บัดนี้ ผู้มีความตั้งใจเข้ามาบวชด้วยศรัทธา และฉันทะ ได้เข้าใจความหมายและ
วัตถุประสงค์ของการบวชแล้วพร้อมที่จะเข้าสู่เพศบรรพชิต เพื่อเริ่มต้นเจริญ
ไตรสิกขา คือฝึกศึกษาพัฒนาตนต่อไป เมื่อมีความเข้าใจร่วมกันดีแล้ว ก็ถือว่ามี
ความพร้อมที่จะบรรพชาการบรรพชา คือบวชเข้ามาเป็นบรรพชิตนี้ เป็นการเข้ามาสู่ชีวิตใหม่
การมีชีวิตใหม่เป็นบรรพชิตนั้น ไม่ว่าจะบวชเป็นสามเณรก็ตาม เป็นภิกษุก็ตาม ก็เป็นการเปลี่ยนจากชีวิตชาวบ้านผู้ครองเรือน เปลี่ยนระบบความเป็นอยู่ เปลี่ยนสังคมสิ่งแวดล้อมใหม่
เมื่อเข้ามาใหม่ ๆ ยังไม่ได้เรียนรู้ฝึกหัดอะไรมาก่อน ก็อาจจะมีจิตใจวุ่นวาย จึงควรจะมีบทเรียนเบื้องต้น ถึงจะยังไม่ได้รู้อะไรมาก ก็ให้มีวิธีรักษาจิตใจของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อบวชเข้ามาอยู่วัด เรื่องสำคัญก็อยู่ที่ใจว่า เมื่อไม่มีเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ ภายนอก พออยู่กับจิตใจของตัวเอง จิตใจของเรานั้นก็อาจจะฟุ้งซ่านวุ่นวาย คิดถึงโน่นคิดถึงนี่ คิดถึงเงินทองทรัพย์สิน คิดถึงผู้คนที่เคยรู้จัก ทั้งที่ชอบใจ และไม่ชอบใจ จิตใจก็อาจจะวุ่นวาย จึงต้องมีหลัก
ตอนแรกนี้ยังไม่ได้เรียนอะไรมา จะทำอย่างไร ท่านก็บอกว่า ใจเราต้องมีงานทำ เมื่อเป็นอย่างนั้น ก็หางานให้ใจทำเสีย โดยเฉพาะหาอะไรที่ง่าย ๆ ให้ใจทำ ใจเราจะได้ไม่ดิ้นรน ไม่ฟุ้งซ่านวุ่นวายธรรมดาว่า คนที่บวชใหม่ ๆ ซึ่งออกมาจากบ้านเรือนและสังคม เคยพบเคยอยู่กับคนอื่น ๆ มาก พอห่างออกมาอยู่เงียบ ๆ จึงอาจจะนึกถึงคิดถึงคนโน้นคนนี้วุ่นวาย พอนึกขึ้นมาแล้วก็เกิดปัญหาแก่จิตใจ ทำให้คิดฟุ้งซ่านและอาจจะปรุงแต่งไปต่าง ๆ ท่านจึงสอนว่า ให้เอาวิธีแก่ง่าย ๆ ก่อน คือหางานให้ใจทำ เรียกว่า กรรมฐานเบื้องต้น ภาษาพระว่า มูลกับมัฏฐาน
ในเวลาที่เรานึกถึงคนอื่น หรือมองเข้านั้น เรามองเห็นอะไร คนที่เรามองเห็นว่าเป็นคนนั้นคนนี้ ก็เห็นกันแค่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง แต่เพราะไปติดอยู่กับความจำหมายว่าเป็นคนนั้นคนนี้ ชื่อนั้นชื่อนี้ เคยพบกันที่นั่นที่นี่ ทำโน่นทำนี่ นึกถึงคนนั้นชอบใจ นึกถึงคนนี้ไม่ชอบใจ แล้วก็คิดปรุงแต่งยุ่งไป ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย พอนึกถึงใคร ก็มองแค่ว่าเป็นผม ขน เล็บ ฟัน หนัง แล้วก็จบแค่นั้น ใจก็สงบได้ นี้คือกรรมฐานเบื้องต้น เป็นการหางานให้ใจทำ
เป็นอันว่า นึกถึงใคร ก็นึกว่า ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ภาษาบาลีว่า เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ก็เอาอันนี้เป็นกรรมฐาน เป็นการหางานให้ใจทำเบื้องต้น ใจจะได้อยู่กับงาน ไม่ฟุ้งซ่านวุ่นวา หรือคิดปรุงแต่งไปไกล
แม้จะไม่ได้นึกถึงใคร ก็เอามาเป็นคำพูดในใจเฉย ๆ ทำให้ใจมีจุดจับ ไม่ฟุ้งซ่าน อย่างที่ชอบพูดกันว่าภาวนา ก็ทำใจให้เป็นสมาธิได้ ผมนั้น เรียกว่า เกสา ขนเรียกว่า โลมา เล็บเรียกว่า นขา ฟัน เรียกว่า ทันตา หนังเรียกว่า ตโจ
จึงให้กรรมฐานคืองานที่ใจจะทำในเบื้องต้น เป็นกรรมฐานที่มีเพียง ๕ อย่าง คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ว่าเป็นคำบาลีว่า เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ เรียกว่ามูลกัมมัฏฐาน คือกรรมฐานชั้นมูลเอาอันนี้ไปใช้ในเบื้องต้นก่อน ต่อไปนี้ โดยมีสติ ให้ใจอยู่กับคำที่กล่าวนั้นดังนี้ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ นี้ว่าตามลำดับ เรียกว่า โดยอนุโลม ทีนี้ว่าย้อนลำดับ ตโจ ทันตา นขา โลมา เกสา นี้เรียกว่า โดยปฏิโลม กรรมฐานเบื้องต้น เอาไว้แค่นี้ก็ใช้ประโยชน์ได้แล้ว พอรักษาจิตใจของตัวเอง และสามารถใช้ในการทำสมาธิได้ด้วย เรียนรู้แค่นี้ ก็เรียกว่าขั้นพื้นฐาน พออยู่ได้ ต่อจากนั้นค่อยศึกษาเพิ่มเติมให้ก้าวหน้าในไตรสิกขาต่อไป ต่อนี้ไปถือว่าได้เตรียมตัวพร้อมแล้วสำหรับพิธีบรรพชา ขอมอบผ้ากาสาวพัสตร์ให้ไปครอง แล้วต่อจากนั้นจะได้ไปรับสรณคมน์พร้อมทั้งศีล จากพระอาจารย์ เรียกว่า ทศศีล คือศีล ๑๐ การบรรพชาเป็นสามเณร จะสำเร็จด้วยการที่ได้รับ
ไตรสรณคมน์ และศีล ๑๐ นั้นจากพระอาจารย์ จบ
หมายเหตุ เป็นคำสอนของ พระธรรมปิฎก ( ป.อ. ปยุตฺโต )