น

ถ้าท่านชอบใจก็ไลค์ โลด...

ป้ายกำกับของกระทู้นี้

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ ปิด
  • HTML สถานะ ปิด