ลำดับเจ้าอาวาสและความเป็นมา
พระภิกษุที่ผ่านเข้ามาในตอนต้น ๆ นั้น ก็มีหลายรูปแต่มิได้มาประจำเป็นเจ้าอาวาส
คือมาชั่วครั้งชั่วขณะ แล้วก็ผ่านไป เช่นหลวงพ่อเนตร หลวงพ่อรัตน์เป็นต้น
รูปที่ 1 พอเอ๋ยถึง หลวงพ่อกริ่ม เท่านั้น ท่านทั้งหลายแม้ใครที่ยังไม่ทันได้เห็นท่านมาเลยก็ได้ยินจนชินหูทีเดียว
เพราะท่านนอกจากจะเป็นปฐมเจ้าอาวาส แห่งวัดเกาะวาลุการามแล้ว ท่านยังประกอบไปด้วยคุณธรรมอีก
เอนกประการ ดังจะได้บรรยายพอสังเขปตามที่ทราบ ว่าท่านมาจากจันทร์บุรี
เดินธุดงผ่านแวะมาหลายจังหวัด ถึงจังหวัดตากแล้วเลยขึ้นมาถึงจังหวัดลำปาง
มาพักอยู่วัดเมืองสาสน์ และวัดดำรงธรรมชั่วระยะหนึ่ง แล้วได้รับการนิมนต์จากท่านผู้ใหญ่ในคณะอุปถัมภ์ก่อตั้งวัด
ให้มาจำพรรษาอยู่เสียทางวัดเกาะนี้ เมื่อท่านได้เข้ามาอยู่แล้ว ก็เป็นความปรารถนาของคณะศรัทธาญาติโยมทั้งหลาย
ขอให้เป็นเจ้าอาวาสของวัดเกาะวาลุการามนี้ต่อไป
กุฏิอาคารถาวรวัตถุต่าง
ๆ ก็เกิดขึ้นมาในสมัยท่านเป็นลำดับ ทีละอย่างทีละหลังเรื่อย ๆ มีพระเจดีย์
โบสถ์ พระสถูบที่บรรจุรอยพระพุทธบาทจำลองเป็นต้น อาคารปูชนีย์สถานเหล่านี้
ท่านเป็นประธานพร้อมด้วยคณะศรัทธาเป็นหัวหน้า ออกทุนชักจูงเรี่ยไรพุทธศาสนิกชนก่อสร้างปลูกขึ้นแทนของเก่าที่ชำรุดหรือไม่เหมาะสม
เพื่อให้ถาวรดีงามยิ่งขึ้น หลวงพ่อกริ่มที่ชำรุดหรือไม่เหมาะสม เพื่อให้ถาวรดีงามยิ่งขึ้น
หลวงพ่อกริ่มเป็นพระอุปชฌาย์มีลูกศิษย์ลูกหามากขึ้นทุกที พระเณรในวัดแต่ละปีก็มีมากขึ้น
โดยบวชในวัดนั้นเอง บ้างก็มาจากที่อื่น จำพรรษาอยู่ด้วยก็มีไม่ขาด ทั้งศรัทธาญาติโยมแถวตลาดเก่านี้ก็อุปถัมภ์
ส่งข้าวปลาอาหารเครื่องขบฉันเป็นอย่างดีตลอด ท่านเป็นผู้ปลูกความนิยมแก่ชาวบ้านร้านถิ่น
สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดเป็นปึกแผ่น ประกอบด้วยการปกครองในคุณธรรมสูงส่ง
มีความเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง เป็นที่เคารพนับถือรักใคร่ยำเกรงและยกย่องของพระเณรและประชาชนชาวลำปาง
ที่ได้มาร่วมสังคมด้วย
ในชีวิตของท่านตามที่ทราบว่าท่านมีโอกาสได้อยู่ในเพศฆราวาสน้อยที่สุด
เมื่อครั้งเยาว์วัยตอนก่อนบวชเป็นพระภิกษุก็เป็นสามเณรมาตลอด เมื่อท่านมีอายุย่างเข้าวัยหนุ่มจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุชั่วระยะที่ต้องสึกจากเณรมารอเตรียมการบวชเป็นพระเท่านั้น
นอกนั้นก็อยู่ในผ้ากาสวพัตร์ตลอดมา เรื่องราวของทางโลกแล้วเกือบจะกล่าวได้ว่าไม่มีความสนใจเอาเสียเลย
นอกจากท่านจะได้ปฏิบัติแต่ทางสมณเพศ ทางด้านโหราศาสตร์ (หมอดู) ก็ดูได้อย่างแม่นยำดี
มีคนนิยมเชื่อถือมาให้ท่านดูอยู่มิได้ขาด ทั้งขอให้ท่านรดน้ำมนต์ปัดรังควานอยู่เนือง
ๆ หลวงพ่อกริ่มเป็นพระอุปฌาย์เจ้าอาวาสของวัดเกาะวาลุการามองค์แรก ลุถึง
พ.ศ. 2487 ท่านก็มรณะภาพด้วยความชรา รวมท่านมีอายุ 90 ปี เป็นสามเณร
6 พรรษา เป็นพระภิกษุ 69 พรรษา รวมอยู่ในสมณเพศ 75 พรรษา
ตั้งแต่ท่านได้เป็นเจ้าอาวาส
อาคารสิ่งก่อสร้างในสมัยของท่านที่มีขึ้นก็คือ กุฏิที่ท่านพักอาศัยอยู่เปลี่ยนจากไม้ไผ่
มาเป็นกุฎิไม้หลังใหญ่ถาวรด้านทิศตะวันตกนอกจากนั้นก็มีพระเจดีย์ โบสถ์
และมณฑป ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งก็มีผู้สร้างแต่ละสิ่ง ละอย่างเป็นหัวหน้าตามที่ปรากฎนามอยู่บ้าง
เมื่อท่านได้มรณะภาพไปบรรดาศิษยานุศิษย์ พร้อมด้วยศรัทธา ญาติ โยม มีความอาลัยในความดีของท่าน
จึงหล่อรูปของท่านด้วยทองเท่าตัวจริง ไว้เป็นที่ระลึกสักการะ ซึ่งตั้งประดิษฐานอยู่ในกุฎิพระไสยาสน์
ดังปรากฎตราบเท่าบัดนี้
เจ้าอาวาสองค์ที่
2 เมื่อหลวงพ่อกริ่ม มรณะภาพสิ้นไปแล้ว ขณะนั้นมีพระภิกษุอาวุโสอีกรูปหนึ่งเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าอาวาสแทนได้
ซึ่งจำพรรษาร่วมอยู่ในวัดนั้นจึงได้นิมนต์ท่านขึ้น เป็นเจ้าอาวาสเมื่อ
พ.ศ. 2389 คือ หลวงพ่อเอม มาจากอำเภอโกรกพระ จังหวัดอุทัยธานี ท่านได้ปกครองวัดวาอาราม
ภิกษุสามเณร มาด้วยความเอาใจใส่บูรณะสืบต่อมาด้วยดี ยังให้ความเจริญแก่วัดตามสมควร
ในสมัยท่านหลวงพ่อเอมก็ได้ชักชวนญาติโยมศรัทธาปลูกศาลาการเปรียญหลังปัจจุบันขึ้น
และกุฎิไม้อีกหลังหนึ่งด้านใต้ของวัดซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับศาลาฯ ห่างกันเพียงเล็กน้อย
หลวงพ่อเอมครองตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเกาะฯ
อยู่ได้ 8 พรรษาก็มรณะภาพไปเป็นองค์ที่ 2 มีพรรษา 52 พรรษาอายุ 72 ปี
ในทำนองเดียวกับศิษยานุศิษย์ศรัทธาญาติโยมก็ได้หล่อรูปของท่านด้วยทองเท่าตัวจริงตั้งไว้ในกุฎิพระไสยาสน์
คู่กับหลวงพ่อกริ่ม เพื่อเป็นที่ระลึกสักกาะนบไหว้บูชาเช่นกัน
ขณะนั้นยังมีพระภิกษุอีกรูปหนึ่ง
มาจากจังหวัดชัยนาท จำพรรษาร่วมอยู่ในวัดนั้น ท่านมีบุคลิกลักษณะ ความปรีชา
สามารถเหมาะสมที่จะได้รับนิมนต์ขึ้นครองตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อไป ในระยะที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งก็มอบให้ท่านรักษาการแทน
เจ้าอาวาสไปพรางก่อน จนกว่าจะได้เผาศพหลวงพ่อเอมและกิจการอื่นใดเรียบร้อยแล้ว
เจ้าอาวาสองค์ที่ 3 ดังได้กล่าวว่าท่านมีพื้นอยู่จังหวัดชัยนาท มีความปรีชาสามารถ
บุคลิกที่จะเป็นเจ้าอาวาสได้รูปหนึ่ง จึงได้ขอนิมนต์ท่านรับตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อไป
เมื่อ พ.ศ. 2498 ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นทางการของคณะสงฆ์
ท่านคือ
เจ้าอธิการ บุญชุบ ทินฺนโก เจ้าอาวาสได้เป็นพระอุปฌาย์ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลสวนดอก
อ.เมือง จ.ลำปาง เมื่อ พ.ศ. 2502 ท่านเป็นผู้มีอุปนิสัยใจคออย่างไร ทำคุณให้วัดเกาะวาลุการามอย่างไร
เป็นที่นับถือนิยมรักใคร่ใกล้ชิดขึ้นสู่หาของศรัทธาญาติโยมมากน้อยเพียงใด
ผู้เขียนเห็นว่ายังไม่จำเป็นอ้างความดี และการวางตัวปฏิบัติของท่านจะนำมาเขียนไว้ที่นี้
จึงขอยุติไว้ก่อน จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรเพราะท่านทั้งหลายก็คงได้ทราบได้เห็น
ความเป็นอยู่ของท่านทุกวันนี้ไม่มากก็น้อย ในด้านการปลูกสร้างบูรณะวัดก็จะเห็นอาคารวัตถุเกิดขึ้นจำนวนมาก
เป็นต้นว่า หอฉัน กุฏิสงฆ์ ห้องน้ำ เพื่อรับรองแขกมาพักและเยี่ยมเยือนสิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างขึ้นด้วยอิฐ
เสริมเหล็กปูนอย่างถาวรแข็งแรงทั้งสิ้น นอกจากนี้ก็มีกุฏิกรรมฐานเป็นไม้อีกหลายหลัง
ซึ่งล้วนแต่เป็นคุณประโยชน์ให้แก่วัดวาอารามอย่างมาก ความอัดแอของวัดอันมีพระภิกษุสามเณรก็ยังล้นหลามอยู่เสมอไม่พอกับจำนวน
ต้องไปอาศัยพักในศาลาการเปรียญบ้างในโบสถ์บ้างท่านจึงดำเนินการสร้างกุฎิสงฆ์
หลังใหญ่ 2 ชั้น และเขื่อนป้องกันศาสนสมบัติอย่างมั่นคง ยาวตลอดแนวฝั่งเขตวัดซึ่งกำลังทำการก่อสร้างอยู่ยังไม่เสร็จเพราะการเงิน
ท่านจึงบอกบุญแก่ศรัทธาศาสนิกชนช่วยกันค้ำจุนสมทบทุนตามกำลังศรัทธาให้การก่อสร้างสิ่งถาวรนี้
ได้สำเร็จไว้เป็นอนุสรณ์ในบวรพุทธศาสนา มั่นคงสืบต่อลูกหลานเยาวชนรุ่นหลังเป็นพลังได้ยึด
เป็นที่พึ่งหลักธรรมประจำชาติไทยในอนาคตกาลยืนนานสืบไป *****
จบ *****
กลับหน้าแรก วัดเกาะ